หน้าแรก ทั่วไป ศาลออกหมายจับ “นพพร ศุภพิพัฒน์” เสี่ยหมื่นล้าน โยงคดี “พงศ์พัฒน์” ชี้ หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว

ศาลออกหมายจับ “นพพร ศุภพิพัฒน์” เสี่ยหมื่นล้าน โยงคดี “พงศ์พัฒน์” ชี้ หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณีศาลอนุมัติออกหมายจับ นายนพพร ศุภพิพัฒน์ อายุ 43 ปี ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และข้อหาเป็นผู้ใช้จ้างวานและข้อหาอื่น ๆ ว่า จากการสอบสวนพบว่า นายนพพร เป็นลูกหนี้ของ นายบัณฑิต โชติวิทยะกุล นักธุรกิจจำนวนเงิน 120 ล้านบาท และได้มีการจ้างวานกลุ่มผู้ต้องหาที่ตำรวจจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้นำตัว นายบัณฑิต ไปข่มขู่ให้ นายบัณฑิต ลดหนี้จาก 120 ล้านบาท เหลือ 20 ล้านบาท

แต่ นายบัณฑิต ไม่ยอมและได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ จากการตรวจสอบล่าสุดทราบมีข้อมูลว่า นายนพพร ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่ไม่ทราบว่าหลบหนีไปประเทศใด ส่วนเงินที่มีการทวงหนี้จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า เป็นเงินที่ นายบัณฑิต ลงทุนให้ นายนพพร ในการทำธุรกิจ แต่เมื่อถึงเวลาแล้วไม่ยอมชดใช้หนี้ ส่วนก่อนหน้านี้ นายนพพร จะก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับคนอื่นด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้

นายนพพร เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุด ติดอันดับ 31 ใน 50 ของมหาเศรษฐีประจำปี 2557 ที่จัดขึ้นโดยนิตยสาร ฟอร์บส์ ไทยแลนด์ (FORBES THAILAND) ที่ร่ำรวยจากธุรกิจ โรงไฟฟ้าพลังงานลม และมีมูลค่าทรัพย์สินกว่า 25,600 ล้านบาท โดยเขาเป็น

– ประธานบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่
– ผู้ถือหุ้นใหญ่ผ่านบริษัท รีนิวเอเบิล เอนเนอยี คอร์เปอร์เรชั่น ซึ่งถืออยู่ในวินด์ เอนเนอร์ยี่ กว่า 63%
– บริษัท รีนิวเอเบิล เอนเนอยี เป็นบริษัทที่เขาถือหุ้นอยู่มากถึง 74.5% ร่วมกับบริษัท เน็กซ์ โกลบอล อินเวสต์เมนท์ ในฮ่องกงที่ถืออยู่ 24.5%

เมื่อ 15 ปีที่แล้ว จู่ๆ เขาก็รวยขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ไร้ที่ไปที่มา เขามุ่งจับธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากลม มีสายสัมพันธ์ ที่แนบแน่นกับกลุ่มการเมืองเผาไทย และกลุ่มโคราช ค่าโง่คลองด่าน สมัยเผาไทยเป็นผู้อนุมัติ

คดีแอบอ้างเบื้องสูงแนวนี้ ทางเบื้องบนเคยทำหนังสือถึงรัฐบาลเผาไทยหลายครั้งให้ดำเนินคดีตามกฎหมายบ้านเมือง แต่ผู้อำนาจของเผาไทยจงใจเก็บเรื่อง เพื่อให้เกิดข่าวลือต่างๆ นาๆ พาดพิงบั่นทอนสถาบันให้เสียหาย ตามแผนการณ์ของขบวนการล้มเจ้า

รวมทั้งการทำเสื้อข้อความ ป้ายไวนิล แยกฟ้า แยกวัง แจก ของกลุ่มโกตี๋ กลุ่มติดอาวุธแดง กวป. , กลุ่มติดอาวุธแดง นปช. , การจงใจไปจัดเวทีชุมนุมที่อักษะ เพื่อให้เชื่อมโยง และการปล่อยข่าวบ่อนทำลายสถาบันต่างๆ ตลอดมา คือ ผลงานของแก็งค์นี้ทั้งสิ้น

ฝ่ายความมั่นคงเกาะติดเรื่องนี้ตลอดมา แต่ถูกขัดขวางจากกลุ่มเผาไทยมาตลอดเช่นกัน เพราะไม่ต้องการให้เรื่องแดงและจบ พอมายุค คสช. หลักฐานครบ จึงใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกดำเนินการ ส่งผลให้เผาไทยดิ้นหนีตายกันตาเหลือก ทั้งจ้างอาจารย์ล้มเจ้ามาเข้าชื่อ

จ้างนักศึกษามาก่อกวน ชู 3 นิิ้ว จ้างโปรยใบปลิว จ้างสื่อมวลชนมาโจมตีรัฐบาล ผสานกับกลุ่ม NGO แบ่งงานกันทำเคลื่อนไหวให้ร้าย และยุยงประชาชน ที่หูเบา ใจไม่นิ่ง ให้สับสน โดนยื่นเงื่อนไขให้แกนนำ NGO และสภาท่าพระเสาร์ ที่รักชาติจนน้ำลายหก

เพื่อกดดันให้ คสช.ยกเลิกกฎอัยการศึก แล้ว ใช้กฎหมายปกติ จะได้ช่วยพวกตัวเองให้จับกุมได้ยากขึ้น แต่ คสช.รู้ทันจึงไม่ยกเลิก โดยมีประชาชนเป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็ก

แก็งค์นายพล และเครือข่ายที่โยงใยไป ถ้ามีหลักฐานไปถึงใคร จะต้องโดนจับกุมทั้งหมด ไม่มีการไว้หน้า เพราะขบวนการหมิ่นเบื้องสูง เก็บเอาไว้ไม่ได้ ต้องถูกล้างบาง ใครกล้าหมิ่นเบื้องสูง ถ้าไม่อยากอยู่ในประเทศนี้ ก็หนีออกไปเมืองนอกเสีย แล้วหนีให้รอดไปตลอดทั้งชีวิต

ภารกิจอันหน่วงหนักนักหนา ต้องใช้ความกล้าหาญ และความเสียสละอันยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะจบสิ้นลงเมื่อใด..ต้องศรัทธาและซื่อตรงมั่นคง…กรรมบางคนถึงตัวเร็ว บางคนถึงตัวช้า แต่กรรมยุติธรรมเสมอ มาแต่โบราณกาลแล้ว

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!