หน้าแรก การเมือง คืบหน้าคดี ระเบิดหน้า พารากอน ตร.ล่าตัว เมย์ อียู

คืบหน้าคดี ระเบิดหน้า พารากอน ตร.ล่าตัว เมย์ อียู

ปรากฏความคืบหน้ามาเป็นลำดับ กับเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดไปป์บอมบ์ จำนวน 2 ลูก บริเวณทางเชื่อมระหว่างรถไฟฟ้าบีทีเอสกับห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนเมื่อคืนวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่กรณีที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวระบุถึงการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมายืนยันว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

download

โดยในวันนี้ พลตำรวจโท ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีดังกล่าวว่า ขณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามผู้ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลเชิงลึกยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะทุกอย่างอยู่ในสำนวนและอยู่ระหว่างดำเนินการ ด้านตัวคนร้ายนั้นเจ้าหน้าที่พอมีข้อมูลมาบ้างแล้ว แต่ก็ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งยืนยันยังไม่มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยรายใด

พลตำรวจโท ศรีวราห์ ยังระบุอีกด้วยว่า คดีนี้ขอยืนยันว่า หากจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้จะดำเนินการสอบสวน โดยการใช้กฎอัยการศึกและประมวลกฏหมายอาญาอย่างแน่นอน โดยคดีดังกล่าวคืบหน้าไปแล้วกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูล หรือรายละเอียดได้ เนื่องจากผู้ต้องสงสัยที่มีอาจจะมีมากกว่า 2 คน

ทั้งนี้ ถ้าทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ จะดำเนินการขออนุมัติศาล เพื่อออกหมายจับในทันที ส่วนเรื่องระยะเวลานั้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะต้องใช้เวลานานเท่าใด เพราะไม่ใช่ตำรวจทำหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว มีฝ่ายอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการตำรวจนครบาลพร้อมชุดทำงานในคดีดังกล่าว จะประชุมกันอีกครั้งในวันอังคารที่ 10 ก.พ.ที่จะถึงนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตามพยานหลักฐานที่มีอยู่

อีกหนึ่งความคืบหน้าที่น่าสนใจ ก็คือการปรากฏข้อมูลว่า เหตุการณ์ระเบิดในครั้งนี้ เชื่อมโยงไปถึง นางมนัญชยา เกตุแก้ว หรือ เมย์ อียู หนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับคสช. ซึ่งขณะนี้ยังคงหลบหนีอยู่ต่างประเทศนั่นเอง

โดยเมื่อวานนี้ (7 ก.พ.) พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น.เปิดเผยว่า ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้ชุดสืบสวนคลี่คลายคดี รื้อแฟ้มคดีชายชุดดำมาตรวจสอบ กรณีจับกุมกลุ่มชุดดำ 5 คน เป็นชาย 4 คนและหญิง 1 คน ที่ก่อเหตุใช้อาวุธสงคราม และระเบิดทำร้ายทหาร ขณะดำเนินการขอคืนพื้นที่คืนจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงบริเวณแยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 เป็นเหตุให้มีทหารบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึง พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ซึ่งคดีดังกล่าวมีผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีหมายจับอยู่ โดยเฉพาะนายจักรรินทร์ หรือเสธ.ไก่ เรืองศักดิ์วิชิต ผู้สั่งการที่ยังหลบหนี หลังศาลจังหวัดทหารบกสระบุรีอนุมัติหมายจับ ข้อหาร่วมกันมีอาวุธ เครื่องกระสุน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในราชการสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย เนื่องจากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้มีส่วนพัวพัน น.ส.กริชสุดา หรือเปิ้ล คุณะแสน นักกิจกรรมคนเสื้อแดงรู้จักกันในนาม “สหายสุดซอย” เนื่องจากพบหลักฐานว่า น.ส.กริชสุดาโอนเงินให้กลุ่มผู้ต้องหา จึงให้ชุดสืบสวนตรวจสอบว่า มีเครือข่ายคนใดเกี่ยวข้องกับคดีระเบิดหน้าสยามพารากอนหรือไม่

นอกจากนี้ ระเบิดไปป์บอมบ์ที่ใช้ก่อเหตุมีลักษณะคล้ายกับระเบิดที่เกิดขึ้นท้องที่ สน.มีนบุรี เมื่อเดือน มี.ค.57 ซึ่งเชื่อมโยงกับคดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เดือน ต.ค.53 ซึ่งชุดสืบสวนเชื่อว่าทั้งหมดโยงใยอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน ฝ่ายความมั่นคงของทหารและชุดสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิด จึงใช้กฎหมายพิเศษนำตัวแกนนำและผู้ที่อยู่ในกลุ่ม เคยก่อเหตุความรุนแรงไปสอบสวนในเซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง เพื่อรีดข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวคดีระเบิดเย้ยกฎอัยการศึก

นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกด้วยว่า หลังจากสอบปากคำกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์หลายสิบคนได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาพอสมควร ล่าสุดชุดความมั่นคงของทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคลี่คลายคดี พุ่งเป้าไปที่เครือข่ายกลุ่มเสื้อแดงอิสระ ของนางมนัญชยา เกตุแก้ว หรือ “เมย์ อียู” ซึ่งเป็นแกนนำแดงอิสระแห่งภาคตะวันออก

ส่วนสาเหตุที่ชุดสืบสวนพุ่งเป้าตรวจสอบเครือข่าย “เมย์ อียู” สืบเนื่องมาจาก น.ส.กริชสุดา หรือสหายสุดซอย เป็นคนใกล้ชิด และเคยเป็นเลขาให้กับนางมนัญชยา หรือเมย์ อียู มาก่อน

และจากข้อมูลดังกล่าว ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฉายภาพความเชื่อมโยงให้เห็นอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะก่อนจะกลับมาปรากฏชื่อในเหตุการณ์ครั้งนี้ ชื่อนางมนัญชยา เกตุแก้ว หรือ “เมย์ อียู” เพิ่งถูกนำเสนอผ่านสื่อมวลชนมาแล้วเมื่อกลางปี 2557

ย้อนไปเมื่อ 28 พฤษภาคม 2557 ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 14 จ.ชลบุรี สนธิกำลังกว่า 50 นาย บุกเข้าไปที่บ้านเลขที่ 9/74 หมู่บ้านบางแสนมหานคร ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านของ นางมนัญชยา เกตุแก้ว หรือ “เมย์ อียู” แกนนำแดงอิสระ ที่มีความสนิทสนมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

เมื่อไปถึงพบว่า นางมนัญชยา ได้เดินทางไปยังประเทศเยอรมันก่อนหน้านี้แล้ว แต่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม ‘กริชสุดา คุณะเสน’ ซึ่งเป็นคนสนิทของ ‘เมย์ อียู’ ไว้ได้ พร้อมอาวุธปืนกล็อก ขนาด 11 มม.อีก 1 กระบอกในห้องนอน พร้อมกับยึดรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซสีขาว หมายเลขทะเบียน 350 กรุงเทพมหานคร

หลังจากทำการตรวจค้นบ้าน พบหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นใบโอนเงิน บัญชีการแจกจ่ายเงิน และการว่าจ้างบุคคลทำงานที่เชื่อว่าน่าจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย
ในวันดังกล่าว ทหารจึงได้ควบคุมตัว ‘กริชสุดา’ พร้อมหลักฐานต่างๆ ไปสอบสวนที่เซฟเฮาส์ภายในค่ายทหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

ต่อมา เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2557 ศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายสมศักดิ์ หรือน้อง พูลสวัสดิ์ น.ส.กริชสุดา หรือเปิ้ล คุณะแสน และนางมนัญชยา หรือเมย์ เกตุแก้ว ในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากจับกุมนายพีรพงษ์ หรือธานินทร์ สินธุสนธิชาติ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนเครื่องกระสุน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงคราม ที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตใช้ได้ ไว้ในความครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งจากการสอบสวนนายพีรพงษ์ให้การซัดทอดว่าอาวุธสงครามที่แจกจ่ายให้บุคคลต่างๆ ไปก่อเหตุช่วงการชุมนุมทางการเมืองนั้น เป็นอาวุธที่รับมาจาก น.ส.กริชสุดา และนายกมล ดวงผาสุข หรือไม้หนึ่ง ก.กุนที จึงรวบรวมหลักฐานเพื่อขอศาลอาญาออกหมายจับดังกล่าว พร้อมระบุด้วยว่าการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 3 มีลักษณะเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายโดยแบ่งหน้าที่กันทำ

นอกจากนี้ นางมนัญชยา ยังเป็นหนึ่งในผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลทหาร กรณีฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยไม่เข้ารายงานตัวภายในกำหนดเวลา

ทั้งนี้ หากไปดูกันถึงที่มาที่ไป นางมนัญชยา เกตุแก้ว หรือ ‘เมย์ อียู’ หรืออีกฉายาคือ ‘เมย์ แดงแจ๊ด’ นั้นเป็นแกนนำคนหนึ่งของ ‘นปช.อียู’ ได้ให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวของ ‘แดงอิสระ’ หลายกลุ่ม ตั้งแต่ปี 2552-2553

โดยหลังเหตุการณ์พฤษภา 2553 ‘เมย์ อียู’ ได้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ในการช่วยเหลือคนเสื้อแดงที่ถูกจับกุมคุมขัง โดยมีการประสานกับ ‘นายตำรวจใหญ่’ ที่ใกล้ชิด จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ และกลุ่มเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 บางคน ตั้งคณะกรรมการการเยียวยาช่วยเหลือคนเสื้อแดงที่ได้รับผลกระทบทางการเมือง

และในวันที่ 8 มิถุนายน 2556 นปช.อียู ร่วมกับ ‘เมย์ อียู’ จัดงานทอดผ้าป่าระดมทุนในการต่อสู้กับระบอบอำมาตย์ในประเทศไทย

จากนั้น ในช่วงปลายปี 2556 มีนักโทษเสื้อแดงคนหนึ่งออกมาโวยว่า ‘เมย์ อียู’ ไม่ได้ช่วยเหลืออย่างจริงใจ และแอบอ้างชื่อ ‘ทักษิณ’ ทำให้ ‘เมย์ อียู’ ต้องออกมาตอบโต้ และเรื่องดังกล่าวก็เงียบหายไป

ทั้งนี้ จากรายงานของหน่วยความมั่นคงระบุว่า กลุ่มของ “เมย์ อียู” นั้นทำงานทั้งใต้ดินและบนดิน

อ้างอิง สำนักข่าว TNEWs

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!