หน้าแรก ทั่วไป เตือนภัย อย่าปิดไฟ เล่นมือถือ

เตือนภัย อย่าปิดไฟ เล่นมือถือ

ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้สมาร์ทโฟนกลายมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน ทำให้ส่งผลไปถึงพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

ซึ่งวันนี้เราก็ได้หยิบเอาอีกหนึ่งตัวอย่างการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของ คุณ lolonoar สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่เกิดเหตุการณ์กับตัวเองมาฝากกัน

เราต้องตื่นเช้า เลยต้องรีบนอนทุกวัน ก่อนนอนก็ชอบเอามือถือมาเช็คนู่นนี่นั่น แต่เราจะเช็คตอนปิดไฟแล้ว เพราะจะได้ดูๆ ละก็หลับไปเลย แล้วก็ชอบนอนตะแคงเล่นมือถือตาข้างนึงก็ดีจะแนบ ไปกับหมอน ก็คือใช้ตาข้างเดียวดูมือถือมืดๆนั่นแหละ

ผลก็คือพักหลังๆเรามองอะไรภาพก็จะเบลอๆ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเราเป็นคนสายตาสั้นอยู่แล้ว 100 กับ 125 แต่พักหลังๆมันเป็นหนักขึ้นเล่นมือถือตอนกลางคืนดูพร้อมกันสองข้างไม่ได้ ต้องดูทีละข้าง

ถ้าปิดตาข้างขวาจะมองอะไรเบลอมาก แต่เราก็ยังใจเย็นเพราะครึ่งปีที่ผ่านมาเพิ่งไปตรวจก็ไม่ต่างจากเดิมเท่า ไหร่ก็คิดว่าคงสั้นเพิ่มแหละเลยเบลอๆ จนกระทั่งเราเปลี่ยนงานใหม่ต้องทำงานหน้าคอม อ่านข้อมูล

เราอ่านแทบไม่ได้เลยมันซ้อนๆกันมาก ตอนเย็นเลยไปตัดแว่น ผลออกมาว่าเราสายตาสั้น 475 125 ช็อกมาก แค่ครึ่งปี กับแค่พฤติกรรมแค่นี้ ทำให้เรากลายเป็นคนมีปัญหาเรื่องสายตาไปเลย

สรุปสั้นๆก็คือ อยากจะเตือนทุกคนว่า อย่าปิดไฟเล่นมือถือนะ มันสั้นจริงๆ นะ

เพิ่มเติมค่ะ สำหรับท่านที่บอกว่าไม่เกี่ยว คิดอีกแง่ข้อมูลของท่านอาจจะมาจากสมัยที่ยังไม่มีสมาร์ทโฟนก็ได้ค่ะ #ขอโทษ นะค่ะที่เถียงแต่เราคิดว่ามันเกี่ยวจริงๆ ที่สำคัญคือ เราก็เคยอ่านกระทู้แบบที่เราโพส แล้วก็ไล่อ่านความเห็น ก็มีคนมาพูดว่าไม่เกี่ยวแบบนี้เหมือนกัน ข้อมูลก็ดูน่าเชื่อถือ เราเลยปล่อยผ่านและทำแบบเดิมต่อไป ผลก็คืออย่างที่เล่าค่ะ หรือต่อให้มัน ไม่เกี่ยวจริงๆ ก็ขอรณรงค์ให้เลิกทำเถอะค่ะ เพราะยังไงก็ไม่ใช่พฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพตา

เชื่อว่าหลายๆ คนมีพฤติกรรมแบบนี้เช่นกันดังนั้นทางทีมงานเลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมาเพื่อสนับสนุนว่า การเล่นมือถือตอนปิดไฟ อาจส่งผลต่อดวงตาได้จริงๆ

แพทย์ศิริราชเตือน อันตรายจากการเล่นแชทสมาร์ทโฟนตอนปิดไฟ อาจส่งผลต่อดวงตาได้ รศ.น.พ.นริศ กิจณรงค์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ในฐานะเลขาธิการราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตามากกว่า ร้อยละ 80 สาเหตุมาจากการได้รับรังสียูวี (UV)400, ยูวีเอ(UVA) 1 และแสงสีฟ้าจากการจ้องมองคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน เป็นเวลานานเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน
นอกจากนี้ ผู้ป่วยมีทั้งผู้สูงอายุ วัยทำงาน และเด็ก พฤติกรรมที่พบส่วนใหญ่ คือ ช่วงเวลาก่อนนอนจะหยิบสมาร์ทโฟนมาเล่นในขณะที่ปิดไฟแล้ว ซึ่งเป็นส่วนที่เร่งให้มีอาการทางสายตาเพิ่มขึ้น อันตรายจากแสงยูวี แสงสีฟ้าที่อยู่ในจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต จะทำลายดวงตาเมื่อจ้องเป็นเวลานาน เนื่องจากการกะพริบตาจะน้อยลง

โดย ปกติคนเราจะกะพริบตาประมาณ 20 ครั้งต่อนาที เพื่อให้ตาได้รับความชุ่มชื้น การเพ่งมองเป็นเวลานานจะทำให้ตาแห้ง แสบตา ส่งผลให้การมองเห็นเริ่มผิดปกติ เห็นภาพซ้อน ภาพไม่ชัด พร่ามัว ปวดเบ้าตา กล้ามเนื้อตาอ่อนล้า คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นของโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม และเป็นส่วนที่ทำให้เกิดต้อเนื้อ ต้อลม และจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งพบมากขึ้นเรื่อย ๆ และรักษาได้ยากจนอาจส่งผลทำให้ตาบอดได้

รู้แบบนี้แล้วก็รีบเปลี่ยนพฤติกรรมการเล่นกันนะครับ!!

ขอบคุณที่มา: ไอเอ็นเอ็น และ Sanook! Hitech

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!