หน้าแรก ทั่วไป แฉ บัญชีส่วยน้ำมันเถื่อน ข้าราชการชั่ว นับครึ่งร้อย

แฉ บัญชีส่วยน้ำมันเถื่อน ข้าราชการชั่ว นับครึ่งร้อย

เวรกรรมของประเทศและประชาชน มะเร็งร้ายที่เกาะกินประเทศอยู่ทุกภาคส่วน ก็คือข้าราชการชั่วๆ ที่กำจัดยังไงก็ไม่หมดเพราะไม่มีการเอาจริง พี่ๆน้องๆกันทั้งนั้น อย่างมากก็แค่สั่งย้าย สมเพชประเทศไทย

11053064_10206761556863247_2301922994606257175_n

11021166_10206761556423236_5431679605092128371_n

10981513_10206761556183230_1215654817525184957_n

เผย “บัญชีส่วยน้ำมันเถื่อน” ระลอกใหม่ที่ถูกนำไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์พ่นพิษหนักแล้ว ตำรวจ-ปกครอง-สรรพสามิต-ศุลกากร และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร้อนระอุทั้งภาคใต้ เชื่อเป็นบัญชีส่วยของจริง ด้าน “ผบ.ตร.” เต้นสั่งฟันผู้ที่เกี่ยวข้องแบบไม่เลี้ยง

จากกรณีที่ได้มีการนำบัญชีส่วยน้ำมันเถื่อนที่มีการระบุว่าเป็นของนายอดิเรก (ขอสวนนามสกุล) นายทุนผู้มีอิทธิพลค้าน้ำมันรายใหญ่ใน ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งมีรายชื่อผู้รับส่วยที่มีทั้งตำรวจ สรรพสามิต สันติบาล ตำรวจน้ำ ตำรวจป่าไม้ ฝ่ายปกครอง ตชด. ตร.ทางหลวง ตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยอื่นๆ ในพื้นที่ จ.สงขลา จ.พัทลุง จ.นครศรีธรรมราช จ.สุราษฏร์ธานี รวมแล้วกว่า 50 รายชื่อ โดยถูกนำไปเผยแพร่สื่อสังคมออนไลน์และมีการแชร์ต่อๆ กันอย่างไม่หยุดหย่อน อีกทั้งมีการส่งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยนั้น ซึ่งได้สร้างความเสียให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างมาก

ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 นั้น มีรายชื่อตำรวจตั้งแต่ระดับ “ผบก.” ระดับ “ผกก.” จนถึงระดับ “จสต.” ในหลายหน่วยงาน เช่น ชุดปราบน้ำมันเถื่อน (ปนม.) สันติบาล ชุดปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) เข้าไปเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ท.มนตรี โปรตระนันต์ ผบช.ภ.9 เปิดเผยว่า หลังมีการเผยแพร่บัญชีส่วยน้ำมันเถื่อนดังกล่าวเกิดขึ้น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยให้ พล.ต.อ.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ สบ.10 เป็นประธานในการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจภูธร 9 นั้น ตนเองก็ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อหาที่มาของบัญชีส่วยดังกล่าวแล้วว่าเผยแพร่จากใคร เป็นการทำบัญชีส่วยเพื่อการกลั่นแกล้ง หรือเป็นของจริง เพราะเป็นการเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ที่ต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นของจริง หรือเป็นการทำขึ้นมาเพื่อสร้างความเสื่อมเสียให้กับเจ้าหน้าที่หรือไม่

ในขณะที่นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เนื่องจากในบัญชีจ่ายส่วยที่ถูกนำมาเผยแพร่มีการระบุว่า มี “ปลัดป้องกัน” และมี “อาสาสมัคร” หรือ “อส.” ของหลายอำเภอใน จ.สงขลารับส่วยจากผู้ค้าน้ำมันเถื่อนด้วย จึงได้สั่งการให้ทุกอำเภอที่มีชื่อในการรับส่วยน้ำมันชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นโดยด่วนแล้ว เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ทำความเสื่อมเสียมาให้กับฝ่ายปกครอง ถ้าพบว่าเป็นเรื่องการรับส่วยจริงก็จะดำเนินการเอาผิดอย่างเด็ดขาด

ในขณะที่อีกหน่วยงานหนึ่งที่มีชื่อในบัญชีการรับส่วยน้ำมันเถื่อนคือ สรรพสามิตนั้น ผู้สื่อข่าวได้ขอทราบข้อเท็จจริงถึงการที่มีชื่อของบุคคลระดับ “ผอ.” และระดับอำเภอ ระดับจังหวัด เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง แต่ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดกล้าที่จะให้ข้อเท็จจริงกับเรื่องการมีชื่อในส่วยน้ำมันเถื่อนแต่อย่างใด

สำหรับเบื้องลึกในการนำบัญชีส่วยน้ำมันเถื่อนไปเผยแพร่ จนนำมาซึ่งการตั้งกรรมการสอบสวนในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวว่า เกิดจากความขัดแย้งของผู้ค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ในพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ระหว่างนายอดิเรก กับนายเอก (ขอสงวนนามสกุล)โดยนายอดิเรกเป็นผู้ลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนจากประเทศมาเลเซีย และเป็นผู้รวมรวบกลุ่มผู้ค้าที่เป็นรถกระบะดัดแปลงเพื่อทำบัญชีจ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ทุกชุดตั้งแต่ อ.สะเดา จ.สงขลา จนถึง จ.สุราษฏร์ธานี โดยมีนายเอกเป็นผู้หาตลาดหรือลูกค้า ในการส่งน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฏร์ธานี

แต่ต่อมาบุคคลทั้ง 2 ได้มีการขัดแย้งกัน เนื่องจากราคาน้ำมันในประเทศที่ลดราคาลง ทำให้นายอดิเรกได้ส่วนต่างที่น้อยลง จึงไม่ได้จ่ายค่านายหน้าลิตรละ 2 บาทให้กับนายเอกที่เป็นผู้หาลูกค้าให้ และนายอดิเรกได้ติดต่อโดยตรงกับลูกค้าของนายเอกเอง ทำให้นายเอกเกิดความไม่พอใจและได้มีการนำเอาบัญชีในการจ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ไปเผยแพร่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนและทุกหน่วยที่รับส่วยจากนายอดิเรก เข้าใจผิด ซึ่งเป็นการทำลายการค้าน้ำมันเถื่อนของนายอดิเรก

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากเกิดการเผยแพร่บัญชีส่วยดังกล่าวขึ้น พ.ต.อ.วีรสันต์ ธารเปี่ยม ผกก.สภ.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจเข้มและจับกุมรถยนต์ดัดแปลงทุกคันที่เข้าไปบรรทุกน้ำมันจากฝั่งมาเลเซีย ทำให้การนำน้ำมันเถื่อนจากมาเลเซียเข้ามาในฝั่งไทยต้องหยุดไปโดยปริยาย เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.สะเดา ที่สั่งการให้ เจ้าหน้าที่จับกุมรถบรรทุกน้ำมันเถื่อนทุกคันที่นำน้ำมันมาเลเซียผ่านด่านศุลกากรเข้าทางชายแดน อ.สะเดา จนทำให้ตลาดการค้าน้ำมันเถื่อนที่ด่านศุลกากรสะเดาและด่านปาดังเบซาร์ซบเซาลงทันที รถบรรทุกน้ำมันเถื่อนกว่า 500 คนต้องหยุดการขนน้ำมันไปโดยปริยาย

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!