หน้าแรก การเมือง เหตุสำคัญของ การสละราชสมบัติ ของ ร.7 (ตอน1)

เหตุสำคัญของ การสละราชสมบัติ ของ ร.7 (ตอน1)

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ

วันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือปฏิบัติกันมาหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่ปี พ.ศ.2475

คนไทยรุ่นใหม่จำนวนมากมักจะรู้เพียงว่าในปีดังกล่าว คือเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 นั้น มีการปฏิวัติของคณะทหารพวกหนึ่งซึ่งมีพลเรือนร่วมอยู่ด้วยจำนวนหนึ่งภายใต้ชื่อที่เรียกว่า “คณะราษฎร” ได้กระทำการยึดอำนาจการปกครองจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มาทำการปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ที่จัดทำขึ้น ซึ่ง “คณะราษฎร” เป็นผู้ร่างขึ้นเพื่อให้ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้ต่อไป

แต่คนไทยรุ่นใหม่จำนวนมากดังกล่าวนี้ ไม่รู้ดอกว่าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคยมีพระราชบันทึกความเห็นของพระองค์ท่านเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญ ส่งไปยังคณะรัฐบาลของคณะทหารผู้ทำการปฏิวัติครั้งนั้นว่าอย่างไรบ้าง ลองหาอ่านกันดูที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติบ้างก็ดี

แม้กระทั่งพระราชบันทึกของพระองค์ท่านในการสละราชสมบัติ เพราะอะไรนั้น คนไทยรุ่นใหม่จำนวนมากเหล่านี้ก็ไม่ค่อยจะรู้อย่างละเอียดลึกซึ้งว่าทรงมีเหตุผลสำคัญต่างๆ อย่างไร เพราะไม่เคยอ่านกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

ขอนำพระราชบันทึกทั้ง 2 ฉบับมาพูดให้ฟังในสาระสำคัญๆ บางประการ เพราะเป็นพระราชบันทึกที่ค่อนข้างจะยาวมาก

พระราชบันทึกเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญ

1.ก่อนอื่นหมดข้าพเจ้าขอชี้แจงไว้เสียชัดเจนว่า เมื่อพระยาพหลฯและผู้ก่อการ ร้องขอให้ข้าพเจ้าอยู่ครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญนั้น ข้าพเจ้าได้ยินดีรับรองก็เพราะเข้าใจและเชื่อมั่นว่าคณะผู้ก่อการฯต้องการจะสถาปนาการปกครองแบบประชาธิปไตย หรือตามแบบอย่างของประเทศอังกฤษและประเทศอื่นๆ ซึ่งมีพระมหากษัตริย์ปกครองภายใต้อำนาจอันจำกัด โดยรัฐธรรมนูญและรัฐสภาซึ่งประชาชนเป็นผู้เลือกตั้งโดยแท้ ข้าพเจ้าเองก็ได้เล็งเห็นอยู่นานแล้วว่า เมื่อประเทศสยามได้มีการศึกษาเจริญขึ้นมากแล้ว ประชาชนคงจะประสงค์ที่จะให้เปลี่ยนแปลงการปกครองบ้านเมืองแบบนี้

และตั้งแต่ข้าพเจ้าได้รับสืบราชสมบัติจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ข้าพเจ้าก็ได้คิดการที่บันดาลให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นไปโดยราบรื่นที่สุดที่จะเป็นไปได้ และได้กล่าวถึงความประสงค์นั้นหลายครั้งหลายหนโดยเปิดเผย โดยเหตุนี้เมื่อคณะผู้ก่อการฯ ขอร้องให้ข้าพเจ้าเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ข้าพเจ้ารับรองได้ทันทีโดยไม่มีเหตุขัดข้องใจอย่างไรเลย

ครั้นเมื่อข้าพเจ้าขึ้นไปกรุงเทพฯแล้ว ได้เห็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่หลวงประดิษฐ์ฯได้นำมาให้ข้าพเจ้าลงนาม ข้าพเจ้ารู้สึกทันทีว่า หลักการของคณะผู้ก่อการฯกับหลักการของข้าพเจ้าไม่พ้องกันเสียแล้ว เพราะผู้ก่อการฯมิได้มีความประสงค์ที่จะให้เสรีภาพในการเมืองโดยสมบูรณ์ แต่หากต้องการให้มีคณะการเมืองได้แต่คณะเดียว ข้าพเจ้าเห็นว่าเวลานั้นเป็นเวลาฉุกเฉินและสมควรจะรักษาความสงบไว้ก่อนเพื่อหาโอกาสผ่อนผันภายหลัง และเพื่อมีเวลาสำเหนียกฟังความเห็นของประชาชนก่อน ข้าพเจ้าจึงได้ยอมผ่อนผันไปตามความประสงค์ของคณะผู้ก่อการในครั้งนั้น ทั้งที่ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยกับหลักการเหล่านั้นเลย

ครั้งต่อมาในระหว่างที่กำลังร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรอยู่ ข้าพเจ้าก็ได้พยายามตักเตือนและได้โต้เถียงกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญอยู่ตลอดเวลาว่า ควรยึดถือหลัก “ประชาธิปไตย” อันแท้จริง มิฉะนั้นก็เป็นการเสียเวลาและเป็นการเสี่ยงภัยให้แก่ประเทศโดยใช่ที่ ในเวลาที่ฐานะของบ้านเมืองตกอยู่ในขีดคับขันและยากจน

นอกจากนี้ข้าพเจ้ายังได้กล่าวความเห็นของข้าพเจ้าในข้อนี้โดยเปิดเผยเมื่อข้าพเจ้าไปให้รางวัลแก่นักเรียนโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ข้าพเจ้าเคยตักเตือนพระยามโนฯไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้เสนอคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญว่า การที่จะให้สมาชิกประเภทที่ 2 ซึ่งคณะรัฐบาลเป็นผู้เลือกตั้งเองนั้น จะเป็นเหตุทำความไม่พอใจให้เกิดขึ้นได้ และเป็นอันตรายแก่วิธีการปกครองแบบใหม่ที่กำลังจะสถาปนาขึ้น โดยหวังว่าจะเป็นการถาวรและจะนำความสุขความเจริญมาสู่บ้านเมืองของเรา

ความตักเตือนของข้าพเจ้าเหล่านี้ไร้ผล เพราะคณะผู้ก่อการฯยืนยันในความประสงค์ที่จะยึดอำนาจไว้ในมือของคณะของตนให้จงได้อย่างน้อยเป็นเวลา 10 ปี ข้าพเจ้ารู้สึกในขณะนี้ว่า ถ้าจะโต้เถียงกันต่อไป การร่างรัฐธรรมนูญก็จะชักช้าไม่รู้จักแล้ว และอาจเป็นการแตกหักร้ายแรงเสียกว่าจะยอมที่ให้เป็นไปตามนั้น

ต่อมาข้าพเจ้าก็ได้ยินคำติเตียนหลักการอันนั้นในรัฐธรรมนูญมากขึ้นทุกที และหลักการอันนี้เป็นเหตุให้มีคนไม่พอใจในคณะรัฐบาลเป็นจำนวนมาก จนมีการเริ่มคิดที่จะล้มรัฐบาลเสียโดยพละการ เพื่อแก้ไขหลักการข้อนี้ตั้งแต่ก่อนจะทำพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญ และยังมีอยู่เนืองๆ

ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่าตราบใดยังมิได้แก้หลักการอันไม่พึงประสงค์นี้เสีย ความสงบราบคาบอันแท้จริงจะมีไม่ได้เลย รัฐบาลจะต้องใช้วิธีการประหัตประหารและปราบปรามอย่างรุนแรงอยู่เรื่อยไป

ที่มา http://chaoprayanews.com/blog/article/2014/12/09/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AA/

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!