หน้าแรก การเมือง ทำไม ขบวนการล้มล้างสถาบันฯ ถึงหวั่นกระแส ชุดไทยฟีเวอร์ โดย ปราชญ์ สามสี

ทำไม ขบวนการล้มล้างสถาบันฯ ถึงหวั่นกระแส ชุดไทยฟีเวอร์ โดย ปราชญ์ สามสี

“ทำไม ขบวนการล้มล้างสถาบันฯ ถึงหวั่นกระแส ชุดไทยฟีเวอร์”

โดย ปราชญ์ สามสี 31 มีนาคม 2558

หากใครเป็นผู้ติดตามกระแสในโลกไซเบอร์มาตลอดก็จะทราบกันดีว่าล่าสุดกระแส “ชุดไทยที่กลับมาฟีเวอร์”ในหมู่ ฮิบเตอร์ อันเป็นวัยรุ่นใจกลาง กรุงเทพฯ ผู้เบื่อหน่ายความจำเจในยุคสมัยของดิจิตอล และแฟชั่นตะวันตกที่มันดาดดื่น ซึ่งนับวันก็จะดูซ้ำๆ ไปที่ไหนก็ดูเหมือนกันหมด … วัยรุ่นยุคใหม่ เลยกลับมา ค้นคว้าหารากเหง้าของวัฒนธรรมตัวตนของตนเองอีกครั้ง ด้วยการจับ ชุดไทยมาใส่เดินห้างโดยไม่สนใจ หน้าหลุย หน้าเวอซาเช่ ..ซึ่งชุดไทยที่เอามาใส่นั้นก็มีตั้งแต่ ชุดไทย พื้นบ้าน ผ้าซิ่นผ้าถุง ยัน ชุดไทยเต็มยศผู้ดีศรีสยาม ซึ่งพอสอบถามราคา …ก็ไม่ไช่เล่นๆ เพราะชุดไทยสวยๆ ผ้าเนื้อดีเหมือนมาจากดีไซน์เนอร์ดัง ก็มี ราคา หลายพันบาทอยู่ ..

เรียกได้ว่า ชุดไทยใส่ได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย หลายโอกาสตั้งแต่ งานแต่งงาน ยันเดินห้างเดินตลาด ทั้งนี้ การแต่งชุดไทย เป็นการกระตุ้นสร้างสำนึกรักชาติรักท้องถิ่นและทำให้คนไทยรู้จักรากเหง้าไทยกันมากขึ้น โดยให้ประชาชนสัมผัสด้วยประสบการณ์ตรง ซึ่งจะเห็นได้ว่าใส่ชุดไทยไปที่ไหนมีแต่คนชื่นชม …เพราะผ้าเหล่านี้ ไม่ผลิตออกมาได้ง่ายๆ จะต้องมีการบ่มเพาะทางวัฒนธรรมอย่างเวลานาน…จึงไม่แปลกใจที่ หากจะใส่ไปไหนผู้คนก็ให้ความสนใจ ไม่ต่างกับ สาวชาวญี่ปุ่นกับกิโมโน สาวเวียดนามกับชุดอ๊าวหย่าย หรือ สาวเกาหลีกับชุดฮันบก เป็นต้น แถมการใส่ชุดไทยเช่นนี้ยังเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับคนไทยด้วยกันอย่างแท้จริงอีกด้วย เพราะคนไทยอุดหนุนคนไทย เงินจะไปไหนเสีย? … แต่งชุดไทยเข้าวัดทุกวันปีใหม่และวันพระสำคัญ ก็ดูเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติที่น่าเกรงขามยิ่ง

แต่กระแส ชุดไทยฟิเวอร์ ไฉนกลับเป็นที่เบือนหน้าหนี สำหรับกลุ่มคนที่มีแนวคิด”ล้มล้างสถาบันฯ”ที่ยกยอตัวเองว่า”หัวก้าวหน้า”เอะอะๆ ก็บอกว่าความเป็นไทยนั้นล้าหลัง เอะอะก็ประท้วงให้ประเทศไทยเดินตามชาติตะวันตก โดยอ้างว่า ถ้าไม่ทำก็ไม่เป็นสากล… บ้างก็หนักไปถึงระดับที่ว่าต้องเปลี่ยนแปลงชาติไปให้เหมือนอเมริกันฝรั่งเศสกันไปหมด จะให้ล้มล้างกฏหมายไทยฯเช่น ม.112ทั้งที่เขียนไว้ในยุคสมัยปฏิวัติ2475 โดยบุคคลที่ได้รับสนับสนุนโดยสหรัฐเสียด้วยซ้ำ และยังจะพยายามล้มวัฒนธรรมไทยเช่นการเคารพต่อสถาบันเบื้องสูงในถานะพ่อของแผ่นดิน, ยกเลิกการทำความเคารพด้วยการไหว้หรือการกราบ อีกทั้งยังพยายามยกเลิกการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ในเด็กชั้นมัธยมงี้ เลิกใส่ชุดนักศึกษายังงี้

ล่าสุดแกนนำขบวนการหมิ่นเบื้องสูงก็ยังไปดัดจริตด่าคนอื่นที่ใส่ชุดไทยในชีวิตประจำวันว่าดัดจริตอย่างนี้… ทั้งหมดนั้นก็เพราะ “เจตนาที่แท้จริง”ของกลุ่ม กบฏวัฒนธรรม ( หรือแท้จริงคือ กบฏหัวอเมริกันนิยม) เหล่านี้ มีความคาดหวังที่จะแทรกแซง ชาติไทยในระดับ “วัฒนธรรม-สังคม” โดยเห็นช่องโหว่ของการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ของประชาชนคนไทยที่อ่อนล้าลงทุกวันๆ เป็นจุดในการทำลาย โดยมักอ้างว่าง “การศึกษาประวัติศาสตร์ใดๆ ก็ไม่ควรจะฟังประวัติศาสตร์กระแสหลักเสียทั้งหมด” … ทั้งๆที่คนเหล่านี้กำลังทำลายประวัติศาสตร์และเขียนประวัติศาสตร์จากนักวิชาการที่รับทุนจากองค์กรจากชาติตะวันตกแทบทั้งสิ้น

ความเกรงกลัวของกลุ่มกบฏหัวอเมริกันนิยม ที่มีต่อกระแสชุดไทยนิยม นั้นก็เพราะ ความเป็นไทยแท้จริงนั้นแข็งแกร่ง มีเอกลักษณ์เป็นตัวเอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้มีปัญญาและเป็นจุดศุนย์กลางของภูมิภาคอินโดจีนที่สำคัญ ตั้งแต่ รศ.112

การกลับมาของวัฒนธรรมชุดไทยนั้นนับว่าเป็น จุดเริ่มต้นที่ดีของ “วัฒนธรรมไทยในยุค ดิจิตอล” และเป็นความล้มเหลวของแผนการทำลายล้างวัฒนธรรมที่มีอยู่ทั้งอย่างลับๆ และโจ่งแจ้งเพราะมันแสดงให้ว่า เยาวชนไทยกับวัฒนธรรมไทย ล้างไม่ได้ ง่ายๆ

เพียงแต่ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ประชาชน การเมืองภาคสังคมที่บูดเบี้ยวบิดเบือน…ให้นับถือตะวันตก จนลืมตัวตนของตัวเอง ซึ่งหากเราจับเอาหน้าข่าวในอดีต ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2553 มีเรียงต่อกัน ถึงปัจจุบัน …ก็จะสะท้อนให้ผู้อ่านเห็นเองว่า กลุ่มบุคคลเหล่านี้ ต้องการเปลี่ยนแปลงชาติเป็นไปแบบใด…

หน้าประวัติศาสตร์ในอดีตของชนชาติอื่นก็มีสะท้อนอยู่ให้เห็น … บางประเทศถึงกับสูญสิ้น”อักษร”อันเป็นเครื่องทรงของ”ภาษา” บางชนชาติถึงขั้นเปลี่ยนชุดประจำชาติเลียนแบบ ตะวันตกจนลืมวัฒนธรรมเดิม

โอย …เหมือนถูก “นางมณีจันทร์” ใน “ทวิภพ” ตบหน้ายังไงยังงั้น ทำเอาบทพูดของ”นางมณีจันทร์”แวบขึ้นมาในหัวเลย ซึ่งบทพูดนั้นกล่าวถึงคนไทยในอนาคตไว้ว่า

“เราเชื่อชาวตะวันตกมากกว่าพวกเดียวกัน

เรามีทุกอย่างที่ชาวตะวันตกมี

เรากินทุกอย่างที่ชาวตะวันตกกิน

เราชอบทุกอย่างที่ตะวันตกบอกให้ชอบ

เราอยากเป็นเขา และก็ปฎิเสธที่จะเป็นเรา”.

ที่มา
http://chaoprayanews.com

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!