หน้าแรก ทั่วไป เปิดใจเหยื่อแชร์ “ยูฟัน” ลงทุนเงินล้านไม่ได้รับผลตอบแทนจริง

เปิดใจเหยื่อแชร์ “ยูฟัน” ลงทุนเงินล้านไม่ได้รับผลตอบแทนจริง

เปิดใจเหยื่อแชร์ “ยูฟัน” ลงทุนเงินล้านไม่ได้รับผลตอบแทนจริง ตัดสินใจเข้าแจ้งความ เพราะเกรงเงินลงทุนจะสูญหาย

ผู้เสียหายอีกจำนวนไม่น้อยยังคงทะยอยเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีผู้บริหารบริษัทยูฟันสโตร์ จำกัด โดยเฉพาะที่เข้าแจ้งความกับตำรวจ ปคบ. มีจำนวนแล้ว 159 ราย ขณะที่แจ้งความกับตำรวจทั่วประเทศมีแล้วกว่า 1.2 แสนราย มูลค่าความเสียหายรวมกันกว่า 3.8 พันล้านบาท ในจำนวนผู้เสียหายนี้หลายคนอ้างว่าถูกข่มขู่จากบุคคลที่เป็นแม่ข่ายไม่ให้เข้าแจ้งความ แต่ตัดสินใจเข้าแจ้งความ เพราะเกรงเงินลงทุนจะสูญหาย

ผู้หญิงวัย 40 ปีเศษ (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) หนึ่งในผู้ที่เข้าแจ้งความกับตำรวจ บก.ปคบ.ให้ดำเนินคดี บริษัท ยูฟัน โสตร์ จำกัด อ้างว่า นำเงินจำนวน 1.2 ล้านบาท เข้าร่วมลงทุนโดยการซื้อเงินสกุล “ยูโทเคน”ผ่านระบบออนไลน์ของบริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด หลังได้รับการชักชวนจากกลุ่มเพื่อนให้เป็นลูกข่ายสมาชิกของบริษัทโดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินสดโอนเข้าบัญชีไม่น้อยกว่า 5-6 หมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2557 เดือนแรกที่ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกกลับไม่ได้รับเงินตอบแทนอย่างที่อ้าง กระทั่งเรื่องนี้กลายเป็นข่าวจึงมีเงินโอนเข้าบัญชีเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมาจำนวน 1 แสนบาท เมื่อทบทวนดีแล้วจึงเชื่อว่าถูกหลอกจึงจะถอนเงินออกจากบริษัท แต่ทางบริษัทกลับอ้างว่าไม่สามารถทำไม่ได้ หากต้องการถอนเงินให้เลือกซื้อรถหรือทองคำแทน โดยอ้างว่าข้อจำกัดนี้เป็นข้อตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก ซึ่งได้ตอบตกลงแต่กลับไม่ได้รับสินค้าที่บริษัทแจ้งไว้อีก
“รู้สึกเครียด เพราะเชื่อว่าถูกหลอกลวงแน่ ฉันนำเงินไปลงทุนกว่าล้านบาท เงินก้อนนี้ก็เป็นเงินค่าประกันชีวิตของลูก ทำให้ยิ่งเสียใจ ที่ตัดสินใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกและนำเงินสดไปแลกยูโทเคนก็เพราะเพื่อนที่เป็นแม่ข่ายชักชวนเพราะเขานำเงินไปลงทุน 4 ล้าน แล้วแรกๆ ได้รับผลตอบแทนที่ดี แต่มาระยะหลังเขาก็ไม่ได้รับเงินเหมือนกัน เมื่อจะไปแจ้งความก็มีการข่มขู่กันว่าจะแจ้งความกลับ” หญิงวัย 40 ปี ซึ่งตกเป็นผู้เสียหาย กล่าว

เช่นเดียวกับป้าสำอาง (ขอสงวนนามสกุล) ที่ร่วมกับสามีใช้เงินเก็บ 1 แสนบาท มาร่วมลงทุน ที่เรียกกันว่าระดับ 5 ดาว กับบริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด มาประมาณ 5 เดือน ซึ่งตอนสมัครเป็นสมาชิกใหม่ๆ มีการอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนทุกเดือน แต่เมื่อเป็นสมาชิกแล้วกลับไม่ได้รับผลตอบแทนแม้แต่บาทเดียว และเมื่อขอถอนเงินลงทุนคืน ก็ไม่มีความรับผิดชอบจากทางบริษัท เมื่อพยายามสอบถามไปยังหัวหน้าแชร์ก็ปิดโทรศัพท์หนี

พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผบ.ตร. ทำหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดี “ยูฟัน” ให้ข้อมูลว่า จากการสืบสวนสอบสวนทำให้ทราบว่า บริษัทยูฟันสโตร์ จำกัด ไม่ได้ยื่นบัญชี ไม่ได้ยื่นจดภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการฟอกเงินคือมีการระดมเงินจากสมาชิกแล้วนำเงินกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ออกนอกประเทศ ที่เหลือนำไปจ่ายเป็นค่าคอมมิชชั่นให้กับสมาชิกที่สามารถหาสมาชิกรายใหม่เข้ามาในระบบได้

เขาจดทะเบียนว่าทำธุรกิจบริษัทขายตรง แต่กลับไม่ทำธุรกิจขายตรง ไม่ขายสินค้าตามที่จดทะเบียนไว้แต่กลับซื้อขายเงินสกุลยูโทเคนซึ่งกำหนดขึ้นมาเอง มีรายได้หลักจากเม็มเบอร์ เก็ตเม็มเบอร์ หลายธนาคารมีทุนจดทะเบียนมีทรัพย์สินเป็นแสนล้านบาท ยังไม่สามารถออกเงินตราหรือค่าเงินตราของตัวเองได้เลย แต่บริษัทเอกชนอย่างบริษัทยูฟันมีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท กำหนดออกค่าเงินของตัวเอง กำหนดอัตราขึ้นลงด้วยตัวเองและมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันในตลาดอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่ายูโทเคน ซึ่งไม่สามารถทำได้ ไม่เช่นนั้นบ้านเราคงมีเงินใช้กันหลายสกุล” ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าว

นอกจากนี้ ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าวอีกว่า บริษัทยูฟันฯ พยายามจะเทียบเคียงกับหุ้นหรือตลาดหลักทรัพย์ ที่ต้องการกำกับดูแลกันเอง ประชาชนทั่วไปที่จะซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ยังต้องมีกลต.มากำกับดูแล แต่บริษัทนี้กลับซื้อขายเงินตราในระบบตลาดโดยไม่มีใครดูแล และกำหนดค่าเงินเท่าไหร่ก็ได้ และไม่มีค่าเงินที่ไหนในโลกขึ้นอย่างเดียวไม่มีการลง โดยไม่ต้องอ้างอิงกับหลักทรัพย์อะไรทั้งนั้น รูปแบบนี้จึงเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่เป็นกลอุบายในการหลอกลวงประชาชนว่า ลงทุนยูโทเคนค่าเงินจะขึ้นเรื่อยๆไม่มีวันลง อันนี้ผิดปกติจากการทำธุรกรรม

“เบื้องต้นพฤติการณ์ของบริษัทนี้เข้าข่ายความผิด ใน 3 ข้อหา คือไม่ปฎิบัติตามแผนการประกอบธุรกิจตามที่แจ้งไว้กับนายทะเบียน ผิด พรบ.ขายตรง ร่วมกันชักชวนบุคคลอื่นร่วมมาเป็นเครือข่ายขายตรงโดยการให้ผลตอบแทนจากการหาสมาชิกใหม่เข้ามา ผิดพรบ.ขายตรง และการกู้ยืมเงิน เป็นการฉ้อโกงประชาชน ผิดพรบ.การกู้ยืมเงินที่มีลักษณะเป็นการฉ้อโกงประชาชนและผิดตามประมวลกฎหมายอาญาม.343เรื่องการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีอัตตราโทษจำคุก 5-10 ปี ปรับตั้งแต่ 5 แสนบาทถึง 1ล้านบาท” พล.ต.ท.สุวิระ กล่าว

ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยด้วยว่า การตรวจสอบทราบว่า บริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด ยื่นจดแจ้งต่อนายทะเบียน สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จำหน่ายสินค้าใน 3 รายการ คือ น้ำดื่ม 2 ประเภท และอาหารเสริมหรือเครื่องสำอางอีก 1 ประเภท ซึ่งการยื่นจดกับสคบ. ใครก็ยื่นจดได้และตรวจสอบครั้งแรกครบถ้วนก็อนุญาต แต่เมื่อได้รับอนุญาตแล้วต้องปฏิบัติตามที่ได้ยื่นขออนุญาตไว้ แต่บริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด ไม่เป็นเช่นนั้น โดยได้ยื่นขออนุญาตทำธุรกิจขายตรงแต่กลับไปทำธุรกิจที่เกี่ยวกับการกู้ยิมเงิน ซึ่งไม่สามารถทำได้

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/644377

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!