หน้าแรก ทั่วไป ศึกชิงลูกแก้ว ที่คำชะโนด ทั้งคนและสัมภเวสี แย่งกันแสดงละคร ขอส่วนบุญ

ศึกชิงลูกแก้ว ที่คำชะโนด ทั้งคนและสัมภเวสี แย่งกันแสดงละคร ขอส่วนบุญ

ภาพคลิปเหตุการณ์ภาคต่อ จากคลิปที่แล้ว ใครที่ยังไม่ได้ดู หรือปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ทัน จะสรุปให้ฟังแบบรัวๆ
ตัวละครหลักคือเจ้าเดิม หมอปลาย รับบทเป็นร่างทรง สวมบทเทพ พยามจะจัดการอัญเชิญลูกแก้ว (อ้างอิงจากตำนานเมืองบาดาล พญานาคราชศรีสุทโธ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้านในพื่้นที่)

แต่จากรูปการณ์ คาดว่าน่าจะกระทำการโดยขโมยซีน บรรดาร่างทรงในพื้นที่ ทำให้ขัดแย้งกัน จึงเกิดคลิปละครจักรๆวงศ์ ดังที่ปรากฏในคลิปแรก เรียกได้ว่า มึงมั่วมากกูก็มั่วไป ราชาศัพท์ผิดๆถูก แถมใช้ภาษาภาคกลางบวกศัพท์สมัยใหม่ ช่างเป็นเทพที่อินเทรนด์เสียจริงนะเพคะ

ส่วนคลิปที่สองเป็นคลิปที่สามเณรรูปหนึ่ง แสดงอาการคล้าย ผีเข้า ในขณะที่ หมอปลาย แสดงอาการคล้ายผีเข้าเช่นกัน แต่มีลักษณะการสนทนาคล้ายคนทั่วไปมากกว่า และมีการพูดแบบตั้งคำถามนำ ในเรื่องของการอัญเชิญลูกแก้ว

รูปการณ์แบบนี้ ไม่เชื่อ ก็ต้องวิเคราะห์ และก็วิเคราะห์ได้ง่ายๆ เป็นเรื่องราวของการขัดผลประโยชน์และขโมยซีนกันซึ่งหน้า เมื่อหมอปลาย ซึ่งเป็นคนแปลกถิ่น พยามทำตัวเป็นผู้มีสิ่งพิเศษติดต่อกับโลกวิญญาณได้ และเข้าไปจัดการเป็นตัวตั้งตัวตีในการอัญเชิญและบูชาลูกแก้ว ร้อนถึงบรรดาร่างทรงเจ้าถิ่น อย่างนี้มันหยามกันชัดๆ ปล่อยไว้ไม่ได้ ละครจักรๆ วงศ์ๆ แบบด้นสดๆ จึงเกิดขึ้น ท่ามกลางความตื่นตะลึงอัศจรรย์ใจของชาวบ้านให้ความเคารพเลื่อมใสต่อ พญานาคราชศรีสุทโธ

ตรงนี้มองแบบกลางๆ ถ้าวิญญาณที่มาเข้าร่างใครสักคนจริงๆ แล้วใครจะรับประกันว่า วิญญาณไหนเป็นเทพจริง หรือเป็นแค่สัมภเวสีหิวโหย แสดงละครขอส่วนบุญ ไม่ต่างจากมนุษย์เรา ที่โลภโมโทสัน โกหกตบตาคน หากินกับความเชื่อ ภาพที่ปรากฏในคลิป ไม่มีใคร หรือเทพองค์ใดเลยสักคน ที่แสดงวุฒิภาวะ หรือความมีสติสัมปัชชัญญะ มากพอที่จะให้เชื่อว่าเป็นผู้มีบารมีแก่กล้า การแสดงออกทางอารมณ์นั้น ชัดเจนว่าท่านเทพทั้งหลายเป็นผู้มี อีคิวไม่ค่อยสูงเท่าไหร่ โดยเฉพาะหมอปลายนี่ แสดงอารมณ์ผู้หญิงขี้วีนเถียงเขาไปทั่ว ส่วนสามเณรที่นั่งอยู่นั่นดีกว่าตรงที่ดูแล้วเหมือนคนแก่ที่กำลังหงุดหงิดรำคาญใจจริงๆ

ใครเป็นใครไม่รู้ แต่งานนี้ มีคนแสดงละครตบตาแน่ๆ และจากประสบการณ์ของผู้เขียน เชื่อว่าตำนาน พญานาคราชศรีสุทโธ นั้นควรแก่การเคารพย่ำเกรง แต่คลิปที่ปรากฏนี้ มันคือวิธีการหากินของแก๊งร่างทรง ที่เปลี่ยนรูปแบบ และสถานที่ไปตามโอกาสและกระแสของสังคม เท่านั้นเอง

หากใครยังไม่รู้จักป่าคำชะโนด อ่านตรงนี้ สั้นๆ
ป่าคำชะโนด หรือ เมืองชะโนด หรือ วังนาคินทร์คำชะโนด ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เป็นป่าที่มีลักษณะเหมือนเกาะขึ้นอยู่กลางทุ่งนา เต็มไปด้วยต้นชะโนด ซึ่งเป็นพืชจำพวกปาล์ม เป็นสถานที่ ๆ ปรากฏในตำนานพื้นบ้าน เป็นสถานที่ ๆ เชื่อว่า เป็นที่สิงสถิตของพญานาคและสิ่งลี้ลับต่าง ๆ บ่อยครั้งที่ชาวบ้านในละแวกนั้นจะพบเห็นชาวเมืองชะโนดไปเที่ยวงานบุญพระเวท รวมถึงหญิงสาวที่มายืมเครื่องมือทอผ้าอยู่เป็นประจำ

ตำนานวังพญานาค คำชะโนด
ได้มีตำนานเล่าขานสืบกันมาว่า มีพญานาค อยู่สองตนได้ปกครองเมืองหนองกระแส โดยครึ่งหนึ่งเป็นของ สุทโธนาค (เจ้าพระยาศรีสุทโธ) ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นของ สุวรรณนาค พญานาคทั้งสองปกครองเมืองอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่มีข้อตกลงกันว่า ถ้าหากมีฝ่ายใดออกไปหาอาหาร อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องไม่ออกไป เนื่องจากเกรงว่าจะมีเรื่องกัน และอาหารที่หามาได้นั้น ให้นำมาแบ่งกันอย่างละครึ่ง
เมื่อถึงคราวสุวรรณนาคออกไปล่าสัตว์ ได้เนื้อช้างมา จึงนำเนื้อช้างที่ได้แบ่งให้สุทโธนาค พร้อมทั้งนำขนของช้างไปยืนยันว่าเป็นเนื้อช้างจริง อีกครั้งที่สุวรรณนาคออกไปล่าสัตว์หาอาหารอีก ครั้งนี้ได้เม่นกลับมาเป็นอาหาร จึงได้นำเนื้อและขนของเม่นไปมอบให้แก่สุทโธนาคเหมือนเช่นเคย แต่สุทโธนาคกลับไม่พอใจ เพราะเมื่อดูจากขนของเม่นที่มีขนาดใหญ่กว่าขนของช้าง ปริมาณเนื้อที่ได้ก็ควรมีมากกว่าเนื้อของช้าง แต่ปริมาณเนื้อนั้นกลับมีน้อยกว่ามากนัก จึงคิดว่าสุวรรณนาคไม่มีความซื่อสัตย์ ฝ่ายสุวรรณนาคพยายามที่จะอธิบายแต่ก็ไม่สำเร็จ จึงเกิดสงครามขึ้นมาระหว่างนาคทั้งสอง
พระอินทร์ทรงทราบเรื่องเข้า จึงหาวิธีที่จะทำให้พญานาคทั้งสองตนหยุดทำต่อสู้กัน โดยให้พญานาคทั้งสองสร้างแม่น้ำขึ้นคนละสาย หากใครสร้างถึงทะเลก่อนจะให้ปลาบึกไปอยู่ในแม่น้ำนั้น เมื่อได้ยินเช่นนั้น สุทโธนาคก็ได้สร้างแม่น้ำมุ่งไปทางทิศตะวันออกของหนองกระแส และด้วยความที่สุทโธนาคมีนิสัยใจร้อน เมื่อพบเจอภูเขากั้นทางแม่น้ำก็จะทำการหลบหลีก ทำให้แม่นำ้โค้งไปโค้งมา จึงเกิดเป็นแม่น้ำโขง ส่วนทางฝ่ายสุวรรณนาคนั้น ได้ทำการสร้างแม่น้ำขึ้นทางทิศใต้ของหนองกระแส สุวรรณนาคมีความละเอียด และใจเย็น แม่น้ำที่สร้างขึ้นจึงมีความตรงกว่าแม่น้ำทุกสาย ได้แก่ แม่น้ำน่าน
สุทโธนาคเป็นผู้ที่สร้างแม่น้ำได้เสร็จก่อน จึงมีปลาบึกเข้ามาอยู่ในแม่น้ำโขงเพียงแห่งเดียวเท่านั้น และเมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น สุทโธนาคก็ได้ขอทางขึ้น-ลง ระหว่างเมืองบาดาลกับเมืองมนุษย์ไว้ 3 แห่งด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ คำชะโนด ซึ่งจะมีต้นชะโนดขึ้นอยู่ที่นั่น และให้สุทโธนาคพร้อมด้วยบริวารสามารถที่จะกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ (พญาศรีสุทโธ) และตั้งบ้านเมืองปกครองอยู่ที่คำชะโนด เมื่อข้างขึ้น 15 วัน อีก 15 วันข้างแรม ให้กลายเป็นนาค อาศัยอยู่เมืองบาดาล (พญานาคราชศรีสุทโธ)

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!