หน้าแรก ทั่วไป เปิดหัวอก ลูกหนี้นอกระบบ ดอกเบี้ยมหาโหด อยู่คู่กับสังคมไทย

เปิดหัวอก ลูกหนี้นอกระบบ ดอกเบี้ยมหาโหด อยู่คู่กับสังคมไทย

ปัญหาเงินกู้ หนี้นอกระบบ ดอกเบี้ยมหาโหดอยู่คู่กับสังคมผู้มีรายได้น้อย แม่ค้าตลาดสด แผงลอย มาเนิ่นนาน จากอดีตจะมีเจ้าพ่อเจ้าแม่เงินกู้รายย่อยเดินเก็บดอกเบี้ยรายวันในตลาด วันนี้มีแขกอินเดียที่เริ่มต้นจากการนำข้าวของเครื่องใช้มาให้ผ่อนจ่าย ก็ผันตัวเข้ามาแบ่งเค้กปล่อยเงินกู้รายวันด้วย

ความต้องการเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นในทุกย่านแหล่งชุมชน ทำให้ธุรกิจนี้งอกงาม เราจึงได้เห็น “มาเฟียเงินกู้รายใหญ่” ที่ส่งลูกน้อง “มอเตอร์ไซค์ชุดดำ” ซิ่งรถไล่เก็บเงินกู้รายวัน ที่โหดทั้งดอกเบี้ยและวิธีทวงหนี้ ข่มขู่กรรโชก ประจาน ซ้อม ทำร้ายร่างกาย จนถึงขั้นบุกทุบทำลายทรัพย์สินเพียงแค่ลูกหนี้ไม่มีปัญญาจ่าย หรือจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นไม่ตรงเวลา!!

ลูกหนี้บางรายต้องย้ายบ้าน ย้ายร้าน ขนครอบครัวหนี!! เสียทำเลและโอกาสในการหาเลี้ยงชีพ รายไหนที่เข้าตาจน หนีไปไหนไม่ได้ ต้อง “ฆ่าตัวตายหนีหนี้” ทั้งที่เห็นตามข่าวหน้าหนังสือพิมพ์และที่ไม่ได้เป็นข่าว!!

รัฐบาลหลายยุคหลายสมัยพยายามหามาตรการมาช่วยลูกหนี้นอกระบบเหล่านี้ ทั้งให้แบงก์รัฐออกโครงการธนาคารประชาชน ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แม่ค้าแผงลอย ตลาดนัด หรือให้เจ้าหนี้และลูกหนี้มาขึ้นทะเบียน เพื่อจับคู่เจรจาประนอมหนี้ ให้รัฐปล่อยเงินกู้ดอกต่ำไปคืนหนี้นอกระบบหวังผลักดันให้ลูกหนี้เหล่านี้มาเข้าระบบ แต่ปัญหาหนี้นอกระบบยังคงเติบโตและสร้างปัญหาซ้ำเติมผู้มีรายได้น้อยมากขึ้นเรื่อยๆ!!

ล่าสุด รัฐบาลปัจจุบันอนุญาตให้เอกชนทำธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ ปล่อยกู้ให้รายย่อย คิดดอกเบี้ยค่าปรับค่าธรรมเนียม รวมกันแล้วสูงสุดไม่เกิน 3% ต่อเดือนหรือ 36% ต่อปี ด้วยความคาดหวังว่าจะทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องหันไปพึ่งพาเงินกู้รายวันดอกโหด!!

“ทีมข่าวเศรษฐกิจ” ออกสำรวจความคิดเห็นแม่ค้าตัวจริงเสียงจริง ถึงหัวอกและความยากลำบากของการเป็นลูกหนี้นอกระบบ รวมทั้งเสียงตอบรับนาโนไฟแนนซ์ว่า มีความต้องการมากน้อยแค่ไหน และจะช่วยพวกเขาได้จริงหรือไม่

โดยแม่ค้าและวินมอเตอร์ไซค์ย่านลาดพร้าว ช่วยกันเล่าให้ฟังว่า แขกอินเดียที่มาปล่อยกู้ เขาไปหมดแทบทุกตลาด พื้นที่ทำกินกว้างขวาง บางคนอยู่มาเป็น 10-20 ปี พอวีซ่าหมดต้องกลับประเทศ เขาก็จะเอาพี่เอาน้องมาแนะนำผลัดกันมาเก็บเงินคนละปีสองปี มาตั้งแต่ขี่จักรยานตอนนี้ขี่มอเตอร์ไซค์มาแล้ว

แรกๆจะมาตีสนิทกับแม่ค้าบางร้าน มาปล่อยกู้ให้ ตอนหลังก็ให้หาลูกค้าให้ด้วย พวกแขกนี่จะใจดีหน่อย ถ้าไม่มีก็จะยังผัดๆไปได้บ้าง อยากได้เครื่องมือทำมาหากินอะไรก็บอกเขา เขาจะไปเอาให้ แล้วให้เราผ่อนส่ง ทองคำก็ได้ ให้เรามาใส่ก่อน แล้วเก็บเงินรายวัน

ส่วนมอเตอร์ไซค์ชุดดำ พวกนี้มาทีหลัง ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของเงินกู้ที่แท้จริง ก็จะใช้วิธีให้แม่ค้าบอกต่อๆกันและต้องมีคนค้ำประกันด้วย ใช้สำเนาบัตรประชาชน แล้วให้ทำสัญญากู้เงิน มีทั้งดอกร้อยละ 10-20 แล้วแต่เจ้า และถ้าคนกู้หนี มันก็จะมาไล่บี้เอากับคนค้ำประกันซึ่งก็คือแม่ค้าด้วยกันนี่แหละ หรือบางทีลูกค้ำให้แม่ ผัวค้ำให้เมีย

พวกนี้จะโหด ถ้ามาเก็บเงินแล้วไม่มีให้ แรกๆก็ยังยอม เจอหลายครั้งเข้าก็จะข่มขู่สารพัดจนถึงทำร้ายร่างกาย ดอกร้อยละ 20 กู้ 5,000 บาท ส่งวันละ 200 บาท 30 วัน รวมจ่าย 6,000 บาท หมดก็เอาใหม่ ถ้ายังไม่หมดอยากเอาใหม่ มันก็จะหักที่ค้างเก่า เช่น กู้ 10,000 บาท ของเก่าเหลือ 2,000 บาท มันก็จะหักจ่ายเราแค่ 8,000 บาท เก็บวันละ 400 บาท 30 วัน บางคนเอาหลายเจ้าหาเงินส่งไม่ทันโดนขู่มากๆก็จะย้ายร้าน ขนครอบครัวหนีกันไปเยอะ!!

“นาโนไฟแนนซ์ เขาจะมีจริงเหรอ แล้วจะมาถึงเรามั้ย แขกมันเดินมาถามเราทุกวัน ถ้าได้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำกว่าก็คงไม่ใช้แขกหรือพวกชุดดำหรอก แต่เขาจะเอาเงินมาให้เรากู้จริงเร้ออออ!!”

ขณะที่ “ป้าเหรียญ” แม่ค้าข้าวแกงหน้าโรงงานย่านเพชรเกษม บอกว่า ป้าไม่รู้จักหรอก นาโนไฟแนนซ์เนี่ย!! แต่ถ้าบอกว่ามีเงินกู้คิดดอกแค่ 3% ต่อเดือนก็ดีแน่ ช่วยแม่ค้าและคนที่จำเป็นต้องใช้เงินเร่งด่วนได้มาก เพราะแม่ค้าส่วนใหญ่กู้เงินแบงก์ไม่ได้ ไม่มีสมุดบัญชี ขายของได้กำไรก็กินอยู่ไปวันๆ มีค่าใช้จ่ายให้ลูกหลานไม่เดือดร้อน

แต่ก็ไม่ได้มีเงินเก็บมากมาย เมื่อมีธุระจำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ ก็ต้องพึ่งเงินกู้รายวัน รู้ทั้งรู้ว่า ดอกเบี้ยมันแพง แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องใช้บริการ เพราะได้ง่าย บอกเค้า 1-2 วัน ก็เอาเงินมาให้เลย ผ่อนจ่ายรายวันจนหมด บางเจ้าก็เป็นรายเดือนจะจ่ายเฉพาะดอก หรือจ่ายทั้งต้นและดอกขึ้นกับตกลงกัน ผ่อนหมดแล้ว หากจะเอาใหม่ก็ได้ “ถ้ามีบริษัทมาปล่อยกู้ดอกต่ำกว่านี้ก็ดีซี ขอให้มาเหอะ บอกให้มาเร็วๆเลย ช่วยพวกเราได้แน่นอน ถ้ามีทางเลือกอย่างนี้แล้ว ก็คงไม่กู้รายวันดอก 10-20% แน่” ป้าเหรียญบอก

“นก กาแฟ” แม่ค้าขายเครื่องดื่มนานาชนิด บอกว่า พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ที่กู้เงินก็เพื่อเอามาทำมาหากิน ไม่ได้ไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ถ้าไม่จำเป็นก็คงไม่กู้กัน รู้ว่าดอกสูง แต่พอผ่อนเป็นรายวันก็เหมือนไม่มาก จะไปกู้แบงก์ต้องมีหลักทรัพย์ หรือคนค้ำประกัน มันยาก ส่วนใหญ่กู้ไม่ได้ ขณะที่แม่ค้าขายของเป็นหลักแหล่ง มีรายได้เข้ามาทุกวัน ส่วนใหญ่ก็จะใช้หนี้กันได้หมด ไม่มีใครโกงหรือหนีไปไหน นอกจากไม่ไหวจริงๆ!!

ตอนแบงก์ออมสินมาปล่อยกู้ให้ก็ดี แต่ต้องมีแม่ค้ามาร่วมค้ำกันประกันแบบหมู่ ถ้าคนในกลุ่มยังผ่อนหนี้ไม่หมดหรือมีปัญหา เราก็กู้ต่อไม่ได้ ถ้ามีนาโนไฟแนนซ์ก็น่าจะเป็นทางเลือกให้แม่ค้ามาใช้เงินกู้นี้ เพราะดอกเบี้ยต่ำกว่าที่พวกแขกมาปล่อยกู้มาก บางคนจะได้กู้มาคืนหนี้นอกระบบ ช่วยแบ่งเบาภาระไปได้มาก

“กู้นาโนไฟแนนซ์ก็ลดภาระไปได้มาก หรือหากจำเป็นต้องลงทุนเพิ่ม มากู้ดอก 3% ต้นทุนเงินที่นำมาลงทุนก็ต่ำลงกว่ากู้นอกระบบ แต่ขอให้กู้ง่าย ขั้นตอนการกู้ไม่ยุ่งยากมากเกินไป” นกกล่าวทิ้งท้าย.

ที่มา ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 เม.ย. 2558 07:01

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!