หน้าแรก การเมือง ถึงเวลาแล้ว ที่จะ หยุดแทรกแซงประเทศไทย

ถึงเวลาแล้ว ที่จะ หยุดแทรกแซงประเทศไทย

“ไมเคิล ยอน” (Michael Yon) เป็นอดีตนักข่าวสงครามชาวอเมริกันตัวจริง เคยเดินทางไปทำข่าวท่ามกลางสมรภูมิรบมาแล้วหลายประเทศ เช่น สงครามอิรัก สงครามอัฟกานิสถาน ฯลฯ เกาะติดประเด็นข่าวด้านความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับรัฐบาลอเมริกันอย่างแหลมคม
และนับแต่รัฐบาลอเมริกันส่งตัวแทนเข้ามายุ่มย่ามในประเทศไทย พูดจาก้าวก่าย กดดัน แทรกแซงกิจการภายในของไทย ทั้งบีบให้เลิกใช้กฎอัยการศึก ทั้งให้ร้ายกระบวนการถอดถอนและการดำเนินคดีอาญากับนักการเมืองของไทยเอง ไมเคิล ยอน ก็เขียนลงเฟซบุ๊ค “Michael Yon” วิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมเลวร้ายของรัฐบาลอเมริกันอย่างเผ็ดร้อน แสบสันต์ สะท้านทรวง หลายครั้งหลายหน
ขอเก็บรวบรวมบางตอน ตัดทอนเนื้อความบางส่วน นำมาให้ท่านผู้อ่านได้มองเห็นถึงธาตุแท้ของรัฐบาลอเมริกัน ผ่านสายตาของชาวอเมริกันผู้ติดตามการเมืองไทยในระยะประชิดคนนี้

1) “ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-ไทย และประเทศอื่นๆ : สหรัฐอเมริกายอมรับรัฐบาลรัฐประหารที่เราส่งความสนับสนุนไปให้เท่านั้น — นอกนั้นจะพิจารณาว่าเป็นพวกที่ได้อำนาจมาอย่างไม่ถูกกฎหมาย
พวกเรามีประวัติอันยาวนานเกี่ยวกับการวางรากฐานประชาธิปไตยในประเทศต่างๆ อย่าง ประเทศเวียดนาม, อิรัก และ อัฟกานิสถาน พวกเราเป็นผู้เชี่ยวชาญ เชื่อพวกเราได้…
…แล้วเราก็ช่างกล้าที่จะสั่งสอนประเทศไทย? พวกเราสนับสนุนลัทธิก่อการร้าย ในตอนนั้นที่นี่ไม่มีประชาธิปไตย มันเป็นระบอบขายชาติที่ทุจริตคอรัปชั่น ที่นำโดยเหล่าสมุนของชินวัตรที่เรายังคงสนับสนุนอยู่ และ ผู้แทนสหรัฐฯ ก็เข้าพบเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง
สหรัฐฯให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ที่นำโดยเหล่าบรรดาลูกน้องของทักษิณ
เราเคยให้การคุ้มครองระบอบการก่อการร้ายของไทย และในสัปดาห์นี้ก็ยังคงแสดงการคุ้มครองนั้นอยู่”

2) “ประเทศไทยเรียกอุปทูตสหรัฐฯเข้าพบ เกี่ยวกับเรื่องการแสดงความเห็นเชิงวิจารณ์ที่ร้ายแรง
ประเทศไทยกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า มีความอดทนอดกลั้นต่อเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศของพวกเราเป็นอย่างมากถึงมากที่สุด ความโกรธเคืองต่อการแทรกแซงของสหรัฐฯกำลังพุ่งสูงขึ้นๆ ในไทย
ผมได้เฝ้าติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ความไม่พอใจค่อยๆคลายลงในช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ตอนนี้กลับเพิ่มพุ่งสูงขึ้นในพริบตา จากการเข้าแทรกแซงของสหรัฐฯ โดยนายเดเนียล รัสเซล ในสัปดาห์นี้…

…โดยทั่วไปแล้วทั้งประชาชนคนไทยและผู้นำรัฐบาลไทยนั้นมีความอดทนอดกลั้นสูงมาก ผมรู้สึกว่าความโกรธเคืองนี้อาจจะนำไปสู่ความฉงนสงสัยในรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ดูเหมือนว่ากำลังเผชิญกับสติและปัญญาที่ผิดปกติมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น กรณีของเอกอัครราชทูตคริสตี้ เคนนี่ ในตอนนั้นคนก็เริ่มมองเธอว่าเป็นพวกสติไม่สมประกอบ ตอนที่ผู้คนคิดว่าเธอปกติดี พวกเขาก็จะแค่โกรธเคืองเธอ แต่เมื่อเอกอัครราชทูตของพวกเราดูเหมือนพวกเสียสติแล้ว คนที่สงสัยว่าทำไมเธอถึงได้มาประจำการที่นี่ก็เพิ่มมากขึ้นๆ
ช่วงเวลาของเอกอัครราชทูตคริสตี้ในประเทศไทยนั้น ไม่ธรรมดา เธอเริ่มต้นจากการเป็นที่เคารพอย่างสูง จนเกือบจะเป็นที่เกลียดชัง แล้วไปสู่คนที่ดูแล้วน่าจะถูกส่งไปบำบัดทางจิต แล้วยิ่งดูเหมือนคนที่สติไม่สมประกอบมากขึ้นเท่าใด คนจำนวนไม่น้อยก็จะเลิกโจมตีเธอแล้ว แล้วหันมากล่าวโทษประธานาธิบดีที่ส่งให้เธอมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้แทน และคนไทยนับล้านๆคน เห็นว่าเป็นทัศนคติที่มีต่อประเทศไทย ราวกับว่าประเทศไทยไม่มีความสำคัญมากพอที่เป็นประเทศที่จะมีเอกอัครราชทูตระดับสูง
แต่หลังจากนั้น ผมและอีกหลายๆคนได้ชี้ให้เห็นว่า ประเทศนอร์เวย์และประเทศญี่ปุ่นเองก็เริ่มที่จะมีความขุ่นเคืองด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ ไม่ใช่เพราะว่าเป็นประเทศไทย หรือนอร์เวย์ หรือญี่ปุ่น — รัฐบาลชุดปัจจุบันของเรานั้นก็เป็นชุดบริหารโง่ๆ ไร้สติปัญญาชุดหนึ่งจริงๆ ไม่ใช่เป็นเรื่องส่วนตัวเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง แค่กลุ่มคนโง่ที่โง่เท่านั้น ลองจินตนาการดูว่า กรุงวอชิงตันนั้น มี 500 ยิ่งลักษณ์ และ ทักษิณอีกเจ็ดแปดคน นั่นก็คือสิ่งที่เรามี ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แค่โง่กับบ้า
ผมไม่ได้พูดเพราะปากพาไป รัฐบาลของเราบอกว่าตาลีบันนั้นไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย ในอาทิตย์นี้เอง ทำเนียบขาวพูดอย่างนี้จริงๆ และในขณะเดียวกันนี้เอง รัฐบาลของเราก็ส่งคนมาเหยียดหยามประเทศไทย เราทำอย่างนี้จริงๆ… และในขณะที่ทำเนียบขาวและเพนธากอนได้ทำสิ่งเหล่านี้ มันทำให้เกาหลีเหนือดูเป็นประเทศที่ดูดีมีเหตุมีผลขึ้นมาทีเดียว เจน ซากิ โฆษกของกระทรวงการต่างประเทศนั้น ได้แต่สะบัดบ๊อบไปมาอยู่ที่แท่นปราศรัย พูดจาเกี่ยวกับประเทศไทยและประเทศอื่นๆที่เธอไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจเลยแม้แต่น้อย เจน ซากินั้น ดูแล้วเหมือนกับสาวน้อยสังคมที่ได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มสตรีผู้สูงศักดิ์ แล้วไม่เคยกลับออกมาสู่โลกภายนอกเลย
และตอนนี้ หลังจากการเยือนประเทศที่ก่อให้เกิดความรำคาญของเดเนียล รัสเซลแล้ว — คนไทยจำนวนหนึ่งได้เริ่มพูดถึงการยกเลิกการฝึกคอบบร้าโกล์ด (การฝึกร่วมทางทหาร) นี่เป็นเรื่องที่น่าอับอาย — เมื่อปีที่แล้วนั้น รัฐบาลของเราได้พูดเกี่ยวกับการยกเลิกคอบบร้าโกล์ดแล้ว มาถึงตอนนี้ คนไทยก็กำลังพูดเรื่องนี้เหมือนกัน กองทัพของทั้งสองประเทศนั้น มีความสัมพันธ์เข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยม เหมือนกับเพื่อนซี้เก่าแก่ — นั่นเป็นเพราะว่าเรานั้นซี้กันมานานแล้ว — แต่โอบาม่าก็คือควายแดงอเมริกันนั่นเอง”

3) “…ไม่มีการระเบิดในกรุงเทพฯ นับตั้งแต่พฤษภาคม 57 นับเป็นระยะเวลา 9 เดือน
ก่อนการรัฐประหาร มีการโจมตีทำร้ายราว 80 ครั้งในช่วงระยะเวลา 6 เดือนก่อนหน้า และทำให้ระยะเวลา 9 เดือนหลังจากนั้นไม่มีการระเบิดเกิดขึ้นอีกเลย แล้วต่อมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วสหรัฐฯก็ส่งเดเนียล รัสเซล ผู้สร้างความยุ่งเหยิงวุ่นวายที่นี่ แล้วก็มีระเบิด 2 ครั้งตามมา
บังเอิญ! มันก็เป็นความบังเอิญได้จริง แต่จริงๆแล้วมันก็เป็นความบังเอิญที่แปลก สหรัฐฯให้ความสนับสนุนอย่างเปิดเผยกับผู้ที่ก่อความรุนแรงอย่างหนักหนาสาหัสเมื่อปี 53, 56 และ 57
ยิ่งลักษณ์กำลังถูกรุมเร้าด้วยคดีต่างๆ สหรัฐฯนั้นสนับสนุนยิ่งลักษณ์อย่างเต็มที่ พรรคของเธอนั้นเป็นตัวการใหญ่ในเหตุความรุนแรงในกรุงเทพฯ ในปี 53, ปี 56 และปี 57 และอีกมาก
ผมได้อยู่ และร่วมเหตุการณ์ความรุนแรงส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในปี 53, ปี 56 และ ปี 57 ผมอยู่ในเหตุการณ์ตอนที่เกิดการประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 57 ไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงและไม่มีผู้บาดเจ็บในระหว่างที่อยู่ภายใต้กฎอัยการศึก ไม่มีการเสียชีวิต ไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ…
…แต่หลังจากนั้น เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง เราก็ได้แสดงความสนับสนุนผู้ก่อการร้ายอีกครั้ง โดยการส่งเดเนียล รัสเซส ที่แสดงภาพการเข้าพบยิ่งลักษณ์ออกต่อสาธารณชน และติเตียนการทำรัฐประหารที่สงบสุข และหลังจากนั้นก็มีระเบิดตามมา หลังจาก 9 เดือนแห่งความสงบสุข บังเอิญหรือ?”

4) “แล้วคนอเมริกันจะรู้สึกอย่างไร?
เราชาวอเมริกันจะรู้สึกอย่างไร หากมีประเทศอื่นๆ ที่ไม่เข้าใจปัญหาของพวกเรา แทรกตัวเข้ามาอย่างผู้ที่มีศีลธรรมจรรยาสูงส่งกว่า? ราวกับว่าพวกเขาเข้าใจปัญหาของพวกเราได้ดีกว่าที่พวกเราเข้าใจ? ราวกับว่าพวกเรานั้นเป็นเด็กที่ต้องมีผู้ชี้นำ แม้กระทั่งในขณะที่ประเทศของพวกเรากำลังก้าวไปสู่หายนะ?
เราชาวอเมริกันจะรู้สึกอย่างไร หากต่างชาติส่งเอกอัครราชทูตและผู้แทนที่เข้าข้างใดข้างหนึ่งในเหตุความขัดแย้งที่พวกเขาไม่เข้าใจ — ซึ่งพวกเขาคิดอย่างยโสว่าพวกเขาเข้าใจ — เพื่อสนับสนุนสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ต่อพวกเขามากที่สุด แล้วสหรัฐฯเองต้องจ่าย?
เราชาวอเมริกันจะรู้สึกอย่างไร หากต่างชาติคอยเข้ามาแทรกแซงในเรื่องราวภายในอย่างไม่หยุดหย่อน? เรื่องราวภายในประเทศที่พวกเขาแกล้งทำเป็นว่าเข้าใจ ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างชัดเจนแบบขาวและดำ ตำรวจและผู้ร้าย ดีและชั่ว และการแทรกแทรงของพวกเขาก็กระทำผ่านการแถลงข่าว พวกเขาได้ส่งคนไปที่ Ferguson รัฐมิซซูรี่ พาตัวเองเข้าไปแทรกแซงที่นั่น แล้วพวกเราจะมีปฏิกิริยาอย่างไร?
ทุกสิ่งทุกอย่างมองออกได้อย่างชัดเจนจากภายนอกใช่หรือไม่? ว่าการรัฐประหารในประเทศไทยนั้นมันเป็นสิ่งเลวร้าย —การรัฐประหารที่ต้องใช้วิธีการปราบปรามขั้นรุนแรง สหรัฐฯเองก็ได้สนับสนุนการทำรัฐประหารไปทั่วโลก และทำมานานหลายชั่วอายุคนแล้ว สหรัฐฯสนับสนุนซาอุดิอาระเบีย — แล้วผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำของพวกเราบินไปที่ซาอุดิอาระเบีย และเงินอันมหาศาลของซาอุฯก็สะพัดไปทั่ว เพื่อซื้ออำนาจ
เราชาวอเมริกันจะรู้สึกอย่างไร หากประเทศไทยมีเอกอัครราชทูตเดินทางไปทั่ว เพื่อสนับสนุนกองกำลังที่สร้างความรุนแรงในอเมริกา? เอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยคนที่แล้ว ได้ทำแบบนั้น
ในขณะที่กลุ่มคนที่ก่อการโจมตีในเหตุการณ์ 9/11 ส่วนใหญ่นั้นเกิดที่ประเทศซาอุฯ เราโต้ตอบเหตุการณ์ 9/11 ด้วยการโจมตีประเทศอิรักและตาลีบัน ที่อยู่ในอัฟกานิสถานและในปากีสถาน และในสัปดาห์ที่แล้วนี้เองที่ทำเนียบขาวพิจารณาว่าตาลีบันนั้นไม่ใช่องค์กรก่อการร้ายอีกต่อไป ทั้งๆ ที่ ตาลีบันก็เพิ่งสังหารชาวอเมริกันในสัปดาห์ที่แล้ว…

…เราชาวอเมริกันจะรู้สึกอย่างไร หากสหราชอาณาจักรให้เงินช่วยเหลือปีละ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯให้กับกองทุนช่วยทางด้านกฎหมายของชนกลุ่มน้อยที่ในอเมริกาที่อ้างว่าถูกตำรวจทำร้ายและไม่ได้รับความเป็นธรรม? พวกเราแทบผิดใจกับเพื่อนซี้ที่รักกันมายาวนานอย่างสหราชอาณาจักรเลย หากพวกเขากล้าที่จะยื่นมือเข้ามายุ่งใช่หรือไม่? พวกเราสหรัฐอเมริกาไม่ควรจะสนับสนุนเงินทุนให้กับฝ่ายต่อต้านในประเทศไทยเลย แต่พวกเรากลับทำอะไรที่ใหญ่มากกว่านั้น สหรัฐฯให้การคุ้มครองทางการเมืองต่อพวกก่อการร้าย ผู้ที่ทำให้คนไทยบาดเจ็บและเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 2,000 ราย
คิดดูว่า ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะหยุดแทรกแซงประเทศไทย
สหรัฐฯควรจะดูแลทำความสะอาดบ้านของตัวเอง ก่อนที่จะไปบังคับให้คนอื่นทำ”
สารส้ม

ที่มา http://www.naewna.com/politic/columnist/16716

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!