หน้าแรก ทั่วไป อุทาหรณ์ สาวอยากสวย ฉีดซิลิโคนเหลว แต่หลังจากนั้น 7 ปี สิ่งที่ได้รับคือ…

อุทาหรณ์ สาวอยากสวย ฉีดซิลิโคนเหลว แต่หลังจากนั้น 7 ปี สิ่งที่ได้รับคือ…

ซิลิโคนเหลวในสารเติมเต็มก็นิยมกันในคนไทยและคนต่างประเทศทุกประเทศเนื่องจาก หลังการฉีดแล้ว ซิลิโคนเหลวระยะแรกมักมีใบหน้าหรือ,สะโพกตึงและนูนไป ทำให้ดูอ่อนเยาว์ นอกจากนี้ซิลิโคนเหลวยังราคาถูกทำให้ สามารถฉีดได้ในปริมาณมาก ๆ ได้ให้รูปหน้าเต่งตึงและสวยงามมากในระยะแรก

อย่างไรก็ตามซิลิโคนเหลวมักมีปัญหาการไหลย้อนไปที่ต่าง ๆ และมีปฎิกริยาต่อเซลล์ของร่างกายทำให้มีการห้อยย้อย, แข็งตึง

และมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของผิวหนังทำให้มีรูปร่างขรุขระ ดูไม่สวยงาม

โดยทั่วไป ปัญหาหลักของการฉีดซิลิโคนเหลวคือจะไหลลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกไม่ ค่อยอยู่ในที่ทำและไม่สลายไปตามเวลา และจะซึมไปทั่วเนื้อเยื่อปกติทำให้การผ่าตัดไม่สามารถเอาออกได้ทั้งหมด จะสามารถเอาออกได้เฉพาะบางส่วน

1429689039-o

ผลจากการฉีดซิลิโคนเหลว ( แสดงอาการหลังฉีด 7 ปี ) สิ่งที่ได้รับคือ * ไหลลงมาตาปิดถาวร มองไม่เห็น 1 ข้าง และถ้ามารักษาช้าก็จะเป็นทั้งสองข้าง และจะบอดถาวรเพราะไม่มีแสงเข้าตา เป็นเวลานาน

* ปวดศรีษะตลอดเวลา ( ไม่ใช่แป๊ป ๆ นะ หลายเดือน ) เพราะซิลิโคนกดทับเส้นประสาท

* ใช้เวลารักษา เกือบ 1 ปี เข้ารับการผ่าตัด มากกว่า 5 ครั้ง

* เข้ารับการผ่าตัดแบบสด ๆ วางยาไม่ได้ ( เพราะต้องเช็คความรู้สึกตัว กับเส้นประสาท ) ฉีดยาชาไปก็ไม่เข้า เจ็บปวดมาก

* ตั้งแต่เธอเริ่มแสดงอาการมา ค่าใช้จ่ายทุกอย่างทั้งค่ารักษา ค่าเดินทาง ณ ปัจจุบันไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท ตั้งแต่เธอเริ่มแสดงอาการมา และยังต้องเข้ารับการผ่าตัดกันอีก ในครั้งต่อ ๆ ไป และไม่รู้ว่า จะต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่

* ภาพเหล่านี้ เธอถ่ายส่งมาให้ป้าวุ้นเส้น เป็นระยะ ๆ ตลอดเวลาของการรักษาช่วง 6 เดือนนี้

คนไข้รายนี้ เป็นคนไข้ที่ป้าวุ้นเส้นเอ็นดู เธอน่ารัก และน่าสงสาร มาก เธอต้องการแบ่งปัน และเตือนทุกคนว่า ” อย่าฉีด ” เธออยากให้ทุกคนกลัว และไม่ตกอยู่ในภาวะเดียวกับเธอ

ป้าวุ้นเส้น ขออาระธนา คุณพระศรีรัตนไตร สิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลาย ขอให้บุญบารมีที่ป้าวุ้นเส้น และคนไข้ได้ทำร่วมกันมา ช่วยดลบรรดาลให้ เธอดีขึ้นและปลอดภัยทุกครั้งที่เข้ารับการผ่าตัดค่ะ

ขอกำลังใจทุกดวง จากแฟน ๆ ขอป้าวุ้นเส้น ส่งให้เธอด้วยนะค๊ะ

ปล ดีใจที่ทำให้ตาหนู Ammymy Narak ลืมได้ 30 % แล้ว ดีใจจริง ๆ ค่ะ ป้ามีความสุขจัง

CD: พลับพลา ป้าวุ้นเส้น

อีกนิด ไปเจอมา ใจไม่ถึงห้ามดูนะ

ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับซิลิโคนเหลว โดย ผศ. นพ. ถนอม บรรณประเสริฐ หัวหน้าหน่วยศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ถาม: ซิลิโคนเหลวคืออะไรมีผลอย่างไรกับคนไข้ในการเสริมสวย

ตอบ: ซิลิโคนเหลวเป็นสารโพลิเมอร์เหมือนพลาสติกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นของเหลวไม่สลายตัวและมีความทนทานอยู่ได้ตลอดกาล สมัยก่อนมีการนำมาฉีดตามร่างกายเพื่อเพิ่มปริมาตรของร่างกายตามส่วนต่างๆ แต่เนื่องจากสารชนิดนี้ไม่สลายตัว ร่างกายจึงมีปฏิกิริยาต่อต้านสิ่งแปลกปลอม ซึ่งร่างกายคนไข้แต่ละคนมีปฏิกิริยาต่อต้านที่แตกต่างกัน บางคนมีปฏิกิริยาต่อต้านน้อยทำให้คนไข้คิดว่าได้ผลดี แต่เมื่อมีการฉีดกันมากก็พบว่ามีคนไข้อีกกลุ่มหนึ่งที่มีปฏิกิริยารุนแรงมากโดยร่างกายคนไข้เองพยายามทำลายซิลิโคนหลวที่ฉีดเข้าไปแต่ไม่สามารถทำลายได้ เนื่องจากซิลิโคนไม่สามารถย่อยสลายได้ด้วยเอ็นไซม์ที่ร่างกายผลิตขึ้นเพราะซิลิโคนเป็นพลาสติกที่ทนทานต่อเอ็นไซม์ ดังนั้น เอ็นไซม์ที่ร่างกายผลิตออกมาจึงทำลายตัวเองแทน ทำให้คนไข้เกิดปัญหาหน้าบวมผิดรูป กลายเป็นก้อนย้อยไปมา การรักษาก็ต้องตัดออก ส่งผลให้คนไข้เกิดการพิการขึ้นบนใบหน้าหรือตามร่างกาย หรือกรณีที่ฉีดตามหน้าอกอาจทำให้เกิดมะเร็งได้ แต่ส่วนใหญ่นิยมฉีดตามใบหน้าและตามก้น ซึ่งในช่วง 1-2 ปีแรกอาจไม่มีปฏิกิริยาในบางคน แต่หลังจากนั้นอีก 4-5 ปี อาจมีปัญหาตามมาได้ หรือในบางคนอาจมีปฏิกิริยาขึ้นๆ ลงๆ คือบางช่วงก็เห่อขึ้นมา บางช่วงก็ดีเหมือนไม่มีอะไร บางช่วงก็ขึ้นมาเป็นก้อนทั่วทั้งใบหน้า กลายเป็นตะปุ่มตะป่ำตัดออกไม่ได้เพราะอยู่ในตำแหน่งที่มีเส้นประสาทใบหน้าอยู่ ต้องค่อยๆ ฉีดยาให้ลดปฏิกิริยาลงโดยที่ไม่สามารถกำจัดออกไปได้นอกจากการตัดออก เพราะอาจทำให้เส้นประสาทใบหน้าอัมพาต หน้าเบี้ยวตลอดชีวิต

ถาม: คอลลาเจนคืออะไรเพราะคนที่ฉีดมักอ้างว่าฉีดคอลลาเจนไม่นานก็สลายไปเองได้

ตอบ: ในความเป็นจริงคอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในตัวมนุษย์เรา ส่วนในด้านการเสริมสวยนั้นไม่มีการนำคอลลาเจนมาใช้นานแล้ว สมัยสิบกว่าปีก่อนมีการนำคอลลาเจนในรูปของเจลมาฉีดเสริมสวย แต่ได้ผลไม่ค่อยดีเพราะยุบตัวเร็ว จึงเปลี่ยนมาใช้ฟิลเลอร์ซึ่งสารอะไรก็ตามที่นำมาฉีดเราเรียกกันว่า “สารเติมเต็ม” เมื่อคอลลาเจนไม่เป็นที่นิยมก็เปลี่ยนมาใช้สาร “ Hyaluronic Acid” แทน แต่คนส่วนใหญ่รู้จักคอลลาเจนมาตั้งแต่แรก จึงทำให้คิดว่าคอลลาเจนที่ใช้ฉีดมีความถูกต้องจึงมีการหลอกลวงให้ฉีดสารบางชนิดที่ไม่ปลอดภัยโดยอ้างว่าเป็น “คอลลาเจน”

Tips: ข้อแตกต่างของการเสริมจมูกด้วยฟิลเลอร์กับซิลิโคนแท่ง

– ฟิลเลอร์ที่ใช้เสริมจมูกเป็นฟิลเลอร์ชั่วคราวมีอายุประมาณหนึ่งปีก็ต้องกลับมาฉีดใหม่ ข้อดีคือ ไม่ต้องลงมีดผ่าตัด ฉีดเสร็จสามารถกลับบ้านได้ ความเสี่ยงคือ หากฉีดบริเวณจมูกอาจตาบอดหรือจมูกเน่า

– การเสริมจมูกด้วยซิลิโคนแท่งเป็นการเสริมจมูกแบบถาวรต้องลงมีดผ่าตัด ข้อดีคือไม่ทำให้ตาบอด ความเสี่ยงคือ อาจทำให้จมูกทะลุ ซิลิโคนเอียงหรือเบี้ยว แต่เป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้

– วัสดุที่นิยมใช้เสริมจมูกคือซิลิโคนแท่งกอร์เท็กซ์ (Gore tek) กระดูกอ่อนเป็นต้น ทั้งนี้การใช้วัสดุใดขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการเสริมจมูก (เช่นใช้กระดูกอ่อนทำเป็นรูปหยดน้ำ)

การฉีดซิลิโคนเหลวต่างจากการเสริมด้วยแท่งซิลิโคนอย่างไร

ต่างกันโดยสิ้นเชิง เนื่องจากว่าซิลิโคนเหลวเมื่อเข้าไปในร่างกายแล้ว
จะเข้ารวมกับเนื้อเยื่อของจมูก และเมื่อเวลาผ่านไปสารเหล่านี้ก็จะไหลไปด้านข้างของจมูกทำให้จมูกดูโตขึ้น
อย่างมาก ที่สำคัญเมื่อมีปัญหาก็ไม่สามารถนำออกได้หมด โดยเฉพาะคนที่ทำมาเป้นเวลานานเนื้อเยื่อจมูกกับสารซิลิโคนจะยิ่งรวมตัวเกาะกันการแก้จมูกเมื่อมีปัญหาในอนาคตจึงยากมาก

เรื่องที่น่าเป็นห่วงในวงการศัลยกรรมความงามในขณะนี้คงหนีไม่พ้นการฉีดซิลิโคนเหลวที่ได้กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง โดยครั้งนี้บรรดาหมอเถื่อนได้สรรหาชื่อใหม่ๆ มาเรียก เช่น ไขมันเทียม, ไขปลาวาฬ หรือ แอบอ้างว่าเป็นคอลลาเจน เพื่อตบตาคนไข้ที่มักจะรู้ไม่เท่าทันและตกเป็นเหยื่ออยู่เสมอ

ความจริงเรื่องซิลิโคนเหลวนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในทางการแพทย์รู้กันมานานกว่า 30 ปีแล้วว่า การฉีดซิลิโคนเหลวนั้นมีโทษภัยอย่างไร เช่น เรื่องการที่สารซิลิโคนเหลวนั้นจะไหล ทำไปแรกๆ ก็ดูสวยดี แต่ผ่านไป 3-5 ปี จะเริ่มไหลมากงอรวมกัน อย่างที่เห็นเป็นคางแม่มด หรือถ้าแย่กว่านั้นอาจจะมีการอักเสบ หรือจับเป็นก้อนแข็ง และตัวซิลิโคนเหลวนั้น พบว่าจะถูกเม็ดเลือดขาวกับกิน และพาไปที่ต่อมน้ำเหลืงและอวัยวะต่างๆ การแก้ไขก็ทำได้ยาก เพราะผลเสียที่มีมากมายนี้เอง การใช้ซิลิโคนเหลวเพื่อฉีดเสริมสวยจึงถูกห้ามใช้ในทางการแพทย์ จะมีที่ใช้ก็จำกัดเฉพาะการรักษาโรคบางอย่าง และต้องทำโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ

สารที่ใช้ฉีดเพื่อเสริมความอิ่ม (Soft Tissue Fillers) ที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยในทางการแพทย์ก็มีอยู่หลายตัว มีทั้งที่อยู่ได้ชั่วคราวและอยู่ได้ถาวร มีความนิ่ม-แข็งแตกต่างกันไป เทคนิคที่ใช้เสริมก็แตกต่างไปตามสารแต่ละชนิด แต่สารเหล่านี้ก็มักจะมีราคาต้นทุนแพงกว่าซิลิโคนเหลว รวมทั้งเทคนิคการเสริมก็ไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ ต้องมีความรู้ทางการแพทย์และประสบการณ์ ทำให้ไม่เป็นที่นิยมของหมอเถื่อนเท่าการฉีดซิลิโคนเหลว

*****วิธีสังเกตไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ เมื่อต้องการทำศัลยกรรมความงามโดยใช้สารฉีดหน้าต่าง ๆ ควรปรึกษากับแพทย์โดยตรง สอบถามถึงข้อดีข้อเสียของสารที่ใช้ และในกรณีที่ได้ผลไม่เป็นที่พอใจ แพทย์สามารถแก้ไขให้ได้หรือไม่ สถานที่ทำควรเป็นคลินิก หรือโรงพยาบาลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม การทำใช้เทคนิคปลอดเชื้อหรือไม่ ไม่ใช่แบบหิ้วกระเป๋ามาฉีดตามร้านเสริมสวย พอมีปัญหาก็หาตัวไม่เจอ อย่าเชื่อเพียงเพราะเพื่อนมาชวน เพราะผลเสียถ้าเกิดขึ้นไม่ได้อยู่บนหน้าเพื่อน*****

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!