หน้าแรก ทั่วไป สหรัฐฯพลาด หนุนระบอบทักษิณ หรือคิดเป็นศัตรูคนไทยทั้งแผ่นดิน?

สหรัฐฯพลาด หนุนระบอบทักษิณ หรือคิดเป็นศัตรูคนไทยทั้งแผ่นดิน?

นับตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีบารัค โอบามา สังกัดพรรคเดโมแครตเข้ามามีอำนาจบริหารชาติมหาอำนาจซึ่งทำตัวดุจซาตานในคราบนักบุญและเป็นพี่ใหญ่ขบวนการอันธพาลโลกได้ดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดมหันต์ในหลายเรื่องทั้งการเมืองระหว่างประเทศและเศรษฐกิจที่ล้มเหลวไม่เป็นท่าซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนจากผลการเลือกตั้ง
ส.ส.และสมาวุฒิสภา(สว.)ทั่วประเทศเมื่อไม่นานมานี้ที่ปรากฏว่าชาวมะกันลงโทษรัฐบาลโอบามา
แห่งพรรคเดโมแครตด้วยการเทคะแนนเลือกผู้สมัครพรรคริพับริกันซึ่งเป็นฝ่ายค้านอย่างท่วมท้นจนกลายเป็นเสียงข้างมากในรัฐสภาสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี

การดำเนินนโยบายการต่างประเทศของรัรัฐบาลโอบามาที่เกี่ยวข้องกับไทยซึ่งผิดพลาดอย่างมหันต์ก็คือการหนุนหลังระบอบทักษิณทั้งๆที่เป็นระบอบทรรราชย์ธุรกิจการเมืองทุนสามานย์และเผด็จการเสียงข้างมากในคราบประชาธิปไตย และมีพฤติกรรมบ่อนทำลายสถาบันเบื้องสูงของไทยมาตลอด

พี่เบิ้มมหาอำนาจซึ่งทำตัวเป็นตำรวจโลกให้ท้ายหนุนหลังระบอบทักษิณมาตลอดโดยสะท้อนผ่านท่าทีของทางการสหรัฐฯหรือแม่แต่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยคนก่อนคือ นางคริสตี้ เคนนี่ ที่แสดงท่าทีสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างออกหน้าออกตาถึงขนาดไปเยี่ยมให้กำลังการจัดตั้งโรงเรียนคนเสื้อแดงในภาคอีสาน

สหรัฐฯด้วยการสมคบกับระบอบทักษิณอาศัยอิทธิพลและเงินซื้อสื่อชาติตะวันตกที่ขายตัวคอยเป็นกระบอกเสียงโฆษษราชวนเชื่อบิดเบือนโดยด้านหนึ่งคอยปกป้องสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลทรราชย์ระบอบทักษิณอย่างน่าเกลียดทั้งๆที่เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยจอมปลอมที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่น ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงทั้งกรณีสังหารประชาชนไปเกือบ 3,000 คนในสงครามปราบยาเสพติด อุ้มฆ่าทนายสมชาย นีละไพจิตร ซึ่งเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของชาวไทยมุสลิม หรือการสังหารชาวไทยมุสลิมที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และอีกหลายเหตุการณ์จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และใช้ความเป็นเผด็จการเสียงข้างมากในคราบประชาธิปไตยลุแก่อำนาจทำอะไรตามใจชอบเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

ในทางกลับกันสหรัฐฯและสื่อโสเภณีชาติตะวันตกที่เป็นพวกเดียวกันพยายามโจมตีบ่อนทำลายความชอบธรรมการชุมนุมของมวลมหาประชาชนที่ขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดระบอบทักษิณ รวมทั้งโจมตีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ยึดอำนาจจากรัฐบาลหุ่นเชิดระบอบทักษิณภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่นำพาประเทศไปสู่ความเป็นรัฐล้มเหลวและล่มสลายในทุกด้าน

ในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทยภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯซึ่งเป็นนักโทษหนีโทษจำคุกคดีทุจริตามคำพิพากษาของศาล รัฐบาลทักษิณด้วยการสมคบกับสหรัฐฯจับกุม นายฮัมบาลี ซึ่งเป็นผู้นำหมายเลข 2 ของกลุ่มก่อการร้ายอัลกอร์อีดะได้ที่จ.พระนครศรีอยุธยา
ซึ่งถือเป็นการสร้างผลงานชักศึกเข้าบ้านของรัฐบาลทักษิณเพื่อเอาใจเจ้านายคือสหรัฐฯ ขณะไทยตกเป็นเป้าหมายล้างแค้นของกลุ่มก่อการร้ายโดยปริยาย
ทั้งๆที่สหรัฐฯมักกล่าวเสมอว่าไทยเป็นมหามิตร แต่เมื่อไม่นานมานี้วุฒิสภาสหรัฐฯกลับเปิดเผยข้อมูลช็อกโลกเกี่ยวกับพฤติกรรมสุดป่าเถื่อนโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ของสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯหรือซีไอเอในการทรมานผู้ต้องสงสัยเป็นขบวนการก่อการร้ายในคุกลับซึ่งกระจายอยู่ในหลายประเทศ อาทิ อาฟกานิสสถาน ปากีสถาน โปรแลนด์ และที่สำคัญรวมทั้งไทย ซึ่งการเปิดเผยข่าวดังกล่าวไปทั่วโลกถือเป็นการทรยศหักหลังมิตรประเทศให้ตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย
การที่สหรัฐฯหนุนหลังระบอบทักษิณก็เพื่อผลประโยชน์ทั้งในด้านความมั่นคงและการแสวงหาผลประโยชน์ของสหรัฐฯในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสหรัฐฯต้องการใช้ไทยเป็นหนึ่งในฐานปฏิบัติการเพื่อแผ่ขยายแสนยานุภาพเพื่อคานอำนาจกับจีนซึ่งปัจจุบันถูกมองว่ากลายเป็นมหาอำนาจหมายเลข 1 แซงหน้าสหรัฐฯไปแล้ว ซึ่งนอกจากคุกลับนรกของซีไอเอในไทยซึ่งเกิดขึ้นในยุครัฐบาลทักษิณแล้ว สหรัฐฯยังเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการที่สนามบินอู่ตะเภาในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิดระบอบทักษิณ โดยใช้โครงการสำรวจภูมิอากาศโดยองค์การนาซ่าบังหน้าหวังคานอิทธิพลของจีนซึ่งเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจต่อทางการจีนเป็นอย่างมาก

หลังการเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์โดยคสช. สหรัฐฯเป็นชาติแรกๆที่แสดงท่าทีปกป้องรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขณะเดียวกันก็แสดงท่าทีแข็งกร้าวประกาศต่อต้านด้วยการลดระดับความสัมพันธ์กับอำนาจรัฐไทยภายใต้คสช. ในทางตรงกันข้ามทางการจีนกลับประกาศจุดยืนชัดเจนสนับสนุนคสช.

ขณะที่สหรัฐฯหนุนหลังระบอบทักษิณ สิ่งที่ระบอบทักษิณต้องการจากมหาอำนาจสหรัฐฯก็คือการสนับสนุนทางการเมืองในทุกด้านภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯเพื่อคงอำนาจระบอบทักษิณให้อยู่ในอำนาจให้นานที่สุด

การเดินเกมที่ผิดพลาดของสหรัฐฯที่หนุนหลังระบอบทักษิณและต่อต้านรัฐบาลคสช.ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. แน่นอนย่อมทำให้รัฐบาลเฉพาะกาลของไทยชุดนี้หันไปกระชับความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับจีนมากขึ้นซึ่งเห็นได้จากการเยือนจีนครั้งล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีโอกาสได้พบปะกับผู้บริหารสูงสุดของจีนถึง 3 คนรวมทั้งประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ของจีนซึ่งถือเป็นกรณีพิเศษและสะท้อนการให้ความสำคัญของทางการจีน ขณะที่ 2 ฝ่ายมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจถึง 4 ฉบับ

ความสัมพันธุ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างรัฐบาลคสช.กับทางการจีนที่นับวันจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ
ทำให้สหรัฐฯอิจฉาตาร้อนและกลั่นแกล้งรัฐบาลคสช.โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้
แถลงแสดงท่าทีผิดหวังหลังจากที่ นายดับเบิลยู แพททริก เมอร์ฟีย์ อุปทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยเข้าพบดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เพื่อขอทราบโรดแม็บการเลือกตั้งทั่วไปของไทยเหมือนต้องการส่งสัญญาณกดดันเร่งให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเกิดขึ้นโดยเร็ว โดย ดร.วิษณุ ชี้แจงการเลือกตั้งทั่วไปอาจจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดในเดือน ก.พ. 2559 แต่หากต้องมีการทำประชามติก็อาจต้องเลื่อนออกไปอีก 3 เดือน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯยังย้ำว่าคนไทยควรได้รับโอกาสใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งการเลื่อนการเลือกตั้งเป็นต้นปี 2559 เป็นแนวคิดที่ไม่ฉลาดและไร้เหตุผลอันสมควร
ท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯดังกล่าวถึงเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทยและแสดงธาตุแท้ความเป็นมหาอำนาจอันธพาลโลก ซึ่งการที่สหรัฐฯพยายามกดดันถึงกับแทรกแซงกิจการภายในของไทยเพื่อบีบให้ให้มีการเลือกตั้งทั่วไปโดยเร็วที่สุดเพราะหวังให้รัฐบาลทรราชย์ระบอบทักษิณที่ยอมขายชาติเป็นทาสรับใช้สหรัฐฯมีโอกาสกลับมามีอำนาจยึดครองประเทศอีกครั้งเพื่อให้สหรัฐฯใช้ไทยเป็นฐานในการแผ่ขยายอิทธิพลและปฏิบัติการลับด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างสะดวก

แม้จนนาทีนี้สหรัฐฯก็ยังแอบหนุนหลังขบวนการระบอบทักษิณที่มุ่งบ่อนทำลายรัฐบาลและคสช. โดยยอมให้บรรดาแกนนำระบอบทักษิณและคนเสื้อแดงใช้สหรัฐฯเป็นแหล่งซ่อมสุมพำนักและเคลื่อนไหว ซึ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือปล่อยให้ขบวนการชั่วร้ายเหล่านี้โจมตีบ่อนทำลายสถาบันเบื้องสูงของไทยอย่างหยาบช้า ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการที่ทางการสหรัฐฯจะถูกต้องข้อสงสัยว่ามีส่วนรู้เห็นหรืออาจจะแอบให้การสนับสนุนด้วยซ้ำเพราะมีข้อน่าสังเกตุว่า ที่ผ่านมาสหรัฐฯสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักวิชาการเสื้อแดงที่เรียกร้องให้ยกเลิกประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112 ว่าด้วยโทษฐานการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

การดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดมหันต์ของสหรัฐฯที่หนุนหลังทรราชย์ระบอบทักษิณอันชั่วที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่นและเป็นธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ในคราบประชาธิปไตย และที่ชั่วร้ายที่สุดคือบ่อนทำลายสถาบันอันเป็นที่เคารพรักของคนไทยทั้งประเทศเท่ากับสหรัฐฯกำลังทำตัวเป็นศัตรูอย่างลึกซึ้งรุนแรงกับคนไทยที่จงรักภักดีต่อสถาบันสูงสุดของชาติทั้งแผ่นดิน รวมทั้งคนไทยหลายล้านคนที่ต่อต้านระบอบทักษิณ ขณะเดียวกันก็จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนแน่นแฟ้นมากขึ้นอันจะทำให้แผนใช้ไทยเป็นทาสรับใช้เพื่อแผ่ขยายอิทธิพลของสหรัฐฯในภูมิภาคนี้คงยากที่จะประสบสำเร็จ

ที่มา http://www.naewna.com/columnonline/16164

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!