หน้าแรก ทั่วไป ว่อนเน็ต คลิปครูพิดโลก เสพยาไอซ์

ว่อนเน็ต คลิปครูพิดโลก เสพยาไอซ์

คลิปดังกล่าว ได้ถูกโพสบนโซเชียลเน็ตเวอร์ก ในชื่อของ @จันทร์เจ้า ขา โดยเขียนคำบรรยายคลิปสั้นๆ ว่า “ครูพิดโลก”เป็นภาพหญิงคนหนึ่งกำลังเสพยาไอซ์ หรือเรียกภาษาวงในว่า น้ำแข็ง พร้อมด้วยอุปกรณ์เสพที่เรียกว่า หลอดตุ้ม

จากการสังเกตลักษณะภาพในคลิปวีดีโอ เชื่อว่าน่าจะเป็นคลิปที่แอบถ่ายจากโรงแรม โดยการซ่อนกล้องไว้ และหลังจากโพสคลิิปนี้ไม่นาน แอคเค้าดังกล่าวได้หายไปจากเฟสบุ๊ก เบื้องต้นไทยอินโฟเน็ตจึงสันนิฐานว่า ผู้โพสคลิปดังกล่าวได้ใช้ชื่อปลอม หรือปลอมแอคเค้ามาโพส จากนั้นได้ปิดแอคเค้าทิ้งไป ซึ่งน่าจะเป็นการพยายามแบล็กเมล์ ให้ผู้ที่อยู่มีภาพในคลิปเสียชื่อเสียง ซึ่งเบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานใดที่ยืนยันว่า บุคคลในคลิป เป็นครูในจังหวัดพิษณุโลก ตามที่เจ้าของคลิประบุ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สังเกตได้อีกประการหนึ่ง ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคลิปนี้คือ ผู้เล่นเฟสบุ๊กที่เป็นวัยรุ่นส่วนใหญ่ ร้อยละ 80% ได้แสดงความเห็นเป็นเรื่องตลก หรือเรื่องธรรมดา หลายคนแสดงความเห็นว่าตนเองคุ้นเคยกับยาเสพติดและวิธีการเสพแบบนี้ดี เหมือนกับว่าการเสพยาแบบนี้เป็นเรื่องเท่ เก๋า เรื่องธรรมดามาก มีเพียง 20%เท่านั้นที่แสดงความเห็นตำหนิการกระทำดังกล่าว

ความรู้เกี่ยวกับยาไอซ์

ยาไอซ์ เป็นสารเสพติดในกลุ่มแอมเฟตามีน อนุพันธ์หนึ่งของยาบ้า จัดเป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 1 ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดปี 2522 ลักษณะของเม็ดยาเป็นผลึกคล้ายน้ำแข็งเป็นที่มาของชื่อยาไอซ์ ความ บริสุทธิ์ของยาค่อนข้างสูง ออกฤทธิ์แรงกว่ายาบ้ามากจึงมีคนเรียกว่าหัวยาบ้า การนำไปใช้ โดยการละลายน้ำแล้วฉีดเข้าเส้น บางคนนำไปเผาแล้วสูดดมควันเหมือนการเสพยาบ้า ยาตัวนี้ทำให้อารมณ์เคลิบเคลิ้มสนุกสนานสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ทำให้ติดได้ง่ายกว่า และมีอันตรายต่อร่างกาย อารมณ์และสังคมของผู้เสพมากกว่ายากลุ่ม amphetamines อื่นๆ ไม่ได้มีแพร่หลายกันทั่วไปเนื่องจากหายากและราคาค่อนข้างแพง มักจะใช้กันในสังคมไฮโซ นัน ท์ชัตสัณห์ กุพงศ์ นักจิตวิทยา ศูนย์บำบัดเชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่า ยาไอซ์ใช้เหมือนกับยากลุ่ม methamphetamine อื่นๆ คือ สูดดม กลืนหรือสอดใส่ทวารหรืออาจใช้วิธีการสูบหรือฉีด ซึ่งผลจากยาจะรวดเร็วกว่า ผลกระทบของยาไอซ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับขนาดร่างกาย น้ำหนัก ปริมาณและวิธีการใช้ยาเสพติด

ยาไอซ์อันตราย

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!