หน้าแรก งาน-อาชีพ สังคมแห่ชื่นชม ครูสวยหล่อ ขอแบ่งพื้นที่ให้ ครูคุณภาพ บ้างนะจ๊ะ

สังคมแห่ชื่นชม ครูสวยหล่อ ขอแบ่งพื้นที่ให้ ครูคุณภาพ บ้างนะจ๊ะ

ช่วงนี้ กระแสคุณครูสวย หล่อ กันเต็มบ้านเต็มเมือง เราก็ยินดีชื่นชมด้วย เพราะหากนั่นจะเป็นกำลังใจให้คุณครูได้มีแรงผลักดันที่จะทำงานเพื่อสร้างอนาคตของชาติรุ่นต่อไป แต่ก็ไม่อยากให้ลืมเรื่องคุณภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าปริมาณ และหีบห่อบรรจุภัณฑ์ที่เป็นเพียงเปลือกนอก

พูดตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าครูสวยหล่อ ไม่มีคุณภาพนะจ๊ะ เพียงแต่อยากให้เสริมประเด็นครูคุณภาพเข้ามาร่วมด้วยเท่านั้นเอง เพราะหน้าที่ของครูโดยตรงคือการให่้ความรู้แก่ศิษย์

อย่างไรก็ต้องขอบคุณครูสวยหล่อทุกท่าน ที่ช่วยให้กระแสความสนใจเกิดขึ้นในหมู่วิชาชีพครูอีกครั้ง อยากรู้ว่าประเทศไทยมีคุณครูสวยหล่อมากมายแค่ไหน ต้องเข้าไปดูที่เพจ สมาคมครูหน้าตาดี แห่งประเทศไทย

ชื่นชมครูสวยหล่อแล้ว อย่าลืมให้กำลังใจคุณครูที่ไม่สวยไม่หล่อ แต่อุทิศตนเพื่องานการศึกษาอย่างแท้จริงด้วยนะครับ วันนี้เราจึงนำบทความที่เป็นสาระเกี่ยวกับคุณภาพครูมานำเสนอกัน ในช่วงที่กระแสครูสวยหล่อกำลังระบาด หวังว่าจะมีคนจำนวนหนึ่งชายตาหันมาอ่านบทความนี้บ้างนะครับ ก่อนที่บรรทัดฐานการให้ความสำคัญของครูจะเปลี่ยนไป

ธนิตย์ สุวรรณเจริญ เขียนถึง คุณภาพครู ไว้ดังนี้…..

ครูไม่มีคุณภาพส่วนหนึ่งคงเป็นความจริง แต่อีกส่วนคงไม่ใช่ แต่โดนเมื่อไร เมื่อนั้นก็หมายถึงทุกคน
พูดเรื่องนี้ครั้งใดก็เหมือนกับแก้ตัว เพราะความที่เป็นครู แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นครู ก็คงไม่รู้ว่า ปัญหาจริงๆ มีมากกว่าคุณภาพครู ดังที่พูดกัน

สมศ.ประเมินคุณภาพโรงเรียนรอบสอง โรงเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินสูงที่สุด เป็นโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ข่าวทิ้งท้ายด้วยประโยคสำคัญว่า เพราะครูไม่มีคุณภาพ

สังเกตไหมครับ ที่ผ่านมา ไม่ว่าอะไรก็ตาม ที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับเยาวชนซึ่งเป็นข่าว ครูมักต้องตกเป็นจำเลยของสังคมด้วยทุกครั้ง

ครูไม่มีคุณภาพ ต้องผลิตครูพันธุ์ใหม่ หลักสูตร 5 ปี เป็นแนวทางแก้ไขคุณภาพครู อีกทางหนึ่ง ให้ครูทำผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ นายกรัฐมนตรีกล่าวประโยคนี้ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

เหตุอื่นๆมีมากมายนะครับ มิใช่คุณภาพครูอย่างเดียว อาทิ

ครูคนเดียวสอนสองชั้น สามชั้น เนื่องจากครูขาด ครูไม่ครบชั้น สอนได้ครับ จะกี่ชั้นครูก็สอนได้ แต่คุณภาพ จะทำอย่างไรกัน? ปัญหาเรื่องนี้ยังคงอยู่นะครับ จะยุบโรงเรียนขนาดเล็ก จะบรรจุ จะคงอัตราเกษียณ-เออร์ลี่ เป็นแนวทางของรัฐ แต่ไปถึงไหนแล้ว
ครูสอนไม่ตรงวิชาเอก เอาครูเกษตรไปสอนคณิตศาสตร์ เอาครูสังคมไปสอนภาษาอังกฤษ เอาครูปฐมวัยไปสอนวิทยาศาสตร์ ฯลฯ โดยเฉพาะโรงเรียนในช่วงชั้นที่ 1 และ 2 แล้วไง? พอนักเรียนมีผลการทดสอบระดับชาติต่ำกว่าเกณฑ์ เอาอีกแล้ว..คุณภาพครู
การบริหารและการจัดการในโรงเรียน ครูมีส่วนร่วมเพียงใด แทบไม่มีปากเสียง โรงเรียนจะทำโน่นทำนี่ มิใช่ครูนะครับ แม้แต่กรรมการสถานศึกษาซึ่งมีบทบาทตามกฎหมาย ก็มีส่วนน้อยมาก ผู้บริหารเป็นคนบัญชาการเองทั้งสิ้น มิใช่ครู แต่จำเลยทุกครั้งคือครู

เชื่อไหมครับว่า ทุกกิจกรรมในโรงเรียน สำคัญที่สุดตามหลักการ ทฤษฎี คือ การจัดการเรียนการสอน แต่ในทางปฏิบัติ ทุกเรื่องสามารถแทรกหรือทำก่อนได้ทั้งหมด การเรียนการสอนคิวสุดท้ายครับ บางครั้งครูต้องเก้อในการเตรียมการสอน เพราะนักเรียนหายไปกับกิจกรรมอื่นๆ บางคราวครูต้องถูกเรียกไปทำงาน ซึ่งมักจะเร่งด่วนอยู่บ่อยๆ การเรียนการสอนต้องงดไว้ก่อน นี้คือข้อเท็จจริง ซึ่งสังคมควรสดับ
การพิจารณาความดีความชอบเป็นกรณีพิเศษ หรือ 2 ขั้น ผลการจัดการเรียนการสอน ครูที่สอนเก่ง ตั้งใจสอน หมดสิทธิ์ครับ เพราะเมื่อครูเน้นเรื่องสอน งานอื่นที่ไม่ใช่สอนก็ด้อยไปโดยปริยาย เมื่อเป็นเช่นนี้บ่อยเข้า อะไรจะเกิดขึ้น งานอื่นก็เยี่ยมสิครับ ยกเว้นคุณภาพนักเรียน

ครูทำงานสารพัดอย่างนะครับ มิใช่สอนอย่างเดียว งานธุรการ งานพัสดุ งานการเงิน ฯลฯ งานนอกที่โรงเรียนทำร่วมกับหน่วยงานอื่นๆอีก โดยเฉพาะการรายงานข้อมูลต่างๆ ทำให้ครูหลายคนมีเวลาสอนน้อยกว่าเวลาทำงานอื่นเสียอีก ทั้งที่ครูควรมีหน้าที่สอน แปลกไหมครับ แต่เป็นคำตอบถึงคุณภาพนักเรียนได้เป็นอย่างดี

ล่าสุดผลประเมินภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ต่ำกว่าเกณฑ์ วิกฤติแล้ว อ่านภาษาไทยไม่เข้าใจ จะไปทำอะไรได้ อ่านโจทย์ก็ตีโจทย์ไม่แตก รัฐมนตรีบอกจะแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้ภายใน 7 ปี ฟังแล้วก็ยังไม่เห็นความหวังอยู่ดีครับ ซ้ำร้ายต้องรอถึง 7 ปี ทำไมจึงไม่มีความหวัง เพราะปัญหาของโรงเรียนที่แท้จริง ซึ่งเป็นสาเหตุมีอยู่อย่างหลากหลาย ยังคงมี และจะยังคงอยู่ครับ ให้อีก 10 ปีข้างหน้าก็ตาม ลองพิจารณาเรื่องที่เป็นปัญหาและยังคงอยู่ดูได้

ครูขาดมิใช่พึ่งเป็น แต่เป็นมานานเต็มทีแล้ว จนเดี๋ยวนี้ ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้านัก การบริหารจัดการโดยคณะกรรมการสถานศึกษา ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 ซึ่งผ่านมา 10 ปีแล้ว ก็ยังไม่ได้เข้ามามีบทบาทอะไรกับโรงเรียนมากอย่างควรจะเป็น ผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จของโรงเรียนยังคงเป็นผู้บริหารเช่นเดิม เรื่องครูไปทำงานอื่นจนไม่มีเวลาสอน มีแนวทางจะบรรจุครูธุรการเข้ามาแบ่งเบา แต่ก็ได้แค่พูด ถึงได้จริง ก็คงไม่ครบทุกโรง ที่จะมีสิทธิ์ก่อนคือโรงเรียนใหญ่ แต่ถึงเวลานี้ยังนะครับ เรื่องพิจารณาความดีความชอบ โดยใช้ผลการจัดการเรียนการสอนด้วยแล้ว ยังไม่เคยได้ยินผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องคนใด พูดถึงเรื่องนี้ครับ

การพัฒนาคุณภาพครูอย่างเดียว ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะแนวทางการพัฒนาครู ด้วยการให้ทำผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ ก็ดูไม่มีความหวัง เพราะยังมีเสียงบ่น เสียงเตือน จากทั้งเพื่อนครูและสื่อมวลชนว่า ครูก้าวหน้า แต่เด็กเหมือนเดิม เกณฑ์ในการประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะใหม่ กำลังถูกปรับ เพื่อจะนำออกมาใช้ตามนโยบายของรัฐมนตรี รู้มั้ยครับว่า 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ กติกาการประเมินวิทยฐานะเปลี่ยนแปลงไปมา รวมทั้งแก้ไข เยียวยา ไม่รู้ว่ากี่ครั้งแล้ว ว่าจะเน้นการสอนจริงในชั้นเรียน จะเน้นที่คุณภาพนักเรียน ก็ยังทำไม่ได้จริง

แนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืน และไม่ต้องรอครูพันธุ์ใหม่ ที่สำคัญและต้องทำเป็นเรื่องแรก คือ รัฐต้องให้ครูสอนนักเรียนอย่างเต็มเวลา เต็มความสามารถ ต้องคืนเวลาสอนให้กับครูครับ ใครสอนดี ตั้งใจสอน พิจารณาความดีความชอบให้ก่อน ถ้ามีความสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ก็พิจารณาเลื่อนวิทยฐานะให้เลย รวมถึง ต้องให้ครูมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการมากกว่าที่เป็นอยู่ ครูจะได้รู้สึกเป็นเจ้าของโรงเรียนตัวจริงเสียงจริงด้วยคนหนึ่ง เพราะมีส่วนร่วมคิดร่วมทำ

เพื่อนครูบางคนเคยเล่าพฤติกรรมชีวิตครูของตัวเองให้ฟังว่า มาโรงเรียนตอนเช้าแค่ถึงป้ายโรงเรียนก็อยากจะกลับบ้านแล้ว บางคนเลยโรงเรียนไปเลย ไม่เข้าโรงเรียน ผมเชื่ออย่างสนิทใจว่า ครูพวกนี้มิใช่ไม่มีคุณภาพ เพราะเขาตั้งใจสอนนักเรียน หลายเรื่องหลายราวในโรงเรียนต่างหาก ที่ทำให้เกิดอาการเช่นนี้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย ธนิตย์ สุวรรณเจริญ

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!