หน้าแรก ทั่วไป จดหมายจาก ศ.ระพี สาคริก

จดหมายจาก ศ.ระพี สาคริก

Paskorn Jumlongrach

เมื่อเช้านี้(18 มีนาคม)หลังจากผมโพสต์ข่าวลงในเฟสบุคกรณีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.)เตรียมปิดศูนย์บริบาลเด็กและพัฒนาเด็กเล็กในวันที่ 31 มีนาคม ผมได้รับจดหมายจากศาสตราจารย์ระพี เพื่อแสดงความเห็นเรื่องดังกล่าว ดังนี้ครับ

ขอบคุณครับ คุณภาสกรที่นับถือ เรื่องนี้มีกุญแจไขประตูบ้านอยู่ดอกเดียว แต่ทุกคนก็ถือกุญแจดอกนี้อยู่ในหัวใจแล้วทำไมไม่หวนกลับมาดูตัวเองบ้าง

ผมพูดอยู่เสมอว่ากุญแจดอกนี้มันมีอยู่ที่ผมด้วยและผมก็เคยใช้มันมาตลอด ยิ่งใช้มันก็ยิ่งแข็งแกร่งและช่วยให้เรามีความสุขครับ กุญแจดอกนี้ผมเรียกว่า “ความรักในเพื่อนมนุษย์” นี่แหละครับ ความจริงถ้าเราใช้กุญแจดอกนี้ รับรองได้ว่าแทบไม่ต้องเสียงเงินเสียทองให้มันสิ้นเปลืองไปเปล่าๆ

ผมพูดอยู่เสมอว่าพ่อแม่ของลูกเขาเอาลูกมาฝาก ถ้าเราแสดงความมีน้ำใจเลี้ยงเด็กให้มีคงวามรู้ความสามารถเพื่อเราจะได้มีความสุขเป็นบุญกุศล ผมรับรองว่า สำเร็จทุกเรื่อง

ขอโทษนะครับ ผมจะอายุ 94 ปีอยู่แล้ว ทำไมผมถึงทำงานหนักมายิ่งขึ้น ไปดูบัญชีเงินฝากส่วนตัวของผม มีเลขอยู่ไม่กี่ตัว สำหรับเก็บไว้ให้เด็กๆ ลูกหลานผมเอง

เวลานี้ผมขุ่นข้องหมองใจเกี่ยวกับมก.อย่างน้อยสองเรื่อง

เรื่องแรกได้แก่เงินค่าเบี้ยประชุมของผมมันหายเงียบไหน ผมจำได้ว่าผมเป็นอธิการบดีได้แต่เซ็นรับเงิน แต่ไม่เคยเอาเงิน เพราะเจ้าหน้าที่เขารู้อยู่แล้วว่าเงินที่ผมได้จากเบี้ยประชุมนั้นให้เอาไปช่วยเด็กยากไร้ ทีแรกก็บอกให้ผมรู้ว่ามันเพิ่มขึ้นเป็นหมื่นเป็นแสนในที่สุดมันก็หายไปเลยเดี๋ยวนี้ไม่มีใครบอกแล้ว เช่นนี้เป็นต้น

ในตอนที่เราจัดงานประชุมกล้วยไม้โลกครั้งที่ 9 ผมไม่ได้เอาเงินรัฐบาลแม้แต่บาทเดียว คนตกใจหลายคน ไม่เชื่อว่าผมทำยังไง เพราะคนมาร่วมประชุมเกือบ 60 ประเทศ โรงแรมใหญ่ๆในประเทศคนเต็มหมด แล้วทำไมผมไม่ขอเงินรัฐบาลถึงอยู่ได้ ผมได้เขียนบทความเอาไว้ว่า “บ้านนี้เมืองนี้มีแต่อำนาจ ศรัทธาบารมีมันหายไปไหนกันหมด”

นอกจากไม่เอาเงินรัฐบาลแล้ว ยังมีเงินเหลือให้รัฐบาลอีก ผมให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2,500 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ และอีก 2,500 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่กองทุนกล้วยไม้โลกที่แคลิฟอร์เนีย ให้ที่นั่นไป เขายังมีรายงานกลับมาแทบทุกปี เราจะเห็นตัวเลขนี่แหละครับ ของเรานอกจากไม่ได้ใช้เงินแล้วยังเอาเงินไปทำอะไรก็ไม่รู้

ในหอประวัติที่กำลังทำกันอยู่นี้ผมจะเขียนเรื่องนี้ด้วย

ขอโทษนะครับที่ผมเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูด เพราะความจริงมันอยู่ในใจผมนานแล้ว

จำได้ไหมว่าเสร็จงานประชุมกล้วยไม้โลก แล้วเราจัดงานเลี้ยงขอบคุณที่หลังหอประชุมใหญ่

สมาคมถ่ายภาพยังอุตส่าห์ให้เงินเรามาเจ็ดหมื่นกว่าบาท ผมมีประกาศณียบัตรมอบให้ทุกคนด้วย หวังว่าจะมีบางคนเก็บใส่กรอบไว้ด้วย

ท่านอาจารย์พุทธทาสได้กล่าวไว้ว่า ความเห็นแก่ตัวนี่แหละที่ไม่มีใครแก้ไข จนกระทั่งรายได้ของแต่ละคน มีเท่าไหร่มันก็ไม่พอ และรายได้ในครอบครัวของคนเกษตรมันหายไปไหนด้วย

คุณคอยอ่านนะครับ ผมกำลังจะเขียนเรื่องนี้เก็บไว้ที่หอประวัติ

ขณะนี้เกษตรศาสตร์ออกกลิ่นโชยมาสู่ประชาชนอยู่เรื่อย ผมยังจำได้ว่า ข่าวเกี่ยวกับการกู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์มาใช้เมื่อไม่นานนี้ยังไม่ทันจะละลายหายไปไหน

แล้วเราจะให้เกษตรกรพึ่งพามหาวิทยาลัยได้ยังไงละครับ

ผมต้องขอบคุณคนไทยในสหรัฐอเมริกาที่อุตส่าห์มีน้ำใจเผื่อแผ่กลับมาให้คนไทยที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก เพราะโบราณได้กล่าวไว้ว่า “เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แล้วยังเอากระดูกแขวนคอด้วย” หมายความว่า ไม่ได้ช่วยอะไรให้บ้านเมืองดีขึ้นแต่ยังทำลายบ้านเมืองอีกด้วย

ผมไม่อยากเป็นบ่างช่างยุ เพราะอยู่เฉยๆ บ่างมันก็โผล่ออกมา น่าอายหรือเปล่าครับ

พูดเรื่องดีๆ ดีกว่านะครับ

สถาบันอาศรมศิลป์กำลังจะจัดคอนเสิร์ตที่โรงละครแห่งชาติในวันที่ 24 มีนาคม สองรอบคือรอบบ่ายสองกับหกโมงเย็นและผมจะเล่นด้วยนะครับ เล่นดนตรีคลายเครียดก็ดีเหมือนกัน
————
ห้องจัดทำโครงการหอจดหมายเหตุศาสตราจารย์ระพี สาคริก
สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร
ระพี สาคริก
18 มีนาคม 2558 — with Prof-Rapee Sagarik.

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!