หน้าแรก ทั่วไป คุณลุงเอนก วัย 78 ตาบอดกินข้าววัด และดูแลหมาจรจัด แต่นี่คือสิ่งที่ลุงโดนกระทำ

คุณลุงเอนก วัย 78 ตาบอดกินข้าววัด และดูแลหมาจรจัด แต่นี่คือสิ่งที่ลุงโดนกระทำ

เรื่องราวและเหตุการณ์ต่อไปนี้ สะท้อนความเป็นไปของสังคมเราได้หลายมุม ในเรื่องร้ายยังมีเรื่องดี ในสังคมที่เหมือนจะดูดีแต่กลับมีเรื่องร้ายๆ แต่ก็ยังมีคนดีๆอยู่อีกมากมายที่คอยประคองให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นมาได้

คุณลุงวัย 78 ตาบอดกินข้าววัดและดูแลหมาจรจัด แต่นี่คือสิ่งที่ลุงโดนกระทำ

ที่มา เรื่องราวบรรยายโดย https://www.facebook.com/cop.cong?fref=nf

วันนี้ผมนั่งทำงานวิจัยด่วนที่ร้านกาแฟ แถวบ้าน จังหวะนั้นเห็นคุณลุงท่านเดิม เข็นรถเข็นผ่านหน้าร้านไป … ผมจดจำลุงได้ทันที เลยรีบวิ่งออกจากร้านวิ่งไปหาลุง

ยังคงเป็นภาพเดิมครับ ลุงเข็นรถเข็นมีเจ้าหมาน้อยนอนอยู่ที่รถเข็น และ เข็นรถด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ เพราะสายตาลุงที่ไม่ดี

ผมช่วยลุงเข็นรถข้ามไปยังร้านหมอสัตว์ แห่งหนึ่ง … ลุงบอกว่า “เข็นมาหาทุกวันสงสารมันจัง” …แล้วลุงก็เข้าไปติดต่อร้านหมอ วานหมอออกมาดู …

ผมถามว่าลุงมีเงินกี่บาท .. ลุงตอบว่า “มีอยู่ 200” ผมถามต่อว่าถ้ารักษาไม่ไหวทำไงหล่ะลุง … ลุงพยายามเพ่งมองหน้าผมแล้วตอบด้วยเสียงสั่นเครือว่า “เราทำได้เท่านี้ ไม่งั้นก็ปล่อยตายไป”

คุณลุงเอนก

จังหวะที่พยายามอุ้มหมาน้อย เข้าไปยังร้านหมอ … เจ้าหมาน้อยก็คงรู้มั้งว่าลุงแกรักมัน ลุงทะนุถนอมมันมาก … ผมถามต่อว่า ลุงอายุเท่าไหร่ .. แกตอบว่า “78 แล้ว”

ทำงานไรครับลุง … “ลุงตอบว่าไม่ได้ทำไร แก่แล้ว พึ่งข้าววัดเอา .. รับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ พอได้” … ลุงขยายความเพิ่มเติมว่า “ตอนเช้า ลุงก็ไปขอข้าวพระ .. เราคนเดียวกินข้าวถุงเดียว … ที่เหลือก็เอามาแบ่งหมาวัด”

ผมคิดในใจคนอายุ 78 และเป็นคนที่ค่อนข้างสูญเสียโอกาสในสังคม แต่กลับเสียสละดูแลหมาวัดที่โดนคนเอามาทิ้ง ขว้าง .. ถามต่อว่า ลุงดูแข็งแรงนะ … “ไม่หรอก โรคเยอะ ตาก็บอดข้างนึง .. นี่ก็พยายามเข็นรถ ประคองมา ดูแลกันไป”

จังหวะที่ถามนั้น ผมเห็นที่ใบหน้าลุงมีรอยคราบเลือด … จึงถามด้วยความสงสัย

ลุงตอบว่า “โดนคนแถวนั้นตีหัวมาตั้งแต่เมื่อคืน … เลือดอาบเลย แต่ไม่ได้มาหาหมอเลย … ไอ้คนนั้นมันไม่ชอบลุง ที่ลุงไปเตือนมันเรื่องหมา … ไอ้พวกหากินกับหมาลุงไม่ชอบ”

ผมขอดูแผลลุง ๆ เปิดหมวกให้ดู … ผมเลยบอกลุงให้ไปหาหมอทำแผลเสีย มันตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ … แล้วจึงฝากหมาไว้กับคลีนิค แล้วเดินจูงลุงไปที่คลีนิคในซอย

คุณลุงเอนก

ผมเดินไป 3 คลีนิค ประคองคุณลุงไป ทั้งสามที่ตอบเหมือนกันว่า “ไม่รับทำแผล เราเครื่องมือไม่พร้อม” .. และให้ผมไปโรงพยาบาลแทน … ผมมองซ้ายขวาก็ไม่รู้จะพาไปทางไหน … เอาลุงไป รพ. แกก็ไม่ยอมแกห่วงหมา

เลยตัดสินใจ เอาวะ ทำแผลเองก็ได้วะ … อย่างน้อยทักษะที่เคยร่ำเรียนมายังมีติดตัว จึงวิ่งไปซื้ออุปกรณ์ทำแผล ล้างแผล และพาลุงมานั่งทำแผลที่ร้านกาแฟ

ผมไม่ใช่หมอ แต่พอมีทักษะการปฐมพยาบาลจากการเรียน และการฝึกฝน มองแผลก็เห็นรอยยาว คาดว่าสมควรต้องเย็บแผล ผมยืนกรานให้ไป รพ. แกก็ไม่ยอมไป .. แกห่วงหมา ถึงผมบอกว่าจะรักษาให้ แกก็ไม่ยอม

ภาวะจำยอม .. ผมจึงต้องทำความสะอาดบาดแผลเท่าที่ทำได้ ด้วยอุปกรณ์ที่หาซื้อมา ..

จังหวะทำแผลนั้น ลุงแกก็เล่า … แกบอกว่าวัด (ปกปิดชื่อ) พระไม่เอาหมาเลย เดี๋ยวนี้ทำวัดใหญ่โต แต่ไม่เอาหมา ให้เทศบาลมาเก็บไปก็เยอะ ลุงคนอยู่วัด ก็ต้องดูแลหมาวัดเหมือนกัน … ซ้ำร้ายมีคนมาแอบอ้าง คนแถวนั้นนี่แหล่ะ .. มาแอบอ้างรับเงินว่าจะดูแลหมา .. คนที่เอาหมามาปล่อย ก็เอามาปล่อยกัน แล้วให้เงินคนนี้ (คนที่ตีลุง) เป็นเงินค่าจ้างดูหมา ไอ้คนนี้มันก็รับเงิน .. แล้วปล่อยหมาตามยถากรรม ตายเยอะ ป่วยเยอะ … บางครั้งเอาหมาไปขายอีก … ลุงไปบอกมัน ๆ เลยตีเอาแบบนี้

เมื่อทำแผลเสร็จ ก็หาอาหารให้ลุงทาน ร้านกาแฟก็มอบขนมปังเล็ก ๆ น้อย ๆ น้ำเปล่าให้ลุงติดตัวไว้ … ก่อนที่แกจะเดินไปที่ร้านหมอ

ผมเดินตามไป แต่ติดสายโทรศัพท์เรื่องงานพอดี … เดินไปถึงเห็นหมาน้อยตัวเดิมนอนอยู่ในรถเข็น … ลุงเดินไปถามหมอ ๆ ชายวัยกลางคน เดินมาแล้วบอกว่า “มันเป็นหัด ไม่ต้องรักษา เดี๋ยวมันก็ตาย” ผมจับใจความประมาณนี้นะ … ลุงยืนคอตกและพยายามคุยกับหมอ แต่หมอก็ตัดบทแล้วเดินเข้าร้านไปทันที และเก็บตังค่ารักษาด้วยซ้ำไป

ลุงเดินไปลูบหัวหมาน้อย แล้วบอกว่า “กลับวัดกันนะ” … แล้วลุงก็เข็นรถกลับ … ผมเดินไปหาลุงเอามือแตะแขนลุง … ลุงหันมาแล้วบอกว่า “ขอบใจมาก .. ทำเต็มที่แล้ว”

แล้วลุงก็เดินเข็นรถจากไป ..

ทำไม คนเราไม่เท่ากัน … ผมคิดในใจ ผมเดินไปรับปากกับลุงว่า ผมจะช่วยลุงเท่าที่ช่วยได้นะ เพื่อนผองผมพร้อมจะช่วยลุง ๆ เป็นคนที่เสียสละเพื่อน้องหมา … ยอมทนเจ็บไม่ไปหาหมอ แต่กลับพาน้องหมามาหาหมอแทน … คนที่ยอมเอาความปลอดภัยตัวเองเข้าปกป้องน้องหมา … จนถูกทำร้าย … คนที่ยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อหมาให้อิ่มท้อง

“มันเป็นหมาวัด เราก็อยู่วัด … เด็กวัดเหมือนกัน ก็ดูแลกัน” ยังก้องในใจผม … และผมสัญญาว่าจะกลับไปช่วยคุณลุง … “ลุงเอนก” ผมจำชื่อลุงได้แล้ว หวังว่าคงจะมีคนร่วมอุดมการณ์กับผมนะครับ
คุณลุงเอนก

Screen Shot 2558-02-26 at 3.44.05 PM

ภาคต่อ…..จั๊กจั่น เราว่าเธองามทั้งกายและใจ

ใครตามเฟสบุ๊ค อ.ค้อป อยู่ก็จะรู้ค่ะว่า พี่จั่นได้เข้ามาช่วยเหลือด้วย

จั๊กจั่น

จั๊กจั่น

จั๊กจั่น

จั๊กจั่น

จั๊กจั่น

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!