หน้าแรก ต่างประเทศ ความจริงอีกด้าน ของชีวิต หญิงไทยในต่างแดน

ความจริงอีกด้าน ของชีวิต หญิงไทยในต่างแดน [คราวนี้สะใภ้เยอรมันขอเล่าเองคะ]

การที่เราใช้ชีวิตในยุโรป(ประเทศเยอรมนี)มาหลายปีและมีเพื่อนๆที่ใช้ชีวิตอยู่ในหลายๆประเทศทำให้เราได้รู้จักกับคนไทยหลายกลุ่มและหลายสายอาชีพ ถ้ามองโดยรวมเราคิดว่าชีวิตของคนไทยในโซนยุโรปไม่น่าจะแตกต่างกันมากนัก เรามีโอกาสได้รับฟังเรื่องราวของหญิงไทยหลายๆคนทั้งเรื่องสุขและเรื่องทุกข์ จนเราได้เจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง พอเราได้คุยกับเธอสักพัก เธอบอกกับเราว่า “ถ้ารู้ว่าอะไรเป็นอะไรแต่แรก อาจจะไม่คิดมาเมืองนอกเลย มันคือการสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต” พอเราได้ยินถึงกับอึ้งเลยคะ เธอคนนี้และหลายๆความคิดเห็นที่เราเคยได้ยินมาคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เราอยากหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยกัน ที่เราตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาแค่อยากให้เห็นความจริงอีกด้านหนึ่งของชีวิตในต่างแดนที่อาจไม่ได้สวยหรูอย่างที่บางคนวาดภาพเอาไว้ และอยากแชร์ประสบการณ์ให้คนไทยในต่างแดนด้วยกันได้อ่านถึงอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ก็ตามที ในกระทู้นี้เราขอพูดถึงชนชั้นกลางในต่างประเทศเป็นหลักเพราะคือกลุ่มคนส่วนใหญ่คะ

จุดเริ่มต้นของความรักของหญิงไทยกับชายชาวต่างชาติไม่ว่าพวกเขาอาจจะเจอกันจากการทำงานร่วมกัน การเดินทางท่องเที่ยว การแนะนำจากเพื่อนฝูง จากเอเจนซี่ จากอินเตอร์เนท หรือจากที่ไหนก็แล้วแต่ หลายๆเรื่องที่เราเคยเจอหรือเคยได้ยินเป็นอะไรที่ชวนฝันราวกับนิยายเลยคะ จนในที่สุดทั้งสองก็ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน ส่วนใหญ่ฝ่ายหญิงเลือกที่จะย้ายมาอยู่กับฝ่ายชายที่ต่างประเทศ เราเชื่อคะว่าแทบจะทุกคนก่อนจะได้ไปเมืองนอกมีความฝันและคาดหวังกับสิ่งที่จะเกิดต่อไปจากนี้ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่พอได้เข้ามาอยู่จริงๆ เริ่มมองเห็นถึงโลกของความเป็นจริงว่ามันอาจไม่ได้สวยงามอย่างที่คาดเอาไว้แต่แรก หญิงไทยที่ได้แฟนหรือสามีคนต่างชาติแล้วได้ใช้ชีวิตแบบเจ้าหญิงหรือพูดง่ายๆคือมีชีวิตที่แสนสุขสบายแบบไม่ต้องทำอะไรมากมายก็มีพร้อมทุกอย่าง เรากล้าพูดได้เลยคะนั่นคือส่วนน้อยและน้อยมาก แต่ถ้าคนที่อ่านอยู่แล้วเป็นแบบที่เราพูด เราขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณคือหนึ่งในนั้นคะ เพราะส่วนใหญ่ต้อง “ลำบาก” และ “ดิ้นรน” แก้ไขปัญหาด้วยตัวเองกว่าที่จะสามารถประสบความสำเร็จได้แต่ละขั้น มีทั้งคนที่สมหวังและผิดหวังต้องเจอกับปัญหาหนักบ้างเบาบ้างแตกต่างกันไป

หญิงไทยหลายคนต้องทิ้งชีวิตที่สุขสบายจากเมืองไทยเพื่อมาเริ่มต้นจากศูนย์ที่ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเป็นหลักต้องมาเริ่มเรียนภาษาประจำประเทศใหม่ทั้งหมด น้อยคนที่เรารู้จักจบระดับปริญญาจากประเทศไทยสามารถหาอาชีพใหม่ในต่างแดนที่ตัวเองเรียนจบมาและถนัดได้ทันที อีกหลายคนที่ไม่สมหวังแต่อยากได้อาชีพดีๆทำต้องลงทุนเรียนต่อเพิ่มเติมอาจจะระดับมหาวิทยาลัยหรือสายอาชีพที่พูดมาทั้งหมดนี้ขอบอกเลยคะ “นั่นคือส่วนน้อย” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยคะ หลายคนที่จบระดับปริญญาและเคยได้งานทำดีๆที่เมืองไทยพอมาอยู่ต่างประเทศไปสมัครงานที่ไหนวุฒิการศึกษาที่มีไม่สามารถนำไปใช้ได้ สุดท้ายพวกเธอต้องยอมรับความจริง โดยที่พวกเธอมีทางเลือกไม่มาก เลยต้องมาทำอาชีพใช้แรงงานเช่น แม่บ้านทำความสะอาด หมอนวด เด็กเสิร์ฟ เป็นต้น ทุกอาชีพที่เราพูดมาถือว่ามีเกียรติคะ เพราะคืออาชีพที่สุจริตและต้องเสียภาษีตามกฎหมาย ในประเทศที่พัฒนาแล้วโดยเฉพาะประเทศเยอรมนีทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันไม่ว่าอาชีพอะไรก็แล้วแต่ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคืออาชีพที่เรากล่าวมาทั้งหมดถือว่าเป็นงานที่ค่อนข้างหนักเลยทีเดียว ส่วนคนที่มีวุฒิน้อยกว่าระดับปริญญาคงไม่ต้องอธิบายมากว่าพวกเธอมีหนทางในการทำมาหากินได้มากน้อยแค่ไหน แต่มีบางคนที่ใจสู้เริ่มต้นเรียนสายอาชีพใหม่และในที่สุดพวกเธอก็ได้งานดีๆทำ

ที่จริงเราต้องนับถือความใจเด็ดของหญิงไทยหลายๆคนที่มีโอกาศเจอกับฝ่ายชายชาวต่างชาติไม่กี่ครั้งก็ตัดสินใจแต่งงานด้วยกันแล้ว มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเสี่ยงดวง บางคนแต่งงานเพราะ “ความรัก” เรื่องเงินสำหรับพวกเขาทั้งสองคนไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญ แต่ บางคนแต่งงาน “เพื่อความอยู่รอด” หรือบางคนอยากแต่งงานเพราะทั้งสองกรณี(อันนี้ให้ไปคิดกันเอาเอง) หญิงไทยบางคนเหมือนถูกหวยรางวัลใหญ่ที่ได้เจอสามีที่ดีพร้อมดูแลปรนิบัติให้เกียรติทั้งในบ้านและนอกบ้าน บางคนโชคดีน้อยกว่าหน่อยแต่ก็ยังถือว่าความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าตอนที่อยู่เมืองไทย แต่มีสาวไทยจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้สมหวังอย่างที่คิดเอาไว้แต่แรก

เรามีโอกาสที่ได้รับฟังเรื่องจากคู่หนึ่งคะ เคสนี้ที่เขาสองคนรู้จักกันผ่านอินเตอร์เนท ช่วงแรกๆพวกเขาจะชอบสื่อสารกันทาง video call ส่งความรักความคิดถึงกันผ่านโลกออนไลน์ อาจเดินทางข้ามทวีปมาเจอกันบ้างตามความพร้อมของเงินและเวลา ทุกอย่างดูเหมือนจะลงตัวจนสองคนนี้พร้อมที่จะแต่งงานอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ฝ่ายหญิงตัดสินใจย้ายมาอยู่ตามฝ่ายชาย ช่วงแรกๆฝ่ายชายเอาอกเอาใจฝ่ายหญิงสารพัดเหมือนเธอคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุด สัญญาว่าจะรักและดูแลฝ่ายหญิงให้ดีและมีความสุขที่สุด พอสนิทกันจนความเกรงใจเริ่มน้อยลงไปทุกทีและความรักก็เริ่มจืดจางไม่น่าตื่นเต้นเหมือนช่วงแรกๆ นิสัยธาตุแท้ของฝ่ายชายก็ค่อยๆเริ่มเผยออก ฝ่ายชายไม่ใจปล้ำแบบที่เห็นตอนแรก เงินเดือนของเขาก็ไม่ได้สูงแบบที่ฝ่ายหญิงเข้าใจแต่แรก จากที่ฝ่ายชายเป็นคนที่โรแมนติกก็กลายเป็นคนที่เฉยชาให้กับเรื่องพวกนี้ จากที่ตอนมาอยู่เมืองนอกใหม่ๆพาเที่ยวนั่นเที่ยวนี่ก็แทบจะไม่พาไปไหน จากที่แทบจะประเคนทุกอย่างให้ก็ไม่ได้เป็นแบบเหมือนเมื่อก่อน จากเป็นห่วงไม่อยากให้ไปทำงานนอกบ้านเพราะกลัวเหนื่อยก็บังคับให้ไปหางานทำนอกบ้านจะได้มีรายได้เข้าครอบครัวเพิ่มเติม (ซึ่งในกรณีสุดท้ายเราพอเข้าใจได้บ้างเพราะชีวิตคู่อาจหมายถึงการเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวร่วมกัน) โดยเฉพาะเรื่องเงินทำให้คู่นี้ทะเลาะกันบ่อยมาก ตอนนี้จนถึงขั้นที่คิดจะหย่าร้างกัน

หญิงไทยบางคนที่มีลูกกับอดีตสามีที่เมืองไทยและอยากจะพาลูกติดมาอยู่ด้วยที่ต่างประเทศ เพราะอยากให้ลูกได้มีโอกาสในการศึกษาที่ดีจะได้มีอนาคตที่ดีๆ บางคนมาอยู่ก่อนให้ญาติที่เมืองไทยช่วยเลี้ยงลูกแล้วค่อยจะพาลูกมาอยู่ด้วยทีหลัง เราขอแนะนำจากใจจริงเลยคะ ถ้าเป็นไปได้อย่าปล่อยไว้นานยิ่งเด็กอายุมากเท่าไร่การเรียนภาษายิ่งยากขึ้นเท่านั้นโดยโดยเฉพาะประเทศที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเป็นหลักยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ตอนที่เราย้ายมาก็อายุปาเข้าไปแล้ว15ปี ถ้าเด็กคนไหนมาอายุประมาณเท่าเราถ้าเป็นไปได้ควรให้เตรียมตัวเรื่องภาษาตั้งแต่ที่เมืองไทยเลยคะ และต้องบอกให้เด็กตัวเตรียมใจไว้เลยถ้าอยากเข้าเรียนที่มหาวิยาลัยต้องรู้จักขยันและอดทนเพราะต้องเรียนหนักกว่าเด็กฝรั่ง2-3เท่า เด็กต้องพยายามฝึกภาษาให้ทันเด็กฝรั่ง ไม่เช่นนั้นจะเรียนไม่ทันเพื่อนในห้องเรียน ทุก step เราเจอมากับตัวเองหมดตั้งแต่ตอนเรียนม.ปลายยันจบมหาวิยาลัย แต่เป็นที่น่าเสียดายคะ เด็กหลายคนที่พ่อแม่อุตส่าห์พามาอยู่ด้วยที่ต่างประเทศไปไม่ถึงฝันตามที่คาดเอาไว้ บางคนถึงขั้นเรียนไม่จบ หางานที่เมืองนอกก็แทบจะไม่ได้ จะกลับเมืองไทยก็ไม่รู้จะไปทำอาชีพอะไร แต่ก็ยังมีหลายๆคนถึงจะเรียนไม่จบแต่เพราะขยันเลยได้งานทำก็มีให้เห็นเยอะเหมือนกันคะ หญิงไทยหลายคนโชคดีที่สามีต่างชาติของเธอรักและช่วยเลี้ยงดูลูกติดของเธอเหมือนกับเป็นลูกของตัวเอง แต่หญิงไทยบางคนไม่ได้โชคดีแบบนั้นเพราะสามีต่างชาติของเธอไม่สามารถเข้ากันกับลูกติดของเธอได้ถึงขั้นมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง จนเด็กบางคนพออายุ18ก็พยายามที่จะย้ายออกจากบ้านให้เร็วที่สุด

ตอนที่เราโพสใน facebook ว่าอยากตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา มีสะใภ้ในเยอรมันหลายๆคนส่งข้อความเข้ามาเล่าเรื่องต่างๆให้เราฟัง และมีพี่สาวที่น่ารักคนหนึ่งเธอบอกกับเราว่าอยากให้เราเล่าเรื่องราวของเธอให้คนในพันทิปได้อ่าน เธอตัดสินใจมาอยู่ที่ต่างประเทศกับสามีที่เป็นคนเยอรมันคะ สามีของเธอเป็นศาสตราจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยที่เป็นที่รู้จักแห่งหนึ่ง เธอและสามีของเธอใช้ชีวิตในหลังคาเดียวกันกับแม่สามีของเธอ เธอโชคไม่ดีคะที่แม่สามีของเธอชอบก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวระหว่าเธอกับสามี ไม่ว่าแม่สามีจะพูดอะไรสามีของเธอก็จะเชื่อไปทุกเรื่องแถมแม่สามีไม่ค่อยพอใจในตัวลูกสะใภ้สักเท่าไร่ ความอดทนของคนเราก็มีที่สิ้นสุดเหมือนกัน หลายปีผ่านไปเธอตัดสินใจที่จะกลับเมืองไทย สิ่งหนึ่งที่สามีของเธอได้พูดกับเธอไว้ก่อนที่เธอจะไปว่า “ฉันจะรอดู เธอไปไหนไม่รอดหรอก เดี๋ยวเธอก็กลับมาเอง” มันคงเป็นการดูถูกที่เจ็บปวดที่สุดเพราะคนที่ดูถูกคือสามีของตัวเอง เธอกลับมาเมืองไทยแทบจะไม่มีอะไรติดตัวกลับมาเลย ตอนนั้นยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะไปทำมาหากินอะไร เธอตัดสินใจขายสมบัติทั้งหมดที่มีนั่นคือสร้อยทอง แล้วเธอก็ได้เงินสดจากการขายทองไม่กี่หมื่นบาท เธอตัดสินใจนำเงินจำนวนนี้มาเปิดร้านขายอาหารเล็กๆในซอยแคบๆ เธอเป็นผู้หญิงที่ขยันและไม่ยอมแพ้ในโชคชะตา ร้านอาหารของเธอค่อยๆมีชื่อเสียง ตอนนั้นใครที่คิดจะมากินอาจต้องรอเป็นชั่วโมง (อันนี้เราขอคอนเฟิร์มเพราะเราก็เคยไปมาแล้วคะ) จนเธอต้องตัดสินใจเปิดอีกหนึ่งสาขา สาขาที่สองไม่ใช่ร้านเพิงหมาแหงนแบบร้านแรก แต่มันคือร้านอาหารในโรงแรมอยู่ติดริมสระว่ายน้ำ จนวันนี้เธอมีร้านอาหารที่เป็นเจ้าของเองทั้งหมด3สาขา ส่วนสามีที่เคยดูถูกเธอซึ่งตอนนี้ก็กลายเป็นอดีตสามีไปแล้วทึ่งในความสามารถของเธอคะ จนพูดไม่ออกเลยทีเดียว ปัจจุบันพี่สาวคนนี้ได้พบกับความรักครั้งใหม่ซึ่งชายคนนั้นไม่ใช่ชาวต่างชาติคะ แต่เขาคือชายไทยคนหนึ่งที่ทำให้เธอมีความสุขทุกครั้งที่อยู่ด้วย

ทุกครั้งที่เราถูกถามว่าอยู่เมืองนอกเป็นยังไงเราชอบตอบไปว่า “คุณภาพชีวิตดี แต่หาของกินยาก เป็นชีวิตที่ลำบาก แถมค่าครองชีพสูง จะซื้อจะเลือกใช้บริการอะไรต้องคิดแล้วคิดอีก ถ้ารักสบายไม่แนะนำให้ไปอยู่ แต่ถ้ารู้จักทำงานใช้เงินเป็นขยันและอดทนรับรองว่าสามารถเก็บเงินได้เป็นก้อนเร็วแน่ๆ และไม่จำเป็นว่าหญิงไทยที่มีสามีต่างชาติจะสุขสบายกว่าหญิงไทยที่มีสามีเป็นคนไทยเสมอไป”

การที่เราเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังนี้ไม่ได้หมายความว่าอยากให้ทุกคนกลัวที่จะมาใช้ชีวิตในต่างแดน แต่สามารถนำไปพิจารณาหรือเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับชีวิตในต่างแดนได้ ที่เราไม่ค่อยจะอยากเน้นเรื่องที่สวยงามของการได้สามีชาวต่างชาติเพราะเรื่องนี้ถูกพูดบ่อยแล้วไม่จำเป็นต้องซ้ำอีก แต่จะมีสักกี่คนที่จะกล้าพูดถึงความผิดหวังของการแต่งงานกับสามีชาวต่างชาติ พี่ๆเพื่อนๆสะใภ้เยอรมันแค่อยากฝากข้อคิดใว้เตือนใจ ไม่อยากให้หญิงไทยต้องมาเจอกับความผิดหวัง การที่เรามองโลกให้เป็นจริงไม่ดีเกินไปแต่ก็ไม่ร้ายเกินไป รู้จักระวังตัวและทันคน คือสิ่งที่จะช่วยให้เราผิดพลาดน้อยที่สุด และที่อยากจะบอกคือมีหญิงไทยที่ได้มาเมืองนอกที่ได้ดิบได้กันก็มีให้เห็นไม่น้อยเลยคะ เพราะพวกเธอไม่ยอมแพ้และคิดที่จะสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้น สามารถส่งเงินกลับบ้านเลี้ยงดูพ่อแม่และปลูกบ้านให้อยู่แบบสบายๆ

เป็นเรื่องจริงที่ภาพพจน์โดยรวมของหญิงไทยในสายตาชาวต่างชาติไม่ค่อยจะดีนัก แต่ไม่ว่าหญิงไทยจะถูกมองในแง่ไหนคุณค่าของหญิงไทยก็ไม่ได้น้อยลงเลยคะ ถ้าเรารู้จักวางวางตัวและคงความดีเอาไว้สักวันจะเป็นที่ประจักษ์เองว่าหญิงไทยน่ายกย่องแค่ไหน จะมีหญิงสักกี่ชาติคะ ที่แกร่ง ขยัน อดทน ทำอาหารเก่ง ทำงานบ้านเก่ง ทำหน้าที่ดูแลสามีได้ไม่ขาดตกบกพร่อง บางทีผู้หญิงต่างชาติยังสู้ไม่เลยคะ สิ่งเหล่านี้จะเป็นที่พิสูจน์ให้เห็นว่าหญิงไทยก็ทรงคุณค่าไม่แพ้หญิงชาติใดในโลก งั้นก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่หญิงไทยบางคนภูมิใจในตัวเองที่ได้เกิดมาเป็นหญิงไทย

—————————————————————————-

ที่เล่ามาทั้งหมดคือประสบการณ์ส่วนตัวและจากคนรอบข้าง จริงๆเรายังมีเรื่องให้เล่าอีกเพียบ

ใครมีประสบการณ์อื่นๆมาแชร์กันได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องมาจากประเทศเยอรมนีอย่างเดียว^^

ที่มา http://pantip.com/topic/33598613

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!