หน้าแรก ทั่วไป สงกรานต์ อันสวยงาม ได้ถูกดัดแปลงพันธุกรรม ไปเรียบร้อยแล้ว

สงกรานต์ อันสวยงาม ได้ถูกดัดแปลงพันธุกรรม ไปเรียบร้อยแล้ว

เทศกาลลวนลามแห่งชาติ 「なくなったソングラ-ン」

บางครั้งการที่เราเกิดเป็นคนไทย นั้นอาจมีเรื่องดีๆที่ไม่อาจได้รับหากว่า คุณเกิดเป็นคนในประเทศอื่นๆ นั่นคือ การที่คุณจะได้ฉลองไปกับเทศกาลไปใหม่ ถึงสามครั้งตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นในช่วงปีใหม่ ตรุษจีน และวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันปีใหม่ของไทย เราเอง ..

วันปีใหม่ สิ่งที่เราสามารถนึกได้ถึงเป็นสิ่งแรก คือการที่ต่างคนต่างก็กลับไปเยี่ยมเยียนภูมิลำเนาของแต่ละคนที่ได้จากมา จากหน้าที่การงาน ซึ่งเรื่องราวแบบนี้ จะเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดยาวๆอย่างช่วง ปีใหม่ และ เทศกาลสงกรานต์เท่านั้น ..

ความหมายของวันสงกรานต์ จริงๆแล้ว คือวันที่เราจะได้กลับไปรดน้ำขอขมาผู้เฒ่าผู้แก่ ที่ได้ชุบเลี้ยงเรามาตั่งแต่สมัยเด็กๆ รวมทั้งการที่จะได้กลับไปพบปะพ่อ แม่ พี่น้องเพื่อนฝูง ที่อยู่ตามภูมิลำเนาของตน และด้วยความที่เดือนเมษาเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด ประเพณีการเล่นสาดน้ำจึงเป็นประเพณี ที่เหมาะเจาะกับ อากาศในช่วงนั้น

ตามปกติ เทศกาลสงกรานต์นั้น สิ่งสำคัญที่สุดนั่นคือการที่ผู้คนที่อยู่ในครอบครัว จะได้ไปร่วมกันทำบุญที่วัด เพื่อฟังธรรม ซึ่งตามปกติวัดก็จะมีงานทำบุญตลอดในช่วงเช้าตลอดทั้ง สามวัน บางวัดอาจมีการรดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ ในหมู่บ้านหลัจากที่ทำบุญ และฟังธรรมเสร็จแล้ว ส่วนวันสุดท้ายคือวันที่ สิบห้าก็จะเป็นการสงษ์น้ำพระ จากนั้นก็เล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน ภายในเขตวัด อย่างมีขอบเขต

ภายในบ้านของแต่ล่ะคน ก็จะมีการรดน้ำดำหัว ปู่ ย่า ตา ยาย ของแต่ละคน รวมไปถึงไปรดน้ำดำหัว ปู ย่า ตา ยาย ของเพื่อนบ้านเรื่องเคียงอีกด้วย โดยที่การรดน้ำผู้ใหญ่นั้น ไม่จำเป็นว่า จะต้องเป็น ย่า ยายเท่านั้น หากแต่ พ่อ แม่ ลุง ป้า เราก็สามารถรดน้ำ เพื่อแสดงถึงความเคารพ รักและรู้คุณของท่าน โดยการรดน้ำ จะรดน้ำเฉพาะบริเวณมือเท่านั้น

อีกอย่างนึงที่มักทำกันในช่วงสงกรานต์นั้นคือ หลังจากที่เราทำอาหารเพื่อไปทำบุญที่วัดแล้ว อาหารเหล่านั้นที่เหลือจากการทำบุญเราก็จะเอาไปแบ่งเพื่อนบ้าน จะเห็นได้ว่า ในวันสงกรานต์ เพียงเพราะเราแบ่งอาหารให้เพื่อนบ้านได้ทานเท่านั้น เราเองก็ได้รับแบ่งอาหารหลากหลายจากบ้านอื่นๆ มาเช่นกัน

นี่คือเรื่องราวของสงกรานต์ ซึ่งได้ถูกบิดเบือนไปกับสังคมปัจจุบัน ..

สงกรานต์นั้นได้ตายไปแล้วจริงๆ ..


.. สิ่งที่เราพบเห็นในปัจจุบัน นั่นคือ ผู้คนมากมายที่ออกมาเล่นน้ำ ตั่งแต่วันแรกของวันสงกรานต์ โดยที่ต่างคนต่างกินเหล้า เมากันอย่างไร้กฏไร้ซึ่งระเบียบ โดยไม่เคยมีความคิดถึง การที่จะไปทำบุญ หรือ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ หากแต่คิดเฉพาะว่า จะไปสาดน้ำสงกรานต์กับเพื่อนที่ใด จะไปกินเหล้าเมากับเพื่อนที่ใด
..
..หนึ่งในภาพที่ แย่จริงๆนั่นคือ ภาพของคนที่ถือเหล้าเบียร ออกมาเล่นน้ำ กินเหล้ากันอย่างเมามาย และเปิดเพลงเต็นอยู่กลางถนนไม่ต่างจากคนบ้า

และด้วยความเมานี่เอง เหตุการณ์ฆ่ากันเองในวันสงกรานต์เกิดขึ้นอย่างมากมาย ทั้งๆที่คนที่โดนฆ่ากับฆาตกร ไม่เคยรู้จักและมีเรื่องอะไรกันมาเลยก่อนหน้านั้น ถือได้ว่าสงกรานต์กลายเป็นวันที่คนอยากทำอะไรก็ทำ สนุกอย่างป่าเถื่อน ไร้ซึ่งกฏหมายและความเกรงใจผู้อื่น

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ผู้หญิงที่ออกไปเล่นน้ำสงกราต์นั้น ต่างก็โดนล้วง โดนควัก โดนบีบนม โดนลวนลาม อยู่กลางถนนทั้งๆที่ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้น เมื่อเราเล่นสงกรานต์ในวัด ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ ผู้หญิงบางคน โดนลวนลามขนาดว่า โดนจูบปาก หอมแก้ม จากผู้ชายที่เข้ามาปะแป้ง ทั้งๆที่ ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน อย่างไร้ซึ่ง ความรู้สึกของมนุษย์ที่จะให้เกียติผู้หญิง ที่ไม่อยากจะพูดคือ ในพื้นที่บางพื้นที่ ที่ไม่ค่อยมีผู้คน นอกจากโดนลวนลามแล้ว บางคนยังเกือบโดนข่มขืน กลางถนนกลางวันแสก ๆ

ผู้หญิงบางส่วน ก็แต่งตัวโป้ ใส่สายเดี่ยว เกาะอก เล่นสงกรานต์ หรือไม่ก็ใส่ยกทรงล่นน้ำกลางถนนอย่างไร้ความยางอาย บางคนใส่เสือสีขาว บางๆไปเล่นน้ำ แล้วใส่ยกทรงสีดำข้างใน ..นั่นคือวามเสื่อมของประเทศไทยซึ่งดูจะฉุดไม่อยู่ซะแล้ว

การเล่นสาดน้ำสงกรานต์ในปัจจุบัน ก็ไม่ได้ใการใช้น้ำอบไทย ผสมน้ำให้มีกลิ่นหอมแล้วเอามาเล่นกัน หากแต่ใช้น้ำสกปรก น้ำที่ใส่น้ำแข็ง เอามาสาดกัน

การตาย การทะเลาะวิวาท เกิดขึ้นอย่างมากมายในวันนี้ ด้วยฤทธิ์ของเหล้า เบียร ความเมามาย นั่นทำให้วันสงกรานต์ที่เคยเป็นประเพณีที่ดีงามของไทย ได้ล้มสลายไปแล้วในวันนี้ .. ทั้งๆที่เป็นวันที่ พ่อแม่ ปู่ ญ่า ตายาย จะได้มีความสุขที่ลูกกลับมาหา กลับมารดน้ำของขมาและได้อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว

สงกรานต์กลับเป็นวันที่ผู้หลักผู้ใหญ่ต้องมาเสียน้ำตา กันลูกหลายของตน ที่ได้เสียชีวิตลงไปในวันนี้ หรือ เมารีดไถเงินพ่อแม่เพื่อไปกินเหล้า รวมทั้งกลับมาตบตีพ่อแม่

ไม่มีคำจำกัดความใดๆจากใจของผม นอกจาก เลวทราม …..

แถม

ในชีวิตของคนเรา กับอดีตที่ผ่านมา ต่างคนต่างเคยผ่านเรื่องทั้งดี และ เลวกันมาทั้งนั้น แต่หากจะให้คิดถึงอนาคตเราทุกคนต่างคาดหวังว่าเรื่องดีๆ จะเกิดขึ้น โดยไม่มีใครคาดหวังให้สิ่งร้ายๆที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต จะกลับมาเกิดขึ้นในอนาคต

ประเทศไทยก็คงไม่ต่างอะไรกับชีวิตของคนๆนึงที่เคยเกิดสิ่งที่เลวร้าย และ สิ่งดีๆ ขึ้นในอดีตที่ผ่านมา แต่หากมองไปถึงอนาคตของประเทศ คำถามเราเราไม่อาจตอบมันได้อน่างเต็มปากเต็มคำคือ มีอะไรดีๆ รอประเทศของเราอยู่ในอนาคตหรือเปล่า เพราะทางข้างหน้าของประเทศไทย เหมือนกับว่า ความล้มสลายเท่านั้นที่กำลังยืนรอคอยพวกเราอยู่

   

จากอดีตถึงปัจจุบัน สิ่งที่จุนเจือให้ประเทศของเราสามารถคงอยู่กันได้อย่างสงบสุขตลอดมา ในสังคมที่เต็มไปด้วยผู้คนที่อาศัยอยู่รวมกัน มันหาใช่กฏหมายไม่ แต่มันคือศิลธรรม ที่ควบคุมคนให้ประพฤติตนอยู่ใน กรอบในระเบียบของสังคม ส่วนกฏหมายนั้นเป็นเพียงสิ่งที่คนเขียนและอ้างว่า สามารถใช้ปกครองผู้คนในสังคม แต่ในความจริงนั้นมันเป็นเพียงสิ่งที่หาให้คนในสังคมฝ่าฝืนเท่านั้น

คนๆนึง จะทำผิด หรือ ผ่าฝืนกฏหมายได้อย่างง่ายดายมาก หากในใจของเค้าคิดว่าสิ่งที่เค้าทำนั้นไม่ผิด และสิ่งที่สามารถเป็นตัวกำหนด ให้ใจคนเราคิดว่าสิ่งนั้น ผิด หรือไม่ผิด นั่นคือ ศิลธรรม ..

หากคนในสังคมขาดไปซึ่งศิลธรรมแล้ว แม้ว่าจะมีกฏหมายที่เข้มงวดมากเพียงใด สำหรับสังคมนั้นๆ สิ่งที่ รออยู่ในอนาคตคือ ความหายนะ ไม่แตกต่างกัน ..

สำหรับ สังคมไทยปัจจุบัน คงไม่ผิดมานัก หากจะกล่าวว่า เรากำลังเดินทางไปสู่หายนะ เมื่อคนในสังคมต่าง ไม่มี ศิลธรรมอยู่ในใจ และทำทุกอย่างเพื่อความสุข ความร่ำรวย ของตนเอง อย่างไร้ระเบียบ กฏเกณฑ์ และ ไม่เคยมีความรับผิดชอบต่อสังคม คนทำเลว เพราะคิดว่า ไม่มีคนเห็น และแทนที่คนที่เห็นจะท้วงติง คนต่างกลับบอกว่า ในเมื่อคนนั้นทำได้ เราก็ควรทำได้เช่นกัน

ด้วยสาเหตุนี้เอง สิ่งเลว กำลังทำให้กลายเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต่างๆที่ทำลายวัฒนธรรม ที่ดีงามของไทยเอง ต่างถูกเผยแพร่จากสื่อ โดยเฉพาะสิ่งพิมพ์ ยกตัวอย่างเช่น ภาพที่ยั่วยุในเรื่องกาม ซึ่งสามารถพบได้ในนิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ทั่วไปราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ หรือ ข้อมูลการพนันฟุตบอล ที่สามารถบนได้บนหนังสือพิมพ์กีฬา ทั่วไป สื่อเหล่านี้ ต่างคำนึงถึงผลประโยชน์ของตน โดยไม่เคยคำนึงผลที่จะเกิดตามมาในสังคม ซึ่งก็ด้วยการที่ผู้ผลิตนั้นขาดศิลธรรมที่จะเอาไว้ควบคุมตนเอง ให้สามารถแยกแยะได้ว่า สิ่งใดดีสิ่งใดเลว

คำพูดที่ว่า สิ่งเลว กำลังจะกลายเป็นเรื่องปกตินั้น คือทางลัดที่จะพาสังคมไปสู่ความหายนะอย่างรวดเร็ว .. และ ประเทศชาติของเรานั้น มีเวลาไม่นานแล้วนับจากนี้ .. ค่านิยมการมีเซ็กซ์อย่างเสรี ค่านิยมการแต่งตัวโป้ ค่านิยมการขายตัว ค่านิยมในการคอรัปชั่น ทุกอย่างกำลังทำลาย ประเทศชาติ และวัฒนธรรม ให้ไร้ซึ่งกรอบ ไร้ซึ่งระเบียบในสังคม

ไม่ต้องมองไปถึงเรื่องใหญ่ๆในสังคม เพียงแค่เรื่อง การทิ้งขยะในถังขยะ หรือ การขับรถตามกฏจราจร คนไทยเรายังไม่สามารถปฏบัติได้เลย เพราะเมื่อมุษย์ไม่มีศิลธรรมแล้ว เรื่องทุกอย่างมนุษย์สามารถทำมันออกมาได้ โดยไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวต่อบาบ หรือ นึกถึงผลที่จะตามมา หากเค้าพอใจและอยากที่จะทำ โดยไม่มีความจำเป็นต้องอ้าง ถึงกฏหมายซึ่งไม่มีตัวตน โดยเฉพาะในชาติที่มีกฏหมายซึ่งเอื้ออำนวยให้ ฆาตกร สามารถวนเวียนเข้าออกคุก แล้วกลับมาฆ่าคน อีกซักกี่คนก็ได้ตลอดชีวิตของเค้า

มีคนเคยกล่าวว่า พัฒนาทางด้านเทคโนโลยี่ จะมีวัดส่วนที่แปรผกผันกับ การพัฒนาทางด้านจิตใจ ..แต่ผมคนนึง ที่ไม่เชื่อคำกล่าวคำนี้ ตราบใดที่ มนุษย์ไม่เห็น ความสำคัญของการไปทำบุญทีวัด มากกว่า ความสำคัญต่อการไปเที่ยวห้าง หรือ สถานบันเทิง และตราบใดที่มนุษย์ยังสามารถนับเอา ศิลธรรมกลับมาอยู่ในใจ และใส่มันลงไปในใจของลูกหลาย หรือคนไกลเคียง หากครั้ง อนาคตของประเทศไทย ก็อาจจะไม่ใช่ หายนะ เสมอไป ..

ที่มา http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=pires7&group=1&month=04-2007&date=15&gblog=10

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!