หน้าแรก ทั่วไป โกงรัวๆ โผล่อีกราย ยักยอกเงินมหาวิทยาลัย 30 ล้าน

โกงรัวๆ โผล่อีกราย ยักยอกเงินมหาวิทยาลัย 30 ล้าน

วันนี้( 9 ม.ค.) ศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยนครพนม (มนพ.)ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวว่าในการประชุมสภามหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมาได้มีมติให้พักงาน รศ.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ อธิการบดี มนพ. เป็นเวลา 90 วัน และให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงว่า ตนยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งนี้ สภามนพ. เคยมีมติให้ รศ.สุวิทย์ พ้นจากตำแหน่งอธิการบดีไปครั้งหนึ่งเมื่อเดือนสิงหาคม2557 เนื่องจากตามพ.ร.บ.ของมหาวิทยาลัยกำหนดให้มีการประเมินผลการทำงานของอธิการบดีสองปีหลังจากดำรงตำแหน่ง ผลปรากฏว่า รศ.สุวิทย์ ไม่ผ่านการประเมิน แต่ต่อมา รศ.สุวิทย์ ได้ไปฟ้องศาลปกครองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จากนั้นวันที่ 17 ธ.ค. 2557 ศาลปกครองอุดรธานีได้มีคำสั่งให้ทุเลาการใช้คำสั่งสภามนพ.ในการปลดอธิการบดีไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ทำให้รศ.สุวิทย์ กลับเข้ามาทำหน้าที่อธิการบดีได้อีก

ศ.ดร.ภาวิช กล่าวต่อไปว่า หลังจากที่รศ.สุวิทย์ ได้พ้นจากตำแหน่งไปเมื่อเดือนสิงหาคม 57นั้น สภามนพ.ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและได้พบพฤติการณ์หลายอย่างที่สร้างความเสียหายให้แก่มหาวิทยาลัย ซึ่งเข้าข่ายความผิดทางวินัยและผิดกฎหมายทั้งอาญาและแพ่ง อาทิ การเปิดหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตนอกสถานที่โดยไม่ขออนุมัติสภามหาวิทยาลัยและผิดหลักเกณฑ์ของคุรุสภาทำให้คุรุสภาไม่ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้แก่นักศึกษา 282 คน นอกจากนี้ยังมีการเปิดหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตนอกสถานที่โดยไม่ขออนุมัติสภามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการให้บุคคลนอกมหาวิทยาลัยนำหลักสูตรไปเปิด โดยทางคณะซึ่งเป็นเจ้าของหลักสูตรไม่ได้รับรู้และมีการจัดเก็บเงินนอกระบบการเงินของมหาวิทยาลัย มีการใช้ใบเสร็จรับเงินของมหาวิทยาลัย แต่นำเงินเข้าฝากบัญชีที่เปิดไว้เองไม่นำส่งเข้างานคลังของมหาวิทยาลัย อีกทั้งมีการสั่งจ่ายเงินได้เองโดยผู้ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่การเงินของมหาวิทยาลัย ซึ่งเข้าข่ายการยักยอก โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบความเสียหายเป็นยอดเงินกว่า30 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารอีกหลายรายการซึ่งทำให้มหาวิทยาลัยได้รับผลเสียหาย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะไปแจ้งความที่กองปราบปรามในวันที่12 มกราคม เวลา 14.00 น.

“ เมื่อผลการตรวจสอบเป็นเช่นนี้สภามหาวิทยาลัยก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการต่อไปไม่เช่นนั้นจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อย่างไรก็ตามรศ.สุวิทย์ สามารถมาแสดงหลักฐานตามความเป็นจริงได้ที่คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ที่มีนายบุญปลูก ชายเกตุ อดีตเลขาธิการ กพ. และนายกสภาม.ราชภัฏจันทรเกษม เป็นประธาน “ศ.ดร.ภาวิช กล่าว

ที่มา เดลินิวส์

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!