หน้าแรก ทั่วไป จำเลย ร่วมฆ่าข่มขืนบนรถไฟ ไม่อุทธรณ์ ยอมรับโทษจำคุก 4 ปี

จำเลย ร่วมฆ่าข่มขืนบนรถไฟ ไม่อุทธรณ์ ยอมรับโทษจำคุก 4 ปี

สำนักข่าวไทย 6 ม.ค.- “เกมส์ วันชัย” ขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์โทษประหารชีวิตคดีฆ่าข่มขืน ด.ญ. 13 ปีบนขบวนรถไฟสายใต้ ออกไปอีก 30 วัน เป็นครั้งที่ 3 ขณะที่ “หนึ่ง ณัฐกรณ์” เพื่อนคู่หู คนดูต้นทาง ตัดสินใจไม่ยื่นอุทธรณ์ ยอมรับโทษจำคุก 4 ปี

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญฆ่าข่มขืน ด.ญ.วัย 13 ปี บนรถไฟ ก่อนโยนร่างเหยื่อทิ้งป่าละเมาะข้างทางรถไฟในพื้นที่ ต.วังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 5 ก.ค.57 หลังจากนายวันชัย หรือเกมส์ แสงขาว พนักงานปูเตียงบนรถไฟ จำเลยที่ 1 ซึ่งถูกศาลจังหวัดหัวหินพิพากษาลงโทษประหารชีวิต และนายณัฐกรณ์ หรือ หนึ่ง ชำนาญ พนักงานทำความสะอาดตู้รถไฟขบวนเดียวกัน จำเลยที่ 2 ที่มีส่วนรู้เห็นสนับสนุนการกระทำผิด ถูกตัดสินลงโทษจำคุก 4 ปี ได้ขอขยายเวลาการยื่นอุทธรณ์คดีครั้งที่ 2 ซึ่งศาลจังหวัดหัวหินอนุญาตให้ขยายเวลาได้ แต่กำหนดให้ยื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ 26 ธ.ค.57 นั้น

ล่าสุด นายวันชัย บุนนาค ทนายความของมารดา ด.ญ.ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ เปิดเผย”สำนักข่าวไทย” วันนี้ ว่า จากการโทรศัพท์สอบถามไปทางเจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่า ทนายความของจำเลยที่ 1 ได้ยื่นขอขยายเวลาการยื่นอุทธรณ์อีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์คดีได้ถึงวันที่ 26 ม.ค.58 ส่วนจำเลยที่ 2 หลังครบกำหนดขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ 2 ปรากฎว่า จำเลยที่ 2 ตัดสินใจไม่ยื่นอุทธรณ์คดี ทำให้คดีในส่วนของจำเลยที่ 2 เป็นอันถึงที่สุด โดยนายณัฐกรณ์ จำเลยที่ 2 ต้องโทษจำคุก 4 ปีตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

“ในส่วนของจำเลยที่ 1 คิดว่าศาลอาจเห็นว่า ต้องโทษหนักตามคำพิพากษา คือ ประหารชีวิต ศาลจึงให้โอกาสจำเลยขยายเวลายื่นอุทธรณ์คดีอีกครั้ง แต่สำหรับจำเลยที่ 2 เมื่อไม่ยื่นอุทธรณ์ใดๆ ก็เท่ากับยอมรับโทษจำคุก 4 ปี ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น” ทนายโจทก์ร่วมกล่าว

ทั้งนี้ ศาลจังหวัดหัวหินมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ก.ย.57 ว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามฟ้อง ในส่วนของจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ช่วยเหลือดูแลอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสาร แต่กลับอาศัยโอกาสในการปฏิบัติงานบนขบวนรถไฟ ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราและฆ่าผู้ตาย ซึ่งเป็นเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ที่กำลังนอนหลับ ขณะที่มีผู้โดยสารอื่นและญาติผู้ตายนอนหลับอยู่ใกล้ๆ จากนั้นโยนศพทิ้่งออกจากหน้าต่างขบวนรถไฟเพื่อปกปิดการตาย เป็นการกระทำผิดที่อุกอาจ โหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรม ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม แม้จำเลยที่1 ให้การรับสารภาพ แต่ก็เพราะจำนนด้วยพยานหลักฐาน พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง สมควรลงโทษสถานหนัก ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ พิพากษาลงโทษประหารชีวิต

ส่วนจำเลยที่ 2 ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 6 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ถือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงลงโทษจำคุก 4 ปี.

ที่มา-สำนักข่าวไทย

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!