หน้าแรก ทั่วไป ทีวีดิจิตอล ไปไม่รอด ประวิทย์ช่อง3สับเละ ตัดราคาขายโฆษณา 5พัน

ทีวีดิจิตอล ไปไม่รอด ประวิทย์ช่อง3สับเละ ตัดราคาขายโฆษณา 5พัน

สยามบันเทิง ฉบับวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แล้วกับบรรดา ทีวีดิจิตอล ซึ่งแห่ประมูลมาจาก กสทช. เป็นเงินนับพันล้าน ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า จะมี ทีวีดิจิตอล อย่างน้อย 2 ช่องปิดตัวลง โดยเป็นช่อง HD หรือช่อง ความคมชัดสูง 1 ช่อง และช่อง SD อีก 1 ช่อง และอาการร่อแร่อีกเป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ช่องที่ร่อแร่นั้นปรากฏว่าเป็นช่องที่นายทุนตัวจริงถอนหุ้นออกไปทำให้ นายทุนตัวปลอมต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายนอกจากนี้ยังไม่มีประสบการณ์ในการทำสถานีโทรทัศน์ ซึ่งจะต้องมีความคิดในเชิงบูรณาการ ไม่ใช่ทำให้เกิดเพียงรายการเดียวหรือว่าสองรายการ หากแต่จะต้องจัดผังให้ครบ 24 ชั่วโมง

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ช่องร่อแร่ ได้แจ้งยุติการผลิตรายการทั้งภาคละครและบันเทิง ลงโดยไม่มีกำหนด ทำให้ละครที่บันทึกไปครึ่งๆ กลางๆ ต้องยุติลงทันที นอกจากนี้บรรดาดาราก็ยังไม่ได้รับค่าตัวแต่อย่างใด ครั้นไปทวงถามสถานีก็ได้รับคำตอบว่า ให้ไปทวงเอากับผู้กำกับพอไปทวงกับผู้กำกับ ก็ได้รับแจ้งว่าให้ไปทวงกับสถานี เกี่ยวกันไปมาอยู่ย่างนี้ไม่ต่ำกว่า 3 เดือน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เบื่อทวงไปเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประมูล ทีวีดิจิตอล ถือเป็นประวัติศาสตร์แห่งความล้มเหลวหน้าหนึ่งของวงการทีวี ต่อจากการประมูลไอทีวี ทีวีเสรีซึ่งเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ เพราะภาครัฐมุ่งแต่เม็ดเงิน ไม่คำนึงถึงความเป็นจริง และคุณภาพของรายการ ซึ่งทีวีดิจิตอลจะทยอยเจ๊งไปทีละสถานีนับต่อจากนี้

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวที่พิสูจน์ว่า ผู้ประกอบการ ทีวีดิจิตอล ประสบปัญหาขาดทุนย่อยยับก็คือ กรณีนายจำนรร ศิริตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ได้เรียกร้องไปยัง กสทช. ขอผ่อนผันการชำระค่าสัมปทานอันสวนทางกับคำสั่งของ คสช. ที่กำหนดให้จ่ายเงินทันทีภายหลังจากได้รับการอนุมัติแพร่ภาพไปแล้วด้วย

ทางด้าน นายประวิทย์ มาลีนนท์ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้สำทับเกี่ยวกับความล้มเหลวของบรรดาสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลด้วย

“จริงๆ แล้วปัญหาตอนนี้ผมมองว่าผู้ประกอบการเองไม่สามารถนำเสนอรายการที่ถูกใจคนดูได้ มันอยู่ที่ความสำคัญของรายการเรามากกว่า สปอนเซอร์น้อยเพราะรายการไม่น่าซื้อมันจะเข้าได้ยังไงกันล่ะตอนนี้ตัวเลขเรตติ้งก็มีแล้วแต่ออกมาตัวเลขน่าเกลียดมาก หลายๆ เรื่องที่ต้องคุยและต้องพิสูจน์ก็คือว่ามันเป็นอย่างตัวเลขที่ออกมาจริงรึเปล่าตัวเลขมันไม่สะท้อนความเป็นจริงออกมาทุกอย่างก็ล้มเหลวหมดถ้ารายการเราแข็งแรงมันก็มีคนซื้อ ถ้ารายการเราไม่แข็งแรงก็ไม่มีคนซื้ออยู่แล้ว ง่ายนิดเดียว ต้องทำรายการดีๆ ขึ้นมาสิ ลองดูรายการแข็งแรงทำไมจะไม่มีสปอนเซอร์เข้า ปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือ ช่องที่ประมูลดิจิตอลกันไม่มีสักช่องที่เตรียมบุคลากรไว้ให้พร้อม เราไม่ได้เตรียมคนเรามีแต่เงินกับมีความอยากสองอย่างเท่านั้นเอง เมื่อก่อนคนผลิตรายการเองเขายอมแบกความเสี่ยงไว้ส่วนหนึ่ง แต่วันนี้พอขายโฆษณาไม่ออกเขาก็ผลักภาระมาให้สถานี บอกว่าช่องจ้างเขาทำ ช่องก็บอกว่ารายการมันขายไม่ออกก็ไม่จ้าง มันเลยไม่มีรายการใหม่ๆ เกิดขึ้น เลยตอนนี้ต้องเป็นรายการโลคอสต์หมดเลย รายการไม่มีอะไรเลย มันไปไม่ไหว ซื้อขายกันกันที 5 พันอย่างนี้ ที่เรามองว่าเราจะเกิดเป็นรายการ เราไม่ได้คิดว่าเราจะเกิดทั้งช่องครับ เราคงมอบเป็นรายการๆ ไป”

อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามว่า เห็นข่าว กสท. อยากให้ออกอากาศเป็นคู่ขนาน งานนี้นายประวิทย์ก็ได้แจงกลับว่า

“แล้วค่าใช้จ่ายใครล่ะครับ ไม่ผมถามหน่อยว่า ค่าใช้จ่ายใครล่ะครับ ช่อง 3 เขาก็อยู่ของเขา แบรนด์ตรงนี้แข็งแรงแล้ว เราไปประมูล 3 ช่องมาเพื่อพัฒนาธุรกิจ เราตั้งใจว่าสัญญาของช่อง 3 หมดลงแล้วเราก็จะขึ้นมาอยู่ในดิจิตอล แต่ในช่วงนี้ต่างคนก็ต่างพัฒนากันไป ไม่ได้ตั้งใจประมูลมาเพื่อเอาช่อง 3 มาไว้อย่างนี้ด้วย มันไม่ใช่นะ ในอนาล็อกช่อง 3 แบรนด์เราแข็งแรงอยู่แล้ว ดิจิตอลทั้ง 3 ช่อง ที่ประมูลมาตอนนี้เราก็กำลังพัฒนาให้แข็งแรงต่อไป ตอนนี้คนดูมีเท่าไหร่เราก็ต้องทำงานไป ถึงมันจะน้อยก็ต้องทำต่อ เราทำกันเต็บร้อย แต่ทำในขีดความสามารถของตัวเอง ก็เห็นผู้ประกอบการก็รวมตัวกันเคลื่อนไหว เขาก็อยากจะดูว่า กสทช. จะช่วยอะไรเขาได้บ้าง ผมมองว่าตอนนี้ความสำคัญอยู่ที่ผู้ประกอบการเองมากกว่า”

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!