หน้าแรก ทั่วไป เหตุเกิดที่แบงค์กรุงไทย : นายปกครอง

เหตุเกิดที่แบงค์กรุงไทย : นายปกครอง

นายปกครอง

คงต้องย้อนความสุขในช่วงเทศกาลสงกรานต์กันอีกครั้งหนึ่ง แต่ความสุขนี้ดูเหมือนว่า จะกระจายไปทั่วประเทศไทยคือการกดเงินจากตู้เอทีเอ็มไปใช้สอยกันแบบสะดวกสบาย

ซึ่งหลายธนาคารสร้าง เครื่องมือ แข่งกัน อำนวยความสะดวกให้กับบรรดานักท่องเที่ยวหรือคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงแต่ต้องการ ที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา เกิดจะต้องใช้บริการกดเงินจากตู้เอทีเอ็มเป็นหลักเหมือนกัน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเมื่อมีประชาชนที่เดือดร้อนจากการใช้ตู้อัตโนมัติของธนาคารกรุงไทยในการให้บริการด้านการฝากเงินที่สาขาอำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก

หญิงกลางคนรายหนึ่ง ได้บอกกับนายปกครองว่าได้เข้าไปใช้บริการฝากเงินอัตโนมัติของธนาคารกรุงไทยสาขาดังกล่าว ในช่วงเวลาประมาณ 1 ทุ่มเศษของวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมาปรากฏว่าไม่สามารถบริการฝากเงินประมาณ 9,000 บาทได้สำเร็จ

เจ้าตู้รับฝากเงินอัตโนมัติของธนาคารกรุงไทยก็ไม่สามารถให้บริการได้ แต่การทำงาน ของตู้ดังกล่าวทำได้เพียงการคืนบัตรเอทีเอ็มกลับมาให้เท่านั้น แต่ไม่สามารถที่จะคืนเงินที่รับฝากไม่สำเร็จได้ ในขณะเดียวกันก็ไม่มีหลักฐานที่จะแจ้งให้กับลูกค้าได้ทราบเลยว่าเงินนั้นสามารถฝากได้หรือไม่

ความเดือดร้อนของลูกค้ารายนี้จึงพยายามที่จะติดต่อกับทางธนาคารโดยโทรไปตามหมายเลขด่วน 1551

แต่เชื่อหรือไม่ว่าการติดต่อหมายเลขนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก จนกระทั่งมาทราบภายหลังว่า หมายเลขดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว

เชื่อหรือไม่ว่า การเปลี่ยนแปลงหมายเลขด่วนของธนาคารแม้กระทั่งพนักงานเองหลายคนก็ยังไม่ทราบเรื่องนี้เลย แถมบางคนยังให้หมายเลขโทรศัพท์กับลูกค้าแบบผิดๆไปด้วย

ความเป็นจริงของธนาคารแห่งนี้ได้เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ใหม่เป็น 02-1111111 เป็นหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถจดจำได้ง่ายเช่นกัน

ลูกค้าที่เดือดร้อนรายนี้เล่าให้ฟังอีกว่า การโทรศัพท์ไปหมายเลขโทรศัพท์ที่เปลี่ยนแปลงใหม่นั้น ทางธนาคารได้มีการกำหนดรายการหลายรายการด้วยกันซึ่งลูกค้าเองก็พยามที่จะฟังว่าตัวเองนั้นเดือดร้อนในการฝากเงินกับตู้เงินอัตโนมัติ

ลูกค้ารายนี้ได้พยายามใช้ สมาธิในการรับฟังอยู่นานนับชั่วโมงก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงรายการที่ตัวเองเดือดร้อนได้โดยรายการแต่ละรายการที่บรรจุเอาไว้กับเครื่องอัตโนมัตินั้นส่วนมากจะเน้นไปยังเรื่องของการปล่อยสินเชื่อหรือรายการที่ดูเหมือนว่าจำเป็นสำหรับผู้ที่โทรศัพท์มาติดต่อกับทางธนาคาร ท้ายเลยก็ว่าได้

ลูกค้ารายนี้มึนงงกับการติดต่อเจ้าที่ของธนาคารกรุงไทยไม่น้อยเหมือนกัน

ในความเป็นจริงแล้วลูกค้าที่ต้องการจะติดต่อทางโทรศัพท์กับธนาคารนั้น ต้องยอมรับว่าหากมีเรื่องเดือดร้อนเกี่ยวกับบัตรเอทีเอ็มหรือการให้บริการฝากเงินอัตโนมัติคงเป็นเรื่องที่ สำคัญที่สุด

กว่าลูกค้ารายนี้จะติดต่อกับทางเจ้าที่ของธนาคารได้รู้เรื่อง เสียเวลาไป นานเหมือนกัน

คำตอบที่ได้รับจากเจ้าที่ของธนาคารนั้นปรากฏว่าจะต้องให้ผู้เสียหายเดินทางย้อนกลับไปธนาคารเดิมสาขาเดิม เพื่อทำเรื่อง ให้ผู้บริหารทำการพิจารณา ว่าจะทำการคืนเงินให้กับลูกค้าหรือไม่ ซึ่งจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 วัน

ชาวบ้านในย่านนั้นได้เล่าให้ลูกค้ารายนี้ฟังว่า ตู้รับฝากเงินอัตโนมัติแห่งนี้เคยเกิดปัญหาทำนองนี้ขึ้นหลายครั้งและปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นลูกค้าก็ต้องเข้ามาทำเรื่องใช้เวลา 2 – 3 วันเช่นกันกว่าจะได้เงินทั้งหมดที่ฝากไม่สำเร็จขึ้นมาได้

ปัญหาเพียงเท่านี้เองทางธนาคารกรุงไทยก็น่าจะทราบเป็นอย่างดีว่า ความเดือดร้อนของประชาชนที่ติดต่อกับทางธนาคารแบบเร่งด่วนนั้นคงจะเป็นปัญหาเรื่องการใช้บัตรเอทีเอ็มการฝากเงินอัตโนมัติและการใช้บัตรเครดิตเท่านั้น

แต่ทางธนาคารกับนำไปใส่ไว้ไทยท้ายของ รายการ

นี่เป็นเสียงสะท้อนจากลูกค้าของธนาคารเองซึ่งควรจะมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับการให้บริการกันบ้าง มิฉะนั้นแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นย่อมสร้างความเดือดร้อนให้กับลูกค้าของธนาคารเองอย่างแน่นอน

ลูกค้าที่มาร้องเรียนกับนายปกครองครั้งนี้ ต้องยอมรับอีกเช่นกันว่า การฝากเงินอัตโนมัตินั้นต้องการที่จะอาจใช้จ่ายอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นแล้วเค้าจะได้รับผลกระทบตามมาอีกมากมาย

สมมุติว่าลูกค้าไม่ได้เป็นคนท้องถิ่น เป็นคนที่อยู่กรุงเทพ มาใช้บริการฝากเงินอัตโนมัติแล้วเกิดปัญหา อย่างนี้เค้าจะต้องขับรถย้อนกลับไปยังอำเภอพรหมพิราม อีกอย่างนั้นหรือซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้เนื่องจากมันเป็นช่วงจังหวะเทศกาลสงกรานต์

นี่คือปัญหาเพียงเล็กน้อยควรจะมีการปรับปรุงให้เหมาะสม เพื่อเป็นประโยชน์กับธนาคารกรุงไทยเอง

ที่มา http://chaoprayanews.com/

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!