หน้าแรก ทั่วไป ไฟตัดหมอก ใช้ให้ถูก ใช้ให้เป็น เห็นใจผู้อื่น

ไฟตัดหมอก ใช้ให้ถูก ใช้ให้เป็น เห็นใจผู้อื่น

การใช้ไฟตัดหมอกสามารถใช้ได้ โดยเฉพาะในหน้าฝนที่ตกบ่อยๆ แต่ถ้าจะให้ดีจริงๆ สถานการณ์ที่ควรจะต้องเปิดไฟตัดหมอก ได้แก่
1.กรณีเกิดฝนตก โดยเฉพาะช่วงฝนตกหนัก
2.เมื่อเจอหมอก
3.หลังฝนหยุดในเวลากลางคืน การเห็นเส้นทางที่จะทำได้ชัดเจนจริงๆ ไม่ว่าป้ายบอกทางและเส้นจราจรต่างๆ ช่วยให้คุณขับรถได้ง่ายขึ้น โดยปกติแล้วเมื่อฝนตกจนหยุดแล้ว ถนนจะยังเปียกชื้น แม้เราเปิดไฟใหญ่ไป แต่ก็จะพบว่ามันไม่ค่อยสว่างนัก ไฟตัดหมอกจะขจัดปัญหานี้ และช่วยลดการสะท้อนของน้ำที่ผิวถนนไปด้วยในตัว
4.ขับผ่านกลุ่มควัน

จงจำไว้ว่าไฟตัดหมอกไม่ใช่แฟชั่น ไม่ควรใช้อย่างพร่ำเพรื่อ เพราะนอกจากจะแสดงถึงมารยาทที่ไม่ดีแล้ว อาจเจอข้อหาเปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีสาเหตุ มีโทษสูงสุดปรับ 500 บาท การขับรถควรจะปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและเพื่อนร่วมทางคนอื่นๆ

ขับรถโปรดเคารพกฏจราจร เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและเพื่อนร่วมทางคนอื่นๆ อย่าเปิดไฟตัดหมอกพร่ำเพรื่อแล้วไปก่อความเดือดร้อนแยงตากับผู้ร่วมทางคนอื่นกันเลยครับ การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมายและต้องถูกจับกุมเมื่อพบเห็น เหมือนกับที่หลายท่านพูดกันว่า “ไม่มีหมอก จะเปิดไฟตัดหมอกหาอะไรกัน ”

โดยกฏหมายเกียวกับไฟตัดหมอกระบุไว้ชัดเจนตาม พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 11 “ในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็น คน รถ หรือสิ่งกีดขวางในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร ผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟหรือใช้แสงสว่างตามประเภท ลักษณะ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฏกระทรวง ”
โดย”ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2536)ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 มาตรา 11 และมาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของ (1) ในข้อ2 แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
“รถคันใดจะมีโคมไฟหน้ารถเพื่อใช้ตัดหมอกก็ได้ โดยติดหน้ารถข้างละหนึ่งดวงอยู่ในระดับเดียวกัน ใช้ไฟแสงขาวหรือแสงเหลืองมีกำลังไฟเท่ากัน ไม่เกินดวงละ 55 วัตต์สูงจากพื้นทางราบไม่เกินกว่าระดับโคมไฟแสงพุ่งไกลและโคมไฟแสงพุ่งต่ำ ศูนย์รวมแสงต้องอยู่ต่ำกว่าแนวขนานกับพื้นทางราบไม่น้อยกว่า 2 องศา หรือ 0.20 เมตร ในระยะ 7.50 เมตรและไม่เฉไปทางขวา”
ข้อ 2 ให้ยกเลิกความใน (ข) ของ (2) ในข้อ2 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่2(พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(ข) โคมไฟหยุด ให้ติดท้ายรถอย่างน้อยข้างละหนึ่งดวง โคมไฟทั้งสองข้างต้องอยู่ในระดับเดียวกัน และจะติดตรงกึ่งกลางด้านท้ายภายในรถเพิ่มอีกหนึ่งดวงก็ได้ ใช้ไฟแสงแดงมีกำลังไฟเท่ากันไม่เกินดวงละ 10 วัตต์ และมีแสงสว่างสามารถมองเห็นได้จากระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร เมื่อใช้ห้ามล้อไฟต้องไม่กระพริบ”
ข้อ 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (3 ทวิ) ของข้อ 13 แห่งกฎกระทรวงฉบับที่2 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
“(3 ทวิ) ในกรณีที่รถมีโคมไฟเพื่อใช้ตัดหมอก จะเปิดไฟหรือใช้แสงสว่างได้เฉพาะในทางที่จะขับรถผ่านมีหมอก ควัน หรือฝุ่นละอองจนเป็นอุปสรรคอันอาจเกิดอันตรายในขณะขับรถ และเมื่อไม่มีรถอยู่ด้านหน้าหรือสวนมาในระยะของแสงไฟ”
สรุป ตามกฎหมาย ไฟตัดหมอก ต้องเปิดได้เมื่อเวลามีหมอก หรือทัศนวิสัยไม่ดีเท่านั้น เปิดพร่ำเพรื่อ มีความผิด โทษปรับไม่เกิน 500 บาท ครับ

ไฟตัดหมอก

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!