หน้าแรก ทั่วไป อย่าลุยแค่ โบนันซ่า : นายปกครอง

อย่าลุยแค่ โบนันซ่า : นายปกครอง

นับว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง สำหรับกระทรวงยุติธรรม ที่ส่งมือปราบชั้นเยี่ยม เข้าไปลุยโบนันซ่ารีสอร์ทยักษ์ใหญ่ของกลุ่มนายไพวงษ์ เตชะณรงค์ แม้ว่า ไม่ได้ออกหน้าออกตาว่าบริหารรีสอร์ทแห่งนี้ ปล่อยให้ลูกๆ ทำหมดแล้วก็ตาม ใครๆก็ย่อมรู้ว่า รีสอร์ทแห่งนี้เป็นของใคร และสีอะไร

กระทรวงยุติธรรมได้รวบรวมเจ้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบ โดยอ้างในเบื้องต้นพบว่าโบนันซ่าได้สร้างสนามแข่งรถบนพื้นที่เกือบ 200 ไร่บุกรุกเข้าไปยังสถานที่ที่เรียกว่าต้องห้าม

ทางเจ้าของโบนันซ่าที่ถูกพาดพิงออกมาชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นการบุกรุกมีเอกสารสิทธิ์อย่างถูกต้องและที่สำคัญก็ไม่ได้มากมายตามข้อกล่าวหาในเบื้องต้นซึ่งในความเป็นจริงนั้นที่ดินทั้งหมดมีเอกสารสิทธิ์ประมาณ 120 ไร่เท่านั้น

แต่ทางผู้ที่ดำเนินการเข้าไปตรวจสอบนั้นได้ยืนยันว่า มีการบุกรุกเกือบ 200 ได้

หากบวกลบกันแล้วก็จะพบว่า การบุกรุกรีสอร์ทแห่งนี้ตามข้อกล่าวหานั้นเชื่อว่า มีไม่กี่ 10 ไร่เท่านั้นเอง

นายไพวงษ์ ออกมาชี้แจงเจ้าของตัวจริงว่า เอกสารสิทธิ์ ที่ได้มานั้น ไม่ได้เป็นผู้บุกเบิกตั้งแต่แรก แต่ซื้อต่อมาจากชาวบ้านอีกครั้งหนึ่งในราคาไร่ละประมาณ 100,000 บาทในขณะเดียวกันข้อกล่าวหาที่ว่า บุกรุกนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องจริงเพราะก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้ทำมาหากินไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

โบนันซ่าแห่งนี้ดูเหมือนว่า จะถูกกล่าวหามาหลายต่อหลายครั้งแล้ว หากใครอยากดังให้เป็นข่าวใหญ่โตก็เพียงเข้าไปตรวจสอบเท่านั้นนักข่าวสื่อมวลชนต่างๆ ก็แห่กันไปพรึบพรับหมดแล้ว

การลุยเข้าไปตรวจสอบโบนันซ่าแห่งนี้คงตีความได้เป็น 2 นัยยะเริ่มจากการเข้าไปเพื่อให้เป็นข่าวกลายเป็นผลงานโด่งดังของต้นเรื่องไปเพราะว่า การบุกรุกที่ดินถ้าหากเอากันจริงๆแล้วเชื่อว่า มีหลายสถานที่ด้วยกันที่มีการบุกรุกมากมายกว่านี้โดยเฉพาะเขตพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ต้องยอมรับกันว่า มีนายทุนหลาย 100 รายเข้าไปทำการบุกรุกจับจองเป็นเจ้าของตัวเองด้วยการใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัดรูปแบบ

ตามที่เป็นข่าวนั้นบางคนหาญกล้าแม้กระทั่งการแอบอ้างสถาบันที่ประชาชนเคารพรักเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารสิทธิ์หรือการครอบครองที่ถูกกฎหมาย

แต่ดูเหมือนว่าสถานที่หลายแห่ง ยังไม่มีกระทรวงยุติธรรมเข้าไปดำเนินการตรวจสอบเหมือนกับโบนันซ่าในครั้งนี้

อีกนัยยะ 1 ของการตรวจสอบโบนันซ่านั้น ในอดีตสถานที่แห่งนี้ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ให้กลุ่มเสื้อแดงไปรวมตัวกันสร้างกิจกรรมหลัง จากนั้นก็จะเคลื่อนพลมายังกรุงเทพมหานคร เพื่อที่จะสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย

นายไพวงษ์ ได้ชี้แจงในประเด็นนี้ว่า ยอมรับที่ผ่านมามีแกนนำของเสื้อแดงโดยเฉพาะนายวีระ มุสิกะพงศ์ แกนนำคนสำคัญมาขอใช้สถานที่ที่จะร่วมประชุมสัมมนาครั้งใหญ่ในเมื่อเค้าเป็นคนที่เคยอยู่ซีกเดียวกันมาก่อน ตั้งแต่สมัยที่ช่วยงานพรรคความหวังใหม่สมัยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นหัวหน้าพรรค

ทำให้นายไพวงษ์ ไม่สามารถที่จะปฎิเสธเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกันได้ ปล่อยให้ใช้สถานที่ก่อกำเนิดของกลุ่มเสื้อแดงที่มารวมตัวกัน

หากเป็นไปตามข้อกล่าวหาก็ต้องยอมรับว่าพื้นที่ที่มีการบุกรุกนั้นมีเพียงไม่กี่ 10 ไร่เท่านั้น

แต่ในขณะเดียวกันแนวทางในการต่อสู้ของโบนันซ่าก็เชื่อว่า ความเก่าของนายไพวงษ์ นั้น จะสามารถทำให้ตัวเองพ้นผิดได้ด้วยการอ้างว่า ซื้อมาจากชาวบ้านไม่ได้เป็นผู้เริ่มต้นและมีเอกสารสิทธิ์อย่างเรียบร้อย

งานนี้ต้องเชียร์กระทรวงยุติธรรมที่เปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมา ให้มีการเดินหน้าต่อต่อไปอีกเพราะว่า การกล่าวหาบุกรุกที่ดินไม่ว่า จะเป็น พื้นที่ของอุทยาน พื้นที่ของกรมป่าไม้หรือพื้นที่ทหารยังมีอีกมากมายที่มีผู้ขึ้นชื่อ ว่าไม่เกรงกลัวกฎหมายในปัจจุบันนี้ก็ยังสร้างบ้านปักหลักอยู่ในสถานที่ที่หลายคนเชื่อว่า สถานที่ที่ครอบครองอยู่นั้น เป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยง มากมายเหลือเกิน

สังคมคงจับตามองกระทรวงยุติธรรมอยู่ว่าจะหยุดการตรวจสอบหรือจับกลุ่มแค่โบนันซ่าหรือไม่

http://chaoprayanews.com/blog/mister/2015/04/07/%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88-%E2%80%9C%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E2%80%9D/

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!