หน้าแรก ดารา-บันเทิง เลือกคิดบวก จา พนม ภูมิใจไปเปิดประตูฮอลลีวูด

เลือกคิดบวก จา พนม ภูมิใจไปเปิดประตูฮอลลีวูด

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2558 08:15

ผงาดขึ้นแท่นเป็นซุป’ตาร์นักบู๊ระดับโลกไปนานแล้ว จา พนม ทัชชกร ยีรัมย์ พร้อมเต็มที่เต็มพลังสุดขีดแล้ว ที่จะกลับมาระห่ำบนจอเงิน ในหนังแอ็กชั่นเรื่องใหม่ คู่ซัดอันตราย Skin Trade เผยการร่วมงานใน ฟาสต์ฯ 7 ได้มิตรภาพและมุมมองใหม่ๆ

ผงาดขึ้นแท่นเป็นซุป’ตาร์นักบู๊ระดับโลกไปนานแล้ว จา พนม ทัชชกร ยีรัมย์ พร้อมเต็มที่เต็มพลังสุดขีดแล้ว ที่จะกลับมาระห่ำบนจอเงิน ในหนังแอ็กชั่นเรื่องใหม่ คู่ซัดอันตราย Skin Trade ที่เพิ่งเปิดตัวแถลงข่าวไปที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

จา พนม พร้อมบู๊ดุเดือดให้แฟนหนังได้สะใจ และพร้อมเปิดใจเป็นพิเศษกับ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ จากการทำงานในหนัง เรื่อง สกินเทรด Skin Trade ได้เรียนรู้และได้ประสบการณ์อะไรเพิ่มเติม จากที่มีอยู่แล้ว? “เป็นหนังที่เราได้อะไรมามาก เริ่มจากฟาสต์ (Fast & Furious 7 ฟาสต์ แอนด์ ฟิวเรียส ภาค 7) เราก็ได้อะไรมากแล้ว พอมาหนังเรื่อง สกินเทรด เราได้เปลี่ยนคาเรกเตอร์ของเราให้เป็นสากลมากขึ้น ได้เล่นบทเป็นตำรวจสากล เป็นลุคใหม่เป็นภาพใหม่ของเรา พูดภาษาอังกฤษทั้งเรื่อง”

ที่จาบอกว่า ได้อะไรมามากจากหนังเรื่อง ฟาสต์ฯ 7 ได้อะไรมาบ้างคะ? “ก็ได้มิตรภาพ เราได้ไปเรียนรู้เทคนิคการสร้างคาเรกเตอร์ ทำยังไงให้ดูแข็งแรง วิธีการทำงานให้เป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการละลายพฤติกรรมคาเรกเตอร์ของเรา ก็ได้มาจาก วิน ดีเซล หรือจาก เจสัน สเตแธม เขาบอกว่าไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อนนะ ก็ถามว่าแล้วทำยังไง เขาบอกว่า อินสติง (instinct) ก็คือสัญชาตญาณ ดึงสัญชาตญาณของเรามาเป็นคาเรกเตอร์ ว่าตัวละครนั้นคิดอย่างไร เราก็ได้มาลองอะไรใหม่ๆ นำความรู้นั้นมาใช้ บวกกับการทำงานที่ฮอลลีวูด ทำอย่างมีสเปก เคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน เรื่องการรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง 6 โมงก็คือ 6 โมง เป๊ะๆๆ แล้วมันก็เสร็จทุกอย่างตามที่วางเอาไว้ นี่คือสิ่งที่เราได้ไปเรียนรู้ ก็ทำให้เราได้เปิดโลกทรรศน์มากขึ้น


จา พนม กับหนังแอ็กชั่นเรื่องใหม่ คู่ซัดอันตราย Skin Trade

“ยังทำให้เรามีมุมมองที่แปลกใหม่ ได้มีโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ โอกาสที่เราจะเชื่อมฮอลลีวูดกับประเทศไทยมันเป็นไปได้สูง ซึ่งตอนนี้มันก็เป็นไปแล้ว จากเรื่องฟาสต์ 7 เป็นตัวเปิดประตูฮอลลีวูดได้แล้ว มาถึงหนังเรื่อง สกินเทรด ก็เป็นตัวเชื่อมต่อ หนังเรื่องสกินเทรด 95% ถ่ายทำในประเทศไทย 95% เป็นโปรดักชั่นทีมคนไทย นี่ครับ!!! โอกาสตรงนี้ จะทำให้หนังต่อไปหลายๆ เรื่องของฮอลลีวูดได้เข้ามา ต่อไปหนังไทยก็จะมีโอกาสได้ทำหนังร่วมกับฮอลลีวูด


การร่วมงานใน ฟาสต์ฯ 7 ได้มิตรภาพและมุมมองใหม่ๆ

คาแรกเตอร์ของเราให้เป็นสากลมากขึ้น ได้เล่นบทเป็นตำรวจสากล เป็นลุคใหม่เป็นภาพใหม่
เล่าให้ฟังหน่อยค่ะ ถึงการทำงานกับ พี่เอก เอกชัย เอื้อครองธรรม ผู้กำกับหนังเรื่อง สกินเทรด? “ผมเจอกับพี่เอกครั้งแรก ตอนไปดูงานศิลปะโขนด้วยกัน ก็นึกไม่ถึงว่าจะได้มาทำงานด้วยกัน พี่เอกจะเก่งในเรื่องการนำมุมอาร์ต ดราม่า และให้เทคนิคในการสร้างคาเรกเตอร์ให้มีเรื่องราว ไม่ใช่มีแอ็กชั่นอย่างเดียว ทำให้หนังสนุก เออ มีรสชาติ จะได้เห็นผมหลายมิติ หลากมุมมองมากขึ้น

ซื้อรถลัมโบร์กินี่ไปแล้ว มีโครงการจะซื้อบ้านที่สหรัฐฯ หรือมีโครงการจะซื้ออะไรเพิ่มอีก? “อ๋อ รถนี้ซื้อเพื่อให้เป็นรางวัลตัวเอง ตอนนี้โฟกัสเรื่องการทำงานตรงนี้ก่อน เราก็มีความฝันที่อยากจะทำโน่นทำนี่ แต่อดใจไว้ก่อนที่จะซื้อโน่นซื้อนี่” ที่บอกว่ามีแผนมีฝัน จะทำอะไรต่อไปดี? “ในตอนนี้ผมทำให้กับประเทศชาติด้วยการเล่นหนัง ผมเอาพลังมาจากข้างใน ผมเอาธงชาติไทยไปปักอยู่ตรงนั้น (ฮอลลีวูด) คือคนรู้ว่าผมมาจากไหน โทนี่ จา ฟอร์ม ไทยแลนด์ ผมไปในนามคนไทย ที่พูดภาษาไทย โอกาสที่เด็กรุ่นใหม่จะก้าวไปสู่วงการฮอลลีวู้ดมันมีสูง เพราะเราได้เชื่อมโยงกับฮอลลีวูดแล้ว เราได้ไปสร้างเพื่อน สร้างมิตรภาพกับเพื่อนโปรดิวเซอร์ กับเพื่อนนักแสดง เราได้ไปบอกแล้วว่าสถานที่ถ่ายทำหนัง สถานที่ท่องเที่ยวในไทยมีครบ และหนังเรื่องสกินเทรดนี้ เป็นหนังที่เปิดศักยภาพของคนไทยที่ทำได้ และมันก็เป็นจริง เพราะหนังเรื่องสกินเทรด ขายไปแล้ว 70 ประเทศทั่วโลก ก็ทำให้เราได้ภาคภูมิใจ ต่อไปก็เป็นโอกาสอันดี ที่หนังไทยจะไปฮอลลีวูดได้ และหนังฮอลลีวูดจะมาร่วมกับเราต่อไปในอนาคต

จากข่าวยุ่งๆ ของครอบครัวฝั่งทางคุณพ่อที่ผ่านมา ตอนนี้ภรรยาบุ๋งกี้ สุขภาพจิตดีขึ้นแล้วเนอะ? “(รีบตอบ) สบายดีครับ สบายดี (ยิ้ม) สุขภาพจิตเลยดี ชีวิตผมสนุกดีขึ้น ชีวิตดีขึ้น ดี๊! ดี! (หัวเราะสนุก) 2 ปีที่ผ่านมาผมฮาร์ดเวิร์ก (Hard Work ทำงานหนัก) มาตลอด เพื่ออะไร ก็เพื่อที่จะมาถึงวันนี้ เรามีเจตนาเรามีความปรารถนาดี ที่จะช่วยเหลือผลักดันตลาดหนังไทยไปสู่ตลาดโลกของฮอลลีวูด”

ในอดีตเรื่องวุ่นวายกับครอบครัวคุณพ่อ อยากจะบอกอะไรกับแฟนหนังบ้าง? “ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลงเป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งที่ผมมอง สิ่งที่ผมตัดสินใจ ผมมีความรู้สึกตั้งแต่เด็กแล้วว่าจินตนาการของผมชอบหนัง เรามุ่งหวังที่จะทำให้กับประเทศชาติ ทำไมผมถึงเรียนมวยไทย ทำไมผมถึงชอบหนัง เพราะว่า ผมต้องการสื่อความสามารถของผมออกไปในหนัง ในหนังผมสื่อความเป็นไทยออกไป พอเวลาผมล้ม ผมจะนึกว่าผมทำเพื่อประเทศชาตินะ ถ้าเกิดเราท้อ ก็จะไม่มีวันที่จะก้าวต่อไป ผมจึงตัดตรงนั้นทิ้งไป

ตอนนี้ก็มีหนังติดต่อเข้ามา มีบทดีๆ ให้ได้เลือกเล่น
“ผมคิดบวก พอผมคิดบวกสิ่งที่ดีๆ ก็จะเข้ามา อย่างน้อยนะ พอเราก้าวไปถึงตรงนั้น สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ถ้าเราเปิดตลาดฮอลลีวูดได้ มันจะเกิดอะไรขึ้น มันก็จะเป็นผลดีกับเรา พอเราคิดบวกใจเราเปิด ผู้ใหญ่ให้โอกาส เราคิดว่าไปตรงนั้นเพื่ออะไร ก็เพื่อจะมาเชื่อมโยงไทยกับฮอลลีวูด มันยิ่งใหญ่มันทั่วโลกครับ โอเคในประเทศไทยเรามีความภาคภูมิใจ แต่ถ้าเราออกไปต่างประเทศทั่วโลก โทนี่ จา ฟอร์มไทยแลนด์ มันเวิล์ดไวด์ไปหมด”


งานแถลงข่าว หนังแอ็กชั่นเรื่องใหม่ คู่ซัดอันตราย Skin Trade

อยากให้หนังไทย พัฒนาต่อไปอย่างไรบ้าง? “ผมว่าตอนนี้ค่ายหนังทุกค่าย หนังไทยประสบความสำเร็จนะ สามารถผลิตหนังขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง แต่ว่าอีกนิดนะ อยากให้มีการพัฒนาต่อ คือน่าจะมีการพัฒนาต่อและเปิดโอกาส เปิดโอกาสในที่นี้คือ ใจให้เปิดกว้าง (ยิ้ม) ที่สำคัญใจต้องเปิดกว้าง ความสำเร็จมันไม่ได้มาคนเดียว ผมก็ไม่ได้บอกว่าผมสำเร็จตัวคนเดียว ผมเกิดมาจากทีมงาน ผมเกิดจากโปรดักชั่นที่ช่วยกันผลักดัน เกิดจากผู้สื่อข่าว สื่อมวลชนทุกแขนง ทั้งทีวี แมกกาซีน ทุกสิ่งทุกอย่าง

“ถ้าเราช่วยกันคิดโพซิทีฟ (Positive) คิดในแง่บวก ช่วยกันผลักดันให้ก้าวต่อไป มันก็เป็นพลังบวกเป็นพลังผลักดันที่ไม่มีหยุด แต่ถ้าวันไหนที่เป็นเนกาทีฟ (negative) คิดในแง่ลบ มันก็จะดึงกันลงไป ใช่มั้ยครับ แต่ถ้าเราเปิดวิสัยทัศน์ว่าเราทำเพื่ออะไร เราจะดึงกันดึงประเทศชาติให้ลงเหรอ เราไปช่วยกันเอาธงไปปักที่ฮอลลีวูดแล้วร่วมฉลองด้วยกันดีกว่า เหมือนอย่างที่เกาหลีเขาทำ หรือหลายๆ ประเทศที่ทำกันอยู่ อย่างเขมร เวียดนาม ก็ไล่มาแล้ว (ยิ้ม) เฮ้ย เราก็ช่วยกันผลักดันทั้งภาครัฐด้วย คือตอนนี้ทุกคนทำดีแล้ว แต่ให้มากขึ้นๆ ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกัน อย่างผมทำได้แค่นี้ ขอให้คุณได้ช่วยกันทำ ทำทีละนิดๆ ก็ช่วยกันๆ (ยิ้ม)”

หลังจากนี้โปรเจกต์หนังใหม่ที่ใหญ่ๆ จะมีเรื่องไหนอีก? “ตอนนี้…เราก็ดูบทอยู่หลายเรื่อง ก็มีเข้ามาหลายเรื่องครับ” มีบทดีๆ เข้ามาถึง 5-6 เรื่องให้เลือกเล่น? “ก็มีหลายเรื่องครับ (หัวเราะ) เราจะบอกได้เมื่อถึงเวลา เราเป็นนักแสดง ต้องให้โปรดิวเซอร์เป็นคนบอก (ยิ้ม) ผมได้ไปอยู่ฮอลลีวูด ผมภูมิใจมาก ผมคิดถูกแล้วที่ไปเล่นหนังที่ฮอลลีวูด ต่อไปในอนาคตเยาวชนไทย นักแสดงไทยที่มีเป้าหมายจะเดินทางไปฮอลลีวูด ประตูมันเปิดแล้ว ต่อไปมันก็เป็นไปได้สูงที่จะทำได้อีก มันไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างมันเป็นไปได้! ถ้าเราตั้งใจจริง!”.

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!