หน้าแรก ทั่วไป เปิดปม ตึกร้าง สาธร และการพบศพ ชาวต่างชาติผูกคอตาย

เปิดปม ตึกร้าง สาธร และการพบศพ ชาวต่างชาติผูกคอตาย

“..อาคาร สาธร ยูนิค ทาวน์เวอร์ ตั้งอยู่ย่านถนนเจริญกรุง เป็นหนึ่งในโครงการที่ประสบปัญหาด้านเงินลงทุนก่อสร้างในช่วงก่อนวิกฤติเศรษฐกิจ โครงการดังกล่าวพัฒนาโดยนายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ เดิมมีแนวคิด พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม สูง 47 ชั้น จำนวน 600 ยูนิต ราคาขาย 20,000-30,000 บาท/ตร.ม. เปิดตัวตั้งแต่ปี 33 แต่ติดปัญหาสถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้ ทำให้โครงการยุติลง..”

เดอะยูนิค สาทร เป็นโครงการณ์ของ นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ สถาปนิกชื่อดัง โดยปัญหาเกิดขึ้นเมื่อปี 2535 เมื่อนายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ถูกจับในคดี จ้างวานฆ่าประธานศาลฎีกา นายประมาณ ชันซื่อ โดยว่ากันว่าเป็นคดีที่ประหลาดที่สุด เมื่อ คนที่อ้างว่าเป็นมือปืนก็สารภาพทั้งๆ ที่ยังไม่ทันได้ลงมือฆ่า แม้ตัวนายประมาณ ชันซื่อ ประธานศาลฎีกาเอง ก็ไม่เชื่อว่าจำเลยจะจ้างวานฆ่าตนเอง โดยตำรวจในยุคนั้นจับคนร้ายได้ ในขณะที่ยังไม่ได้ลงมื่อ แต่มีเอกสารอ้างอิงว่ากำลังจะลงมือ แม้จะไม่มีการลงมือ แต่ศาลชั้นต้นก็พิพากษาจำคุกนายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ 25 ปี เป็นผลให้โครงการณ์ เดอะยูนิค สาทร ต้องค้างคาและไม่สามารถสร้างต่อได้ เพราะนายรังสรรค์ ไม่สามารถทำนิติกรรมใดๆทั้งสิ้น ตึกกลายเป็นตึกร้างตามสภาพจนปัจจุบัน ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องในปี 2551 โดยตัวนายประมาณ ชันซื่อ ได้ถึงแก่กรรมไปเมื่อปี 2550 โดยโรคชราตามวัย ไม่ได้ถูกลอบสังหารแต่อย่างใด

ตึกร้างแห่งนี้สร้างได้ประมาน 70% ก่อนที่เจ้าของตึกคือ พราะนายรังสรรค์ เกิดปัญหาจากกรณีข้างต้น หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์คนตกตึกตายเป็นประจำ ทำให้ตึกดังกล่าวกลายเป็นตึกร้างนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ตึกร้างแห่งนี้แต่เดิมมีชื่อเสียงไม่มาก เป็นที่สนใจเฉพาะกลุ่มเล็กๆ เป็นวัยรุ่นทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ พากันขึ้นไปเดินเล่น นั่งเล่น ถ่ายภาพ และชมวิวจากมุมสูง โดยจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ดูแลความปลอดภัยของตึก

1410917777-1410891741-o

1410917762-1410891741-o

ตึกร้างแห่งนี้ พึ่งจะเริ่มดังเป็นข่าวในโลกออนไลน์ก่อนหน้านี้มาระยะหนึ่ง คือในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้มีบล็อกเกอร์(นักเขียน นักท่องเที่ยว นักถ่ายภาพ ชื่อ มิเชล ลินน์ ดินห์ ได้เผยแพร่สกู๊ป เกี่ยวกับการสำรวจตึกร้างในกรุงเทพ ในเว็บไซต์ภาษาอังกฤษของเธอ และเมื่อมีผู้รับทราบข่าวสารนี้ ทำให้มีผู้สนใจที่ไม่เคยทราบข้อมูลมาก่อน ได้แวะเวียนไปยังตึกร้างแห่งนี้มากขึ้น ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ โดยในช่วงนี้เอง มีคนไทยตั้งกระทู้สนทนาเกี่ยวกับการไปถ่ายภาพวิวมุมสูงจากตึกนี้ และมีบางคนตั้งข้อควรระมัดระวังไว้ว่่า ไม่ปลอดภัยเพราะอาจจะถูกปล้น จี้ ชิงทรัพย์ หรือฆาตกรรมได้ง่ายๆ

1357121175-sathornuni-o

1357120818-thesathorn-o

1357120808-thesathorn-o

และในที่สุด อาคาร สาธร ยูนิค ทาวน์เวอร์ หรือหลายคนเรียกว่า ตึกผี แห่งนี้โด่งดังเป็นข่าวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องของการพบศพ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.57 คุณณัฐวัตร วเสถียร ได้ขึ้นไปถ่ายรูปบนตึก(โดยจ่ายค่าอนุญาตขึ้นตึกกับยาม 100 บาท) และได้พบศพคนในสภาพแขวนคอเสียชีวิต ในห้องสูทชั้น 43 บนตึกร้างดังกล่าว จึงได้โทรแจ้ง 191 แต่สายไม่ว่าง จึงโทรศัพท์ไปแจ้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งแทน ระหว่างนั้นก็ได้มีการโพสกระทู้แจ้งข่าวสารในโลกออนไลน์ แต่เมื่ออาสาสมัครมาตรวจสอบแต่ไม่พบศพ เนื่องจากตึกมีหลายชั้นและมีห้องซับซ้อน ทำให้หาศพไม่พบ จึงทำให้เกิดกระแสข่าวว่าเป็นแค่ข่าวลือ จนถึงกับมีคนต่อว่า คุณณัฐวัตร วเสถียร ว่าสร้างเรื่องโกหก

10478535_4721585095020_8966412501130603938_n

10170709_4721584495005_5942410380253272779_n

10846036_4721584174997_5759889637106750129_n

จนเมื่อช่วงค่ำต่อมา คุณณัฐวัตร ได้เดินทางมากับมูลนิธิป่อเต็กตึ้งเพื่อมาชี้จุดที่พบร่างผู้เสียชีวิตด้วยตัวเอง จึงพบศพดังกล่าว ในสภาพผูกคอตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 วัน ที่ชั้น 43 ในห้องน้ำ รอแพทย์มาชันสูตรก่อนจะเคลื่อนย้ายศพต่อไป

10409125_4721584054994_6301677708415262055_n

นอกจากนี้ ผู้พบเหตุการณ์ดังได้กล่าวเล่าถึงความติดขัดในการประสานงานเจ้าหน้าที่ ว่า โทรไปแจ้งศูนย์นรินทรว่าเจออะไร มีเจ้าหน้าที่รับสายแนะนำให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนถึงจะดำเนินการได้ ตนวางสายแล้วกดหมายเลข 191 หาตำรวจสายไม่ว่าง โทรยังไงก็ไม่ติด เดินไปที่ป้อมจราจรก็ไม่มีตำรวจอยู่ จึงตัดสินใจโทรไปเบอร์ 199 ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่หญิงรับ แต่ทำได้แค่รับฟังแล้วแนะนำให้โทรไปที่เบอร์ 193 พอโทรไปตามเบอร์ดังกล่าวสายไม่ว่างเหมือนเดิม

ผู้เห็นเหตุการณ์ตัดพ้อรู้สึกหมดหวังกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงตัดสินใจกลับบ้านแต่ระหว่างทางเกิดความไม่สบายใจ แวะหาเจ้าหน้าตำรวจข้างทางแล้วเล่าให้ฟังว่าไปเจออะไรมา ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพูดว่า “พอดีคนล่ะเขตกันยังไงก็ลองโทรหาตำรวจพื้นที่ดู” ตนก็เลยพูดกับเจ้าหน้าที่คนนั้นว่า ถ้างั้นก็ปล่อยให้มันแห้งไปอย่างนั้นแล้วกัน

อย่างไรก็ดีกรณีดังกล่าว ชาวเน็ตได้วิจารณ์การติดต่อประสานงานองค์การตำรวจไว้อย่างน่าสนใจ ว่า หมายเลข 191 เอาไว้แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย ควรเป็นหมายเลขที่ต้องมีความพร้อมโทรครั้งเดียวต้องติด เพราะในภาวะวิกฤตจะเป็นเบอร์ที่ทุกคนนึกถึงเป็นหมายเลขแรก ถ้ามันแจ้งไม่ได้ก็ยุบไปเถอะ อย่าอ้างว่ามีคนโทรมาแกล้งร้องเรียนบ่อยๆ

ที่สำคัญเลิกพูดได้แล้วว่าที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ สน.อื่น แล้วปัดสวะให้ไปแจ้งสน.ที่เกิดเหตุ ในเมื่อคุณเป็นตำรวจควรจะโทรประสานงานตำรวจด้วยกันเองให้เลย เรื่องราวมันจะได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ดีกว่าจะมาโบ้ยว่าไม่ใช่เขตอำนาจตน

10850095_10205940724462950_2506074739497151790_n

ล่าสุดมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชายชาวสวีเดนทราบชื่อคือนายสติกโยฮาน คริสเตียน แฮมมาซเทน อายุประมาณ 30-35 ปี สภาพศพใช้เชือกไนลอนขนาดใหญ่ผูกลำคอเสียชีวิต ใกล้กันพบบันไดไม้ล้มอยู่บนพื้น ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ก็พบกระป๋องเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง บุหรี่ 1 ซอง และกล่องข้าวที่ทานหมดแล้ว 1 กล่อง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบกระเป๋าสตางค์สีดำภายในตัวของชายชาวสวีเดนดังกล่าวอีกด้วย โดยภายในมีหลักฐานเป็นใบขับขี่ประเทศสวีเดน บัตรเครดิตจำนวน 2 ใบ และนามบัตรร้านต่าง ๆ แต่กลับไม่พบเงินอยู่ภายในกระเป๋าแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 7 วัน และจะส่งให้ทางนิติเวชตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงอีกครั้ง

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!