หน้าแรก ดารา-บันเทิง กังขา บอย ซื้อรถถูก จ่อเรียกสอบใหม่ เงินล่องหน 400ล้าน

กังขา บอย ซื้อรถถูก จ่อเรียกสอบใหม่ เงินล่องหน 400ล้าน

4 ธ.ค. 57 เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสืบสวน บก.ป. ชุดคลี่คลายคดียักยอกทรัพย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กว่า 1,600 ล้านบาท ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน นำโดย พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี

วันเดียวกัน พ.ต.อ.กรไชย ได้สั่งเรียกประชุมเพื่อวางแนวทางการทำงานหลังจากนี้ โดยเฉพาะการขยายผลทางคดี ซึ่งในวันที่ 5 ม.ค. จะประสานให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดรถยนต์และทรัพย์สินต่างๆ ของผู้ต้องหา มาตรวจสอบ ส่วนทรัพย์สินที่มีผู้ซื้อต่อไปจากผู้ต้องหา อาจเข้าข่ายต้องถูกยึดทรัพย์สินคืนกลับมาด้วย
นอกจากนี้ยังเชื่อว่า ยังมีคนที่อยู่เหนือขึ้นไปจากนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด หนึ่งในผู้ต้องหาที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนี แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยเป็นคนที่มีอำนาจ ซึ่งขณะนี้พยานหลักฐานอาจพาดพิงถึง แต่ยังไม่สามารถระบุชี้ชัดได้ว่าเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด
“เงินที่ยักยอกไปตั้งแต่ปี 2555 พบว่ามีอยู่ที่นายกิตติศักดิ์ ประมาณ 700 ล้านบาท เป็นบ้าน 2 หลัง ราคารวมประมาณ 100 ล้านบาท ส่วนที่เป็นเงินยังอยู่ในระบบธนาคารที่ตรวจสอบได้ประมาณ 994 ล้านบาท และยังตรวจสอบไม่พบอีกประมาณ 400 ล้านบาท” พ.ต.อ.กรไชย กล่าว

ทั้งนี้ นายกิตติศักดิ์ ได้กู้เงินสดจากบริษัท มัทธุจัด บริษัทในเครือที่คาดว่าเปิดเอาไว้ฟอกเงิน มาซื้อบ้านที่หมู่บ้านโครงการลัดดารมย์ ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ ราคา 24 ล้านบาท เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2557 โดยผ่อนชำระคืนให้เดือนละ 1 แสนบาท
ขณะที่ฝ่ายสืบสวนได้ขออนุมัติหมายศาล เข้าตรวจค้นและอายัดฮาร์ดดิสคอมพิวเตอร์ และวงจรปิดภายในบริษัทของผู้ต้องหา มาตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานการเชื่อมโยงกับการยักยอกเงินของสถาบันฯ ดังกล่าวไว้ด้วย
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า นายกิตติศักดิ์ มีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 12 ม.ค. ที่จะถึงนี้ แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อว่าจะเดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยหรือไม่

ส่วนกรณีการขายรถสปอร์ต ยี่ห้อ แลมโบกีนี่ สีเขียว ราคา 19.5 ล้านบาทให้กับ นายปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ หรือ บอย ปกรณ์ พระเอกหนุ่มชื่อดัง ในราคา 13.5 ล้านบาท ฝ่ายสืบสวนยังมีข้อกังขาสงสัยว่า เหตุใดจึงขายรถที่เพิ่งซื้อมาเพียง 2 เดือนในราคาขาดทุนถึง 6 ล้านบาท ซึ่งจะมีการเชิญตัวนักแสดงหนุ่ม เข้ามาชี้แจงอีกครั้งว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาหรือไม่
“ทุกอย่างมีเส้นทางหมด เขาพูดว่าไม่รู้จักกันมาก่อน ผมจะทำให้ดูว่าสิ่งที่เขาพูดว่าเป็นจริงหรือไม่เพียงใด ครั้งก่อน บอย ปกรณ์ เขามาพบพนักงานสอบสวนเท่านั้น ไม่ได้มาพบผม ถ้ามาพบก็คงจะมีคำถามมากกว่านั้นอีกเยอะ ยังไงๆ ก็จะประสานมาพบผมอีกครั้ง แต่ขอเวลาไปหาข้อมูลก่อน” รอง ผบก.ป. ระบุ

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่า นายกิตติศักดิ์ ได้ขายรถหรูไปแล้วจำนวน 3 คัน เป็น แลมโบกินี่ 2 คัน (คันนึงขายให้ บอย ปกรณ์) และออร์ดี้ อีก 1 คัน ซึ่งคาดว่า 2 คันที่เหลือ ขายไปในราคาขาดทุนเช่นกัน
พ.ต.อ.กรไชย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ทราบว่า นายกิตติศักดิ์ เดินทางไปเที่ยวฮ่องกง ใช้จ่ายเงินอย่างกับเศรษฐี มีการเช่าเฮลิคอปเตอร์บินดูรอบๆ เกาะ คนธรรมดาเขาทำแบบนี้ไม่ได้แน่นอน และยังเชื่อว่ามีอีกหลายคนที่ร่วมกับแก๊งนี้ ส่วนผู้ต้องหาที่ยังไม่มามอบตัวอีก 2 คน เชื่อว่าแค่รับเปิดบัญชีเท่านั้น หากเข้ามอบตัวให้ปากคำ ก็จะช่วยให้สำนวนเบาลง อาจจะกันตัวไว้เป็นพยาน ไม่ต้องหลบหนีตลอดชีวิต

ขณะเดียวกันก็กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 1 ราย ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้รับจ้างเปิดบัญชี โดยได้ไปเปิดบัญชีธนาคารในห้างแห่งหนึ่งช่วงเวลา 17.00 น. โดยมีเงินเข้าบัญชี 20 ล้านบาท ก่อนจะโอนต่อทันทีในเวลา 18.00 น. วันเดียวกัน

ที่มา แนวหน้า

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!