หน้าแรก ต่างประเทศ พบศพผู้โดยสาร AirAsia QZ8501 ท่ามกลางญาติร่ำไห้ระงม

พบศพผู้โดยสาร AirAsia QZ8501 ท่ามกลางญาติร่ำไห้ระงม

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. เอเอฟพีรายงานภารกิจค้นหาเครื่องบินแอร์เอเชียในวันที่ 3 ล่าสุด เจ้าหน้าที่กู้ภัยของทางการอินโดนีเซียอยู่ระหว่างนำร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากน้ำทะเล โดยพบร่างผู้เสียชีวิตกว่า 40 รายแล้ว และกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ หลังปฏิบัติการค้นหาล่วงเข้าวันที่ 3 และเครื่องบินของหน่วยสำรวจพบเศษชิ้นส่วนเครื่องบิน กระเป๋าสัมภาระ ในเวลา 12.15 น. ห่างจากชายฝั่งเมืองปังกาลันบุน ในจังหวัดกาลีมันตัน ของอินโดนีเซีย บนเกาะบอเนียว ไปราว 190 กิโลเมตร ก่อนที่ต่อมาเครื่องบินจะพบเงาของเครื่องบินจมอยู่ใต้น้ำ ห่างจากชายฝั่งเมืองปังกาลันบุน ไปราว 160 กิโลเมตร โดยบรรดาครอบครัวของลูกเรือและผู้โดยสารที่ศูนย์วิกฤตของสนามบินจูอันดา เมืองสุบารายา ต่างพากันร่ำไห้และโอบกอดกันทันทีที่เห็นภาพเจ้าหน้าที่โรยตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์ไปนำศพผู้เสียชีวิตรายแรกกลับขึ้นมาเมื่อเวลาราว 15.00 น.

นายโทนี เฟอร์นันเดส ประธานผู้บริหารสายการบินแอร์เอเชีย ระบุผ่านทวิตเตอร์ของสายการบินว่า ในหัวใจของตนนั้น มีแต่ความเศร้าเสียใจต่อครอบครัวของผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และว่าตนกำลังเดินทางไปยังเมืองสุบารายา ขณะที่ ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย ที่กำลังเดินทางไปที่เมืองดังกล่าวเช่นกัน เพื่อเยี่ยมญาติและครอบครัวของผู้สูญเสีย

รายงานระบุว่า การค้นพบเครื่องบินและร่างผู้เสียชีวิตทำให้ความหวังที่จะมีผู้มีชีวิตรอดของครอบครัวผู้โดยสารหมดลง โดยนางดวีจันโต ที่มีลูกชายพร้อมเพื่อนๆอีก 5 คน อยู่บนเครื่องบินเที่ยวบิน QZ8501 กล่าวว่า ตนไม่สามารถทำอะไรได้หลังจากทราบข่าว ตนทำให้ลูกฟื้นกลับมามีชีวิตไม่ได้ หากจริงตนก็คงหัวใจสลาย เพราะนั่นแปลว่าตนจะต้องสูญเสียลูกชายไปตลอดกาล

นายบัมบัง โซลิส์ตโย ผู้อำนวยการศูนย์ค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติของอินโดนีเซีย หรือบาร์ซานาส ระบุว่า ปฏิบัติการกู้ภัยทั้งหมดตอนนี้ระดมกำลังพลไปในบริเวณที่พบเงาของเครื่องบินจมอยู่ใต้น้ำ โดยหน้าที่ต่อไปของหน่วยกู้ภัย คือ การนำสิ่งของทุกชิ้นและร่างของผู้โดยสารออกมาจากจุดเกิดเหตุ

ส่วนแชนแนลนิวส์เอเชีย ระบุว่า ร่างของผู้เสียชีวิตที่เจ้าหน้าที่พบจะถูกนำมาพิสูจน์อัตลักษณ์ที่เมืองสุรายาบา จ.ชวาตะวันออก ขณะที่ หน่วยสืบสวนของคณะกรรมาธิการว่าด้วยความปลอดภัยด้านการคมนาคมของอินโดนีเซีย จะเดินทางไปตรวจสอบซากชิ้นส่วนเครื่องบิน ซึ่งจะถูกนำไปไว้ที่เมืองปังกาลันบุน

ด้านข้อมูลใหม่จากศูนย์ควบคุมเส้นทางการบินของอินโดนีเซีย หรือแอร์แน็ฟ เปิดเผยรายละเอียดช่วงก่อนเที่ยวบินที่ QZ8501 จะขาดการติดต่อไป ว่า ก่อนเครื่องจะขึ้นบิน กัปตันของเที่ยวบิน ขออนุญาตไปยังหอบังคับการบินของกรุงจาการ์ตา เพื่อบินสูงขึ้นจากระดับเดิมไปที่ระดับความสูง 34,000 ฟุต เพื่อเลี่ยงพายุ แต่หอบังคับการบินไม่อนุญาต เพราะเส้นทางบินมีการจราจรหนาแน่น ต่อมาหลังขึ้นบินไปแล้ว กัปตันได้ติดต่อกลับมาอีกครั้งเพื่อขอบินออกนอกเส้นทางไปทางซ้ายเพื่อเลี่ยงพายุ ซึ่งหอบังคับการบินอนุมัติทันที หลังจากนั้นนักบินได้ขอเปลี่ยนระดับความสูงจาก 32,000 ฟุต ขึ้นไปเป็น 38,000 ฟุต แต่หอบังคับการบินไม่สามารถอนุมัติทันทีได้ เนื่องจากมีเครื่องบินอีกลำอยู่ที่ระดับความสูงดังกล่าว ทางหอบังคับการบินจึงใช้เวลาดำเนินการอยู่ราว 2-3 นาที ก่อนจะอนุมัติให้เปลี่ยนระดับความสูงมาที่ 34,000 ฟุต แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ก่อนที่เที่ยวบินที่ QZ8501 จะหายไปจากจอเรดาร์ของหอบังคับการ และในที่สุดถูกพบอยู่ห่างไป 10 กิโลเมตร ในสภาพจมอยู่ที่ก้นทะเล

โศกนาฏกรรมดังกล่าวส่งผลให้ทางการอินโดนีเซียและนานาชาติเปิดปฏิบัติการค้นหาในทันที โดยออสเตรเลีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย ส่งเรือรบและเครื่องบินสำรวจหลายลำมาช่วยค้นหา รวมแล้วใช้เรือกว่า 15 ลำ ประกอบไปด้วยเรือพิฆาต เรือประจัญบาน เรือกู้ภัย และเรือดำน้ำ เครื่องบินกว่า 30 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 3 ลำ ไม่เว้นแม้แต่เรือประมงของชาวบ้านที่ออกช่วยทางการค้นหาด้วย

ด้านทางการสหรัฐอเมริกา และจีน รวมทั้งญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ตลอดจนอังกฤษ และฝรั่งเศส ก็เสนอให้ความช่วยเหลือในภารกิจดังกล่าวอีกแรง เนื่องจากหลายฝ่ายหวาดเกรงว่า เหตุการณ์อาจซ้ำร้อยกับเที่ยวบินที่ MH370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลนส์ พร้อมลูกเรือและผู้โดยสาร 239 คน ซึ่งหายสาปสูญไปตั้งแต่เดือนมี.ค. 57 และยังหาไม่พบมาจนถึงวันนี้ โดยนายโทนี แอ๊บบอต นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ระบุว่า MH370 ถือเป็นหนึ่งในปริศนาที่ลึกลับที่สุดในประวัติศาสตร์

ขณะที่ เหตุการณ์เที่ยวบิน QZ8501 นับเป็นโศกนาฏกรรมปิดฉากปี 2557 ที่ตอกย้ำชะตากรรมสุดเลวร้ายของแวดวงอุตสาหกรรมการบินมาเลเซีย ครั้งที่ 3 นับตั้งแต่เหตุเที่ยวบิน MH370 ข้างต้น และเที่ยวบิน MH17 พร้อมผู้ลูกเรือและโดยสาร ของสายการบินเดียวกัน ถูกยิงตกในน่านฟ้าทางภาคตะวันออกของประเทศยูเครน มีผู้เสียชีวิตยกลำ 298 ราย และสาเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวนจนเป็นที่จับตามองของนานาชาติ

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!