หน้าแรก ทั่วไป รวบวิน จยย.แสบรีดค่าโดยสารสุดโหด จากบีทีเอสไปหมอชิต 680 บาท

รวบวิน จยย.แสบรีดค่าโดยสารสุดโหด จากบีทีเอสไปหมอชิต 680 บาท

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วนผกก.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.วาสุเทพ คงกล่อม รอง ผกก.สส. พร้อมพวกแถลงจับกุมนายอุเทน พุทธรัตน์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ 20 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร และนายอภัย พุทธรัตน์ อายุ 37 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนรีวอลเวอร์ ขนาด.22 ปืนปากกา พร้อมเครื่องกระสุนขนาด .22 6 นัด และขนาด .38 จำนวน 1 นัด อาวุธมีด 1 เล่ม เครื่องแบบตำรวจ 1 ชุด เสื้อเกราะ 1 ตัว วิทยุสื่อสาร 5เครื่อง และเสื้อวิน จยย.สีส้ม 4 ตัว

พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ เปิดเผยว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา นายเดชพงศ์ พิชัยณรงค์ อายุ 34 ปี พร้อม น.ส.อรวรรณ พิชัยณรงค์ อายุ 61 ปีสองอาหลานซึ่งเป็นผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจสน.บางซื่อว่า ได้เรียกรถ จยย.รับจ้าง 2 คัน ซึ่งคันหนึ่งมีนายอุเทนเป็นผู้ขี่ จากบริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต เพื่อให้ไปส่งที่สถานีขนส่งหมอชิตใหม่ แต่เมื่อถึงปลายทางกลับถูกเรียกค่าโดยสารสูงถึงคนละ 680 บาท จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น และต่อรองลดราคาค่าโดยสารลงมาเหลือที่คันละ 200 บาท อย่างไรก็ตามผู้เสียหายสามารถจดจำใบหน้านายอุเทนได้แม่นยำ จึงเข้าแจ้งความที่สน.บางซื่อ จนกระทั่งช่วงเย็นที่ผ่านนายอุเทนได้ขี่รถจยย. มาที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิตอีกครั้งเจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุม

พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ชุดสืบสวน สน.บางซื่อ เข้าควบคุมตัวนายอุเทน ได้สังเกตเห็นนายอภัย อาแท้ ๆ ของนายอุเทน ยืนแต่งกายชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร รหัสหมวก 6677 มีอาวุธปืน และวิทยุสื่อสารอยู่ที่บริเวณดังกล่าวด้วยอีกคน จึงเข้าไปตรวจสอบก็ปรากฏว่า เจ้าตัวไม่สามารถบอกสังกัด หรือชื่อผู้บังคับชาได้ สุดท้ายก็ยอมรับว่าไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมมาสอบปากคำที่ สน.บางซื่อพร้อมกัน เบื้องต้นนายอุเทนให้การรับสารภาพว่า ปกติตนจะขับวิน จยย.รับจ้างอยู่ที่วินหน้าอาคาร ปตท.สำนักงานใหญ่ แต่จะมารอรับผู้โดยสารที่บันไดเลื่อนหน้าสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิตด้วยเป็นบางครั้ง วันเกิดเหตุตนกับผู้เสียหายไม่ได้ตกลงค่าโดยสารกันก่อน เมื่อไปถึงสถานีขนส่งก็เรียกค่าโดยสารไป 680 บาท เพราะรถติดมากส่วนสาเหตุที่เรียกค่าโดยสารแพงนั้นก็เพราะต้องนำเงินไปใช้จ่ายเลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย โดยมีผู้โดยสาร 2-3 รายที่ถูกตนเรียกราคานี้ และก็ไม่ได้มีตนคนเดียวที่เรียกค่าโดยสารแพงยังมีอีกหลายคน ส่วนใหญ่จนเป็นพวกวินผีที่ไม่ได้ขับประจำอยู่หน้าสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต

ส่วนนายอภัย อ้างว่าก่อนหน้านี้เคยเป็นอาสาจราจรอยู่หน้าห้างโลตัส พหลโยธิน มานานถึง 5 ปี ส่วนสาเหตุที่แต่งตัวเป็นตำรวจก็เพราะไม่มีอะไรทำว่างจากงานรับจ้างตัดหญ้า จึงแต่งตัวมายืนอยู่ที่หน้าสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิตเท่านั้นไม่ได้ไปรีดไถเงินใคร สำหรับอาวุธปืนรีวอลเวอร์ของกลางนั้นเคยมีคนเก็บอาวุธปืนได้นำมามอบให้ตนเพราะคิดว่าเป็นตำรวจ จึงเลี้ยงเบียร์ไป 3 ขวด แล้วเก็บไว้เอง ส่วนกระบอกอื่นยึดมาจากพวกนักเรียนที่เคยก่อเหตุตีกัน ขณะที่นายเดชพงศ์ กล่าวว่าวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.00 น.เศษตนพร้อมกับอากำลังจะเดินทางไปสถานีขนส่งหมอชิต เพื่อขึ้นรถไปคุยงาน ที่ จ.หนองคายแต่ช่วงเวลานั้นรถติดมาจึงตัดสินใจเรียกรถจยย.รับจ้าง 2 คัน จากหน้าสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสให้ไปส่งที่สถานีขนส่งหมอชิต โดยก่อนขึ้นรถตนพยายามสอบถามค่าโดยสารกับนายอุเทนแล้ว แต่เจ้าตัวบ่ายเบี่ยงบอกรถติดให้รีบขึ้นมาเร็ว ๆ เมื่อมาถึงก็บอกว่าค่าโดยสาร 680 บาท ตนจึงไม่ยอมเพราะปกติตนเคยนั่งอยู่ที่ราคา 50-70 บาท จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น แถมตนยังถูกนายอุเทนด่าหยาบคาย และท้าต่อยกับตนด้วย จนสุดท้ายก็ยอมลดราคาให้เหลือคนละ 200 บาท ตนจึงยอมจ่ายไปก่อนจะเข้าแจ้งความไว้เพราะเคยเห็นข่าวว่ามีนักศึกษาถูกรีดไถค่าโดยสารแพงแบบนี้มาแล้วไม่ใช่ตนเป็นรายแรก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่นเกินกว่าอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงกับนายอุเทน ส่วนนายอภัยแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พกพาอาวุธปืน-มีดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ,ไม่มีสิทธิตามเครื่องแบบ เครื่องประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน ใช้ยศ ตำแหน่ง เครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยไม่มีสิทธิ์เพื่อให้ผู้อื่นเชื่อว่าตนเองมีสิทธิ์ ,มีเครื่องวิทยุโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานและมีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!