หน้าแรก ทั่วไป โกงหุ้น100ล้าน อ้างเป็นหลาน มท.1

โกงหุ้น100ล้าน อ้างเป็นหลาน มท.1

เพื่อนร่วมรุ่น เกือบ30ราย! แห่แจ้งป.จับ

แจ้งจับหนุ่มแสบ อ้างเป็นหลาน มท.1 “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” หลอกขายหุ้นให้เพื่อนที่เรียน ม.เกษตรฯกว่า 30 คน เสียหายกว่า 100 ล้านบาท เผยเป็นก๊วนเดียวกับลูกชายอดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ที่ถูกจับก่อนหน้านี้ พอทวงเงินกลับบ่ายเบี่ยง บอกถ้าอยากได้ให้ฟ้องเอา

อ้างหลาน “อนุพงษ์ เผ่าจินดา” หลอกขายหุ้น เปิดเผยเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 29 ธ.ค. ร.ต.ท.ปรีชา ศรีอุดม พงส.กก.1 บก.ป. รับแจ้งจาก น.ส.อัจฉรา สุริยเรืองเวท อายุ 36 ปี พร้อมพวก ให้ดำเนินคดีกับนายสมมาตร เผ่าจินดา อายุ 35 ปี ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน หลังถูกนายสมมาตรหลอกขายหุ้น IPO มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท โดยนำข้อความสนทนาผ่านโปรแกรมไลน์ ระหว่างกลุ่มผู้เสียหายกับนายสมมาตร มามอบไว้เป็นหลักฐาน

น.ส.อัจฉรากล่าวว่า รู้จักกับนายสมมาตรมากว่า 10 ปี เพราะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา นายสมมาตรเสนอขายหุ้น IPO ให้กับตนและเพื่อนร่วมรุ่นประมาณ 30 คน โดยสร้างความน่าเชื่อถือว่ารู้จักกับผู้ใหญ่หลายคน ซ้ำยังแอบอ้างเป็นหลานของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พวกตนหลงเชื่อซื้อหุ้นดังกล่าว รวมมูลค่าหลายล้านบาทในส่วนของตนลงทุนไปกว่า 5 ล้านบาท แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายเงินปันผล นายสมมาตรพยายามบ่ายเบี่ยง อ้างว่าเงินติดการตรวจสอบของสำนักงานป้องกันและปราบ ปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ทำให้จ่ายเงินล่าช้าพร้อมเสนอขายหุ้นตัวใหม่เพิ่มอีกหลายตัว

ผู้เสียหายรายนี้กล่าวต่ออีกว่า กระทั่งเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ตำรวจจับกุมตัวนายปาณสาร หรือมีน สมชีวิตา อายุ 33 ปี บุตรชายนายสันทัด สมชีวิตา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคดีพิเศษและอดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ หลังก่อเหตุลวงผู้เสีย หายในลักษณะเดียวกัน ซึ่งตนทราบมาตลอดว่านายปาณสารมีความสนิทสนมกับนายสมมาตร เชื่อว่าถูกหลอกลวงเช่นเดียวกัน พยายามติดต่อไปยังนายสมมาตรแต่ได้รับคำตอบว่ากำลังพยายามหาเงินมาให้ หากแจ้งความจะไม่ได้อะไรเลย แต่ถ้ารอจะได้เงินต้นและดอกเบี้ยคืน ตนและเพื่อนจึงตัดสินใจรอ แต่ไม่ได้รับการเจรจาหรือดำเนินการใดๆ

“ภายหลังดิฉันโทร.ไปถามนายสมมาตรอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร กลับได้รับคำตอบว่าเตรียมทนายไว้แล้วจะไม่เจรจาและไม่มีการจ่ายเงินใดๆทั้งสิ้น ถ้าอยากได้เงินคืนให้ฟ้องร้องเอา ดิฉันกับเพื่อนๆจึงนัดรวมตัวกันมาแจ้งความดำเนินคดี ต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” น.ส.อัจฉรากล่าว

ด้าน ร.ต.ท.ปรีชากล่าวว่า รับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นคดีพร้อมสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมด ก่อนนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการ

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!