หน้าแรก ทั่วไป สำนักพุทธฯ แถ ต้องรอพิสูจน์พระลิขิต ว่าปลอมหรือไม่

สำนักพุทธฯ แถ ต้องรอพิสูจน์พระลิขิต ว่าปลอมหรือไม่

“ไพศาล” เย้ยสำนักพุทธฯ ถ้าจะพิสูจน์ว่าเป็นพระลิขิตปลอม ก็ให้ไปพิสูจน์มติมหาเถรสมาคมฉบับ 191/2542 และ 193/2542 ว่าปลอมหรือไม่ด้วย

ต่อกรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแถลงว่าจะต้องพิสูจน์เสียก่อนว่าพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่มีพระลิขิตว่าธัมมชโยเป็นปาราชิกว่าปลอมหรือไม่นั้น นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ออกความเห็นว่าเป็นเรื่องพิกลพิการ เพราะพระลิขิตดังกล่าวที่คณะกรรมการการศาสนานำมาพิจารณานั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นผู้ส่งมาให้เอง และเจ้าหน้าที่ก็มาชี้แจงเองว่าเป็นลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จะมาอ้างว่าปลอมได้อย่างไร

และที่สำคัญพระลิขิตทั้งสามฉบับนั้นได้นำเข้าพิจารณาในที่ประชุมมหาเถรสมาคมและมีมติรับรองพระลิขิตทั้งสามฉบับว่าชอบด้วยกฎหมาย ชอบด้วยพระธรรมวินัย และชอบด้วยกฎของมหาเถรสมาคม แล้วส่งให้ฝ่ายสังฆการดำเนินการตามพระลิขิตนั้น คือมติที่ 191/2542 และมติที่ 193/2542 หากเป็นพระลิขิตปลอมแล้ว มติมหาเถรสมาคมทั้งสองฉบับปลอมหรือไม่เล่า และการที่ไปรับโอนที่ดินมาเป็นของวัด ปลอมหรือไม่

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าการจะมาอ้างลอย ๆ ทั้ง ๆ ที่มีมติมหาเถรสมาคมรับรองอยู่ถึง 2 ฉบับว่าเป็นพระลิขิตปลอมนั้น ดูออกจะมากไปสักหน่อย แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยังไปเที่ยวนั่งโรยดอกไม้ในการแสดงแฟชั่นโชว์เดินธุดงค์อยู่เลย ชาวพุทธจะหวังอะไรได้สักเพียงไหน ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร.

———————-
20 ก.พ. 58 เมื่อเวลา 10.00 น.ทำเนียบฯ นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการมหาเถรสมาคม เตรียมประชุมเพื่อพิจารณาพระลิขิต สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ให้พระเทพญาณมหามุนี หรือ ธัมมชโย ปาราชิก เมื่อปี 2542 ว่าในเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี และนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักพระพุทธศาสนา ได้กำชับให้มีการตรวจสอบ เพื่อชี้แจงพุทธศาสนิกชนได้รับทราบ ซึ่งทางสำนักพระพุทธศานาจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอะไร พร้อมระบุว่า ไม่มีความกังวลใดๆ กับเรื่องนี้ แม้จะกระทบต่อศรัทธาประชาชนส่วนหนึ่ง เพราะเป็นเรื่องธรรมดา ที่มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ

ผอ.สำนักพุทธฯ เปิดเผยด้วยว่าในการประชุมของคณะกรรมการมหาเถรสมาคมในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการนำเอาเรื่องพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายกเมื่อปี 2542 มากางและถกในที่ประชุมอีกครั้ง พร้อมระบุว่าที่ผ่านมามีการนำประเด็นนี้มาหารือกันก่อนหน้านี้แล้ว เพราะเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2542 ขณะที่ตนเองเพิ่งมารับตำแหน่งแต่ก็จะขอตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งเอกสารส่วนหนึ่งอยู่ที่วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร ดังนั้นต้องขอเอกสารเพิ่มเติม เพราะที่ผ่านมามีการปรับเปลี่ยนหน่วยงานและผู้บริหารศาสนา จากกรมศาสนา มาเป็นสำนักพระพุทธศาสนา เมื่อปี 2545 ทำให้เอกสารบางส่วนไม่ได้ส่งมายังสำนักพระพุทธศาสนา

นายพนมยังระบุว่า เมื่อคณะกรรมการมหาเถรสมาคมมีมติว่า ต้องปาราชิก ก็จะมีคำสั่งออกมาอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ดำเนินการ แต่เรื่องนี้มีข้อโต้แย้ง จากหลายส่วน ทั้งองค์การพุทธศาสนา และเกิดปัญหาภายในวัดบวรฯเมื่อปี 2547 ซึ่งมีการฟ้องร้องเกี่ยวกับกลุ่มคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพระลิขิตดังกล่าว ดังนั้นจึงต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เมื่อถามว่าทางสำนักพุทธฯ กำลังมองว่าพระลิขิตที่ออกมานั้นเป็นการทำปลอมขึ้นมาใช่หรือไม่ ผอ.สำนักพุทธฯ กล่าวว่า เราไม่แน่ใจ แต่ก็สงสัยว่าทำไมมันห่างกันมาขนาดนั้นคือตั้งแต่ปี 2542 ดังนั้นเราก็ต้องมาค้นหาหลักฐานและต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

“ขณะนี้ต้องถือว่าพระธัมมชโยยังเป็นพระอยู่ เพราะถ้าท่านปาราชิกทำไมถึงมีการเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระเทพญาณมหามุนี เมื่อปี 2554 เราก็งง ผมคิดว่าถ้าเราจะไปพิพากษาคน มันเหมือนการประหารชีวิตเลยนะ ดังนั้นเรื่องทั้งหมดจะต้องมีการพิจารณาอีกครั้ง”นายพนม กล่าว

อย่างไรก็ตามนายพนม เปิดเผยด้วยว่าในการประชุมคณะกรรมการมหาเถรสมาคมวันนี้ ทราบข่าวว่าจะมีมวลชนกลุ่มหนึ่งประมาณ 2-3 คันรถเดินทางไปรับฟังผลการประชุมด้วย ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าเป็นกลุ่มต่อต้านหรือสนับสนุนและไม่คิดว่าเป็นการกดดัน

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!