หน้าแรก ทั่วไป การข่มขืน ปัญหาและการป้องกันตัวเองให้ปลอดภัย

การข่มขืน ปัญหาและการป้องกันตัวเองให้ปลอดภัย

เฉพาะในกรุงเทพฯ การข่มขืนนั้นเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยวันละ 87 ราย สถิติดังกล่าวได้จากการรวบรวมข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ (นั่นหมายความว่าย่อมมีที่ไม่เป็นข่าวอยู่อีกเท่าไรก็ไม่ทราบ) และข่าวการข่มขืนกระทำชำเราก็เป็นข่าวการกระทำรุนแรงทางเพศที่พบมากที่สุดจากหน้าหนังสือพิมพ์เช่นกัน (51.5%)

ข่าวการข่มขืน ที่สร้างความรู้สึกสะเทือนใจต่อผู้คนในสังคมมากที่สุด คือการข่มขืนเด็ก และทำให้สังคมเรียกร้องให้มีการเพิ่มโทษ อาจจะเพราะความเคียดแค้นชิงชังฆาตรกร หรือโดยคาดหวังให้เกิดการป้องปรามไม่ให้กล้ากระทำผิด

ในขณะที่การข่มขืนในปัจจุบันโดยรวมแล้วถูกมองว่าโทษเบา มีโอกาสรอด ที่ติดคุกก็ติดไม่นานพอจนอาจกลับออกมาก่อคดีใหม่ หรือที่สุดคือในบางกรณีสามารถยอมความกันได้ ทำให้ดูเหมือนไม่เด็ดขาดรุนแรงพอจะป้องปราม แต่ผู้กระทำผิดในกรณีข่มขืนหลายๆ กรณีก็ยังเลือกที่จะฆ่าปิดปากเหยื่อด้วยหวังจะรอดพ้นจากการถูกจับดำเนินคดี ดังนั้นแล้ว หากโทษทัณฑ์ที่ปลายทางรุนแรงขึ้น การตัดสินใจเพื่อหาทางให้ตัวเองรอดพ้นจากการถูกจับจะเป็นอย่างไร แนวโน้มในการฆ่าเหยื่อเพื่อปิดปากจะสูงขึ้นหรือไม่ ซึ่งตรงนั้นก็อาจต้องรอดูกันต่อไปในวันที่การข่มขืนทุกกรณีมีโทษเป็นการประหารชีวิตเท่ากันหมด

คดีข่มขืนนั้น บ่อยครั้งหรือแทบจะทุกครั้งไม่ได้เป็นการกระทำโดยมีการตระเตรียมการวางแผนอย่างดีเป็นเวลานาน หากแต่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนในทันทีที่สบโอกาส และบ่อยครั้งอีกเช่นการที่มีแอลกอฮอล์หรือยาเสพติดชนิดอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นแล้ว ในภาวะที่สติสัมปชัญญะหละหลวมเช่นนั้น ไม่น่าจะมีใครมาทันคิดถึงโทษทัณฑ์อันรุนแรงที่ตนเองจะได้รับ นี่ยังไม่ต้องนับว่า แม้ในสภาพสติอันสมบูรณ์ครบถ้วน คนส่วนใหญ่ก็หารู้ไม่ว่าคดีแต่ละอย่างนั้นมีโทษทัณฑ์รุนแรงเพียงไหนอย่างไรบ้าง เช่นนั้นแล้ว ไม่ว่าจะแนวทางของการเพิ่มโทษให้รุนแรงเด็ดขาด หรือการเพิ่มโอกาสในการถูกจับดำเนินคดีให้สูงถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็อาจไม่ได้มีผลอะไรต่อการลดอัตราการก่อคดีทั้งนั้น และต่างก็อาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุทั้งคู่ก็เป็นได้

เช่นนั้นแล้ว ที่น่าพิจารณาอีกทางอาจคือการพยายามทำให้ไม่เกิดหรือมีสถานที่และโอกาสที่เอื้ออำนวยให้เกิดการข่มขืนก็น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา เนื่องจากการข่มขืนเป็นเรื่องของการกระทำด้วยสบโอกาส หากลดโอกาสที่จะสบ ก็อาจจะช่วยลดการพบการกระทำ

สถิติคดีฆ่าข่มขืนเด็กในรอบ 1 ปี

ข้อมูลของศูนย์ข้อมูลคนหายมูลนิธิกระจกเงา ที่ระบุว่า “มีเหตุข่มขืนฆาตกรรมเด็กหญิง และคดีล่อลวงเด็กไปข่มขืนในรอบ 1 ปีเศษ รวมยอด 8 ศพ (จากสถิติคดีฆ่าข่มขืนเด็กในรอบ 1 ปีใน Nation TV วันที่ 8 กรกฎาคม 2557)

1. วันที่ 5 ก.พ. 56 น้องหญิง อายุ 4 ขวบ หายตัวไปที่งานประจำปีจังหวัดเลย ต่อมาภายหลังพบถูกฆาตกรรมเสียชีวิต และจับคนร้ายได้

2. วันที่ 10 พ.ย. 56 น้องแม็กซ์ อายุ 7 ขวบ หายตัวไปที่งานบุญในวัดประจำอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ต่อมาภายหลังถูกฆาตกรรมและจับคนร้ายได้

3. วันที่ 6 ธ.ค. 56 น้องการ์ตูน อายุ 6 ขวบ หายตัวไปจากงานคอนเสิร์ตที่ซอยแบริ่ง ต่อมาภายหลังพบถูกฆาตกรรมเสียชีวิตและจับคนร้ายได้

4. วันที่ 6 ธ.ค. 56 น้องเดียร์ อายุ 6 ขวบ หายตัวไปจากที่พักในจังหวัดภูเก็ต ต่อมาภายหลังพบกะโหลกศีรษะและเสื้อผ้าเด็กตกอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 3 กม. สันนิษฐานว่าถูกฆาตกรรม ตอนนี้ยังจับคนร้ายไม่ได้

5. วันที่ 21 มี.ค. 57 น้องจันลา อายุ 7 ขวบ หายตัวไปจากแคมป์คนงานก่อสร้างในซอยพหลโยธิน 52 ต่อมาภายหลังพบถูกฆาตกรรมเสียชีวิต ตอนนี้ยังจับคนร้ายไม่ได้

6. วันที่ 27 เม.ย.57 น้องฟ้า อายุ 13 ปี หายตัวไปจากบ้านพักโรงงานที่จังหวัดสมุทรสงคราม ต่อมาพบว่าถูกฆ่าข่มขืนโดยน้าเขยของเด็กเป็นผู้ก่อเหตุ

7. วันที่ 9 พ.ค. 57 น้องเพลง อายุ 11 ปี หายตัวออกจากบ้านที่ อ.เมือง จ.ตรัง ต่อมาพบเป็นศพถูกฆ่าข่มขืน ส่วนคนร้ายเป็นคนข้างบ้าน

8. และล่าสุด 5 ก.ค. 57 น้องแก้ม อายุ 13 ปี ถูกข่มขืน(และฆ่า-ผู้เขียน)บนรถไฟโดยเจ้าหน้าที่ของโบกี้รถไฟ ก่อนโยนน้องแก้มออกนอกขบวนรถ”

ประเภทของคนร้ายที่กระทำการข่มขืนกระทำชำเรา

จากการแยกแยะลักษณะของคนร้ายที่เป็นชาย ได้ข่มขืนกระทำชำเราหญิงที่เป็นเหยื่อทางเพศ สามารถแบ่งได้ตามแรงจูงใจและลักษณะการทำผิดในการข่มขืนกระทำชำเราได้ดังนี้

1 ) ทำผิดหลังหรือก่อนข่มขืน (Felony rape) คือมีการทำผิดอย่างอื่นด้วยเช่น ปล้นทรัพย์แล้วข่มขืน
2 ) พวกโรคจิตก่อกวน (Nuisance offence) คือพวกที่ชอบเข้าไปข่มขืนในบ้าน หอพักเป็นต้น
3 ) ข่มขืนคนในครอบครัว (Domestic sexual assault) เช่นพ่อข่มขืนลูก เป็นต้น
4 ) บุคคลที่คุ้นเคย (Social acquaintance rape) ซึ่งมักเป็นคนที่รู้จักกัน เมื่อสบโอกาส จึงทำการข่มขืน เช่น คนข้างบ้านที่ไว้ใจกัน ปล่อยให้เข้ามาในบ้านแล้วอยู่ตามลำพัง จึงข่มขืน เป็นต้น
5 ) สมภารกินไก่วัด (Subordinate rape) เช่นข่มขืนชำเราผู้ใต้บังคับบัญชา ลูกศิษย์ เป็นต้น
5 ) ซาดิสซ์ (Sadistic rape) เป็นพวกโรคจิต ที่เห็นความเจ็บปวดในทางเพศแล้วมีความสุข
7 ) ลักพาแล้วข่มขืน (Abduction rape) เป็นกรณีคนร้ายฉุดพาขึ้นรถแล้วนำไปข่มขืน เช่นรถตู้
8) แก๊งค์ข่มขืน (Formal gang sexual assault) เป็นลักษณะองค์กรอาชญากรรมในการค้าประเวณีข้ามชาติหรือค้ามนุษย์
9) กลุ่มวัยรุ่นฉุดคร่า (Informal gang sexual assault) เป็นกลุ่มวัยรุ่น ที่อาจคึกคะนอง หรือมั่วสุมสิ่งเสพติดแล้วสบโอกาส เห็นเหยื่อที่เหมาะโอกาส จึงลงมือฉุดคร่า ข่มขืนกระทำชำเรา

วิธีการป้องตัวเองให้ห่างไกลความเสี่ยงต่อการถูกข่มขืน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แนะนำ วิธีการป้องกันแก้ไขปัญหาการถูกข่มขืนไว้ 10 ประการ คือ

1 ) อย่านุ่งกระโปรงสั้น การแต่งกายต้องรัดกุม ไม่โป๊ เกินไป
2) อย่าดื้อรั้นลองยา หมายถึงกรณี ยาเสพติด หากเพื่อนนำมาให้ลองแล้วใจอ่อนจะเป็นปัญหา
3 ) อย่าพึ่งพาคนแปลกหน้า คนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนมาเกี้ยวพาราสีหรือ ทำทีเป็นแนะนำช่วยเหลือ
4 ) อย่าคบหาเพื่อนไม่ดี ส่วนมาก เพื่อนที่ไม่ดี มักจะนำสิ่งที่ไม่ดีมาให้
5 ) อย่าหลีกหนีพ่อแม่ ยุคนี้เด็กสาวมักจะ “โตเกินวัย” กับพ่อแม่ก็มักจะไม่ได้มีเวลาใกล้ชิด
6 ) อย่าพ่ายแพ้ความฟุ่มเฟือย หญิงจำนวนมากอาจต้องจำใจ “ขายตัว-ขายยาเสพติด” เพื่อแลกเงิน
7 ) อย่าเฉื่อยแฉะเที่ยวเตร่ ควรมีผู้ใหญ่ในครอบครัวร่วมไปด้วย ยิ่งเป็นการ เที่ยวกลางคืน
8 ) อย่าเกเรไม่กลับบ้าน การที่หญิงสาวไปนอนค้างอ้างแรมเป็นเรื่องเสี่ยงอย่างยิ่ง
9 ) อย่าเผาผลาญเงินทอง
10) อย่ามัวแต่มองเพื่อนชาย เด็กสาวที่ให้ความสำคัญกับเพื่อนชาย มักเสียตัวโดยไม่เต็มใจ คุณผู้หญิงหรือผู้ปกครอง ควรนำมาใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ จะได้ป้องกันแก้ไขปัญหาการถูกข่มขืนกระทำชำเรา เพื่อที่จะได้ไม่เป็นรอยแผลใจไปตลอดชีวิต เพราะถูกคนร้ายข่มขืนกระทำชำเรา

ที่มาข้อมูล
http://thaipublica.org/2014/07/on-the-rail-of-the-rape/
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9570000079293
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!