หน้าแรก ทั่วไป พบ โรงงานผลิตหมูปิ้ง เมืองนนท์ ใส่สารบอแรกซ์

พบ โรงงานผลิตหมูปิ้ง เมืองนนท์ ใส่สารบอแรกซ์

พบ “หมูปิ้ง” ผสมสารบอแรกซ์อื้อ ด้านกรมวิทย์ฯ ขยายผลพบต้นตอจากโรงงานผลิตหมูปิ้ง จ.นนทบุรี แถมส่งขายทั่วประเทศ เผยสั่งปิดโรงงาน-ดำเนินคดีแล้ว ชี้! เร่งจับตาโรงงานอื่นต่อ

วันนี้ ( 20 เม.ย.58 ) นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า การเฝ้าระวังความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพในประเทศนั้น บุคลากรที่ทำหน้าที่มีจำกัด ทำให้การดูแลไม่ทั่วถึง ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงทำการฝึกอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้มาร่วมเป็นหูเป็นตาให้แก่หน่วยงานราชการ

โดยในส่วนของกรมฯ ได้ฝึกอบรมให้ อสม.ใช้ชุดทดสอบ 19 ชนิดในการหาสารต้องห้ามผสมในอาหาร ทั้งนี้เมื่อ ธ.ค. 57 อสม.จ.เลย ตรวจพบหมูปิ้งที่ขายหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งมีสารบอแรกซ์ หรือสารกันบูดผสมอยู่ จึงได้แจ้งมาที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เลย เพื่อเก็บตัวอย่างส่งไปทดสอบทางห้องปฏิบัติการที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.ขอนแก่น ก็พบว่ามีสารบอแรกซ์ผสมอยู่ในหมูปิ้งจริง

นพ.อภิชัย กล่าวว่า หลังพบเหตุการณ์ดังกล่าวจึงได้แจ้งที่ประชุม สสจ.ทั่วประเทศให้เฝ้าระวัง จากการติดตามแหล่งที่มาเพิ่มเติมพบว่าหมูปิ้งผสมสารบอแรกซ์รับมาจากโรงงานผลิตที่ จ.นนทบุรี โดยเมื่อไปตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าเปิดโรงงานผลิตหมูปิ้งส่งขายทั่วประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งยังลักลอบผสมสารบอแรกซ์เข้าไปเพื่อป้องกันหมูปิ้งบูดเสีย จึงดำเนินการปิดโรงงานและดำเนินคดีตามกฎหมายข้อหาลักลอบผสมสารต้องห้ามในอาหาร

อย่างไรก็ตาม แม้โรงงานดังกล่าวจะปิดไปแล้วแต่ยังไม่ทราบว่ามีโรงงานอื่นๆ ที่ดำเนินการเช่นนี้อีกหรือไม่ จึงต้องเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอ โดยเพิ่มการอบรมการตรวจสอบ และเฝ้าระวังอาหารไม่ปลอดภัยในชุมชนให้แก่ อสม.เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นหูเป็นตาแก่เจ้าหน้าที่ราชการ

สารบอแรกซ์

สารบอแรกซ์ (Borax) มีลักษณะเป็นผงสีขาวมีชื่ออื่นๆ อีก เช่น น้ำประสานทอง สารข้าวตอก ผงกันบูด เพ่งแซ ผงเนื้อนิ่ม เป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น ทำแก้ว เพื่อทำให้ทนความร้อน เป็นสารประสานในการเชื่อมทอง เป็นสารหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราในแป้งทาตัว เป็นต้น แต่แม่ค้ามักนำมาผสมในอาหาร เพื่อให้อาหารมีความหยุ่นกรอบ คงตัวได้นาน ไม่บูดเสียง่าย

พิษของสารบอแรกซ์เกิดได้สองกรณี คือ
แบบเฉียบพลัน จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หงุดหงิด ผิวหนังอักเสบ ผมร่วง ส่วนอีกกรณีคือ
แบบเรื้อรัง จะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ผิวหนังแห้ง หน้าตาบวม เยื่อตาอักเสบ ตับไตอักเสบ

โทษของการผลิตหรือจำหน่ายอาหารซึ่งปนเปื้อนสารบอแรกซ์ ถือเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25(1) เป็นอาหารไม่บริสุทธิ ตามมาตรา 26(1) มีโทษตามมาตรา 58 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การทดสอบโดยใช้ชุดทดสอบบอแรกซ์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
สับเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ เติมน้ำยาทดสอบบอแรกซ์จนแฉะกวนให้เข้ากัน จุ่มกระดาษขมิ้นให้เปียกครึ่งแผ่น นำกระดาษขมิ้นไปตากแดดนาน 10 นาที ดูสี ถ้ากระดาษขมิ้นมีสีแดง แสดงว่าตัวอย่างมีบอแรกซ์ปนอยู่

ข้อสังเกตในการเลือกซื้ออาหารที่ปราศจากสารบอแรกซ์สำหรับผู้บริโภค
∴ ผู้บริโภคควรหลีกเลี่ยงการซื้อเนื้อหมูที่ผิดปกติจากธรรมชาติ เช่น เนื้อหมูที่แข็ง กดแล้วเด้ง หรือมีผิวเป็นเงาเคลือบ
∴ ไม่ควรซื้อหมูบดที่สำเร็จรูป ควรซื้อเป็นชิ้นแล้วนำมาล้างให้สะอาด โดยนำมาบดหรือสับเอง
∴ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีลักษณะกรอบเด้ง หรืออยู่ได้นานผิดปกติ

ขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์ , กระทรวงสาธารณะ
ภาพประกอบจาก อินเทอร์เน็ต

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!