หน้าแรก ทั่วไป จับแล้วทีมฆ่า “พระหมอ” เค้นสอบ-พร้อมซัดทอดผู้จ้างวาน ออกหมายจับกดดันให้มอบตัว

จับแล้วทีมฆ่า “พระหมอ” เค้นสอบ-พร้อมซัดทอดผู้จ้างวาน ออกหมายจับกดดันให้มอบตัว

10502475_1602882773279490_9012545202222051123_n

14261392961426143249l

14261392961426143263l

จากกรณีพระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต หรือ นพ.บัณฑิต สงวนแก้ว อายุ 48 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด ม.15 ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี พระเลขาพระผู้ใหญ่สายธรรมยุต จ.อุดรธานี ถูกมือปืนดักยิงอุกอาจและโหดเหี้ยม ขณะกำลังเดินกลับวัดหลังจากเสร็จจากการบิณฑบาต จนมรณภาพคาผ้าเหลือง เมื่อเช้า วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจพบปมโยงใยใน หลายประเด็น ทั้งปัญหาที่ดินของวัด ปัญหาการตรวจสอบเงินบริจาควัด และปัญหาความขัดแย้งส่วนตัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สรุปและพุ่งเป้าไปยังประเด็นเข้าใจผิดเรื่องชู้สาว เนื่องจากก่อนหน้านี้มีญาติโยมเป็นผู้หญิงมาปฏิบัติธรรมที่วัดและขออยู่ปฏิบัติธรรมต่อ จึงอาจทำให้มีผู้ไม่พอใจและเข้าใจผิดว่ามีเรื่องชู้สาวเข้ามาเกี่ยวข้อง จนนำมาสู่การก่อเหตุสลดขึ้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มี.ค. ที่ห้องประชุม สำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผช.ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีสังหารพระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต หรือพระหมอ อายุ 48 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด ม.15 บ้านโนนเดื่อน้อย ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีทีมสืบสวนคลี่คลายคดีเข้าร่วมประชุมด้วยประกอบด้วย พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, พล.ต.ต.พีระพงษ์ วงษ์สมาน ผบก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบก.ภ.4, พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์ม่วง รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สมเกียรติ เกิดจงรักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรฯ, พ.ต.อ.จักฎ์กฤษณ์ จันทรรัตน์ รอง ผบก.ฯ, พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.สส.ภ.4, พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.สส.ภ.4, พ.ต.ท.กิตติพงษ์ จิตรคาม รอง ผกก.ฯ และทีมพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี

โดยมีการหารือกันประมาณ 20 นาที ก่อนจะมีการแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายทีมสังหารพระอาจารย์บัณฑิต เพื่อจะได้ประชุมหารือการปฏิบัติการตรวจค้นกดดันจับกุมทีมสังหารและผู้บงการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศภายในห้องประชุม ที่โต๊ะกลางมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน แม๊ก เครื่องกระสุนปืนอาวุธสงคราม จัดวางไว้เพื่อประกอบการแถลงข่าว แต่ไม่มีการคุมตัวผู้ต้องหา คือนายวิเวทย์ วิไชโย อดีตนายกเทศมนตรีตำบลนาอาน อ.เมือง จ.เลย พร้อมผู้ครอบครองอาวุธในบ้านทั้งสามหลังมาร่วมแถลงข่าวแต่อย่างใด

พล.ต.ท.ปัญญากล่าวว่าขณะนี้คดีสังหารพระอาจารย์บัณฑิตคืบหน้าไปมาก โดยชุดปฏิบัติการ ทั้งจากกองปราบปราม กองสืบสวนภาค 4 กองสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี และกองสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้ออกปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นเป้าหมายที่ต้องสงสัย โดยมีการเข้าค้นพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่ากลุ่มมือปืน และรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า ที่ใช้ในการหลบหนี จะกบดานและซุกซ่อนรถเอาไว้ โดยเป็นพื้นที่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี และเขตรอยต่อบางพื้นที่ของ จ.หนองคาย ซึ่งได้ข้อมูลจากกลุ่มผู้ที่เคยทำงานในเรื่องนี้มาก่อน โดยเฉพาะการใช้อาวุธปืนสงคราม แล้วบางคน ไม่อยู่ในพื้นที่ ก็อยู่ในข่ายต้องสงสัย บางคนที่อยู่ก็เลิกราไปนานแล้วแต่ก็มีเบาะแสข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก”

พล.ต.ท.ปัญญากล่าวอีกว่า ในส่วนของกองสืบสวนภาค 4 นำโดย พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4, พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบก.ฯ, พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.ฯ, พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ท.กิตติพงษ์ จิตรคาม รอง ผกก.ฯ เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายวิเวทย์ วิไชโย อดีตนายกเทศมนตรีตำบลนาอาน อ.เมือง จ.เลย หลังจากพยานหลักฐานหลายอย่างมีการเชื่อมโยงกับผู้บงการ และน่าจะเป็นกลุ่มผู้ร่วมขบวนการในการสังหาร มีการติดต่อกันกับกลุ่มผู้บงการ สนิทสนมกันโดยมีการเรียกพบให้ปากคำ ในส่วนที่เกี่ยวกับคดีโดยคำให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก

ผู้ที่เกี่ยวข้องให้การเป็นประโยชน์ต่อราชการแล้วถือว่าได้ช่วยเหลือทางราชการหากทีมสังหารจะมีการตัดตอนกันเอง ก็ถือว่าเราได้ข้อมูลหลักฐานที่เป็นประโยชน์แล้ว ในส่วนของคำให้การขอปิดเป็นความลับเพื่อรูปคดี ตอนนี้ได้ดำเนินคดีกับนายวิเวทย์ อดีตนายกฯ ในข้อหา “มีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” ตามพ.ร.บ.อาวุธปืน มาตรา 55, 78 เบื้องต้นให้พนักงานสอบสวน สภ.นาดินดำ จ.เลย ดำเนินคดี ในส่วนของคดีสังหารพระบัณฑิต อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการออกหมายจับ รออีกหน่อยมีข่าวดีแน่นอน เพราะเราได้ข้อมูลเกือบครบหมดแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบก.ภ.4 เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายวิเวทย์ ทั้ง 3 หลัง โดยหลังแรกเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 448 ม.1 ต.นาอาน อ.เมือง จ.เลย ซึ่งมีนางบุญทัน ศาลีศรี เป็นผู้ดูแล ผลการตรวจค้นพบ 1.อาวุธปืนพกสั้นออโตเมติก ยี่ห้อ Sig sauer p230sl ขนาด 9 มม.หมายเลขประจำปืน s-016675 จำนวน 1 กระบอก 2.แม๊กกาซีนขนาด 9 มม.จำนวน 1 อัน 3.กระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 98 นัด 4.กระสุนปืนขนาด.380 จำนวน 59 นัด และ 5.อาวุธปืนยาวเดี่ยวลูกกรดขนาด.22 ยี่ห้อ CZ หมายเลขประจำปืน 380855 จำนวน 1 กระบอก

พ.ต.อ.ยรรยง กล่าวอีกว่า หลังที่สองเข้าค้นที่บ้านเลขที่ 186/33 ถ.เจริญรัฐ ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย มีนางนฤมลพันธ์ มาโพนทอง เป็นผู้ดูแลบ้าน พบ 1.กระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 สีแดงยี่ห้อ Seller&Bellot จำนวน 22 นัด 2.กระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 สีดำSG จำนวน 2 นัด 3.สายสะพายลูกกระสุนปืนสีดำ จำนวน 1 เส้น 4.สมุดบันทึกธนาคารกรุงเทพ จำนวน 1 เล่ม ส่วนหลังที่สาม เข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 79 ม.2 ต.นาดินดำ อ.เมือง จ.เลย ซึ่งมีนางณัชชา พรมจันทร์ เป็นผู้ดูแล พบ 1.ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 แบบยาวจำนวน 1 ซอง 2.ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 แบบสั้น จำนวน 1 ซอง 3.เครื่องกระสุนปืนเอ็ม 16 บรรจุในซองกระสุนปืนแบบยาว จำนวน 21 นัด 4.เครื่องกระสุนปืนเอ็ม 16 บรรจุในซองกระสุนแบบสั้น จำนวน 16 นัด รวมเป็นอาวุธสงคราม 36 นัด เพื่อนำเปรียบเทียบกับกระสุนที่ใช้สังหารพระบัณฑิต โดยเบื้องต้น ก็ดำเนินคดีในข้อหา ครอบครองอาวุธสงคราม ส่วนการสอบปากคำในคดีสังหารพระบัณฑิต ก็มีประโยชน์มาก

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!