หน้าแรก ทั่วไป 17 ปี โกย 1.4 หมื่นล้าน รายได้ขายหวยรัฐ “เจ๊สะเรียง” 5 เสือ กองสลาก

17 ปี โกย 1.4 หมื่นล้าน รายได้ขายหวยรัฐ “เจ๊สะเรียง” 5 เสือ กองสลาก

สำนักข่าวอิศรา

เปิดละเอียด ยอดรวมรายได้ผลประกอบการธุรกิจ ตัวแทนขายหวยรัฐ บ.สลากมหาลาภ “เจ๊สะเรียง”แห่ง 5 เสือกองสลาก ย้อนหลัง 17 ปี โกย 1.4 หมื่นล้าน พบรุ่งเรืองสุดยุค “ยิ่งลักษณ์” พุ่งทะลุหลักพันล.

การปรากฎข้อมูลตัวเลขรายได้ จำนวน 1,575 ล้านบาท ในงบการเงินแสดงผลประกอบการธุรกิจ ปี 2556 ของ บริษัท สลากมหาลาภ จำกัด ของ น.ส.สะเรียง อัศววุฒิพงษ์ หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในปัจจุบัน จำนวน 1.6 ล้านฉบับ/งวด (จากยอดรวมสลากทั้งหมด 74 ล้านบาท)

(อ่านประกอบ : 1,575 ล้าน! รายได้ล่าสุด บ.สลากมหาลาภ รับโควตาหวย 1.6 ล้านใบ/งวด)

คงพอจะทำให้ใครหลายคน ยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้นว่า “ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายสลากฯ” เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สร้างรายได้ผลตอบแทนอย่างมหาศาลให้กับผู้เป็นเจ้าของ และมีเอกชนจำนวนมาก ที่ต้องการหาช่องทางเข้ามาลงทุนทำธุรกิจนี้ ในช่วงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

เพื่อให้เห็นภาพการทำธุรกิจตัวแทนจำหน่ายสลากฯ ของ บริษัท สลากมหาลาภ จำกัด มากยิ่งขึ้น สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบข้อมูลบริษัท สลากมหาลาภ และผลประกอบการทางธุรกิจ ที่แจ้งไว้ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ย้อนหลังไป 21 ปี มานำเสนอให้เห็นภาพชัดๆ ดังนี้

@ ข้อมูลบริษัท

บริษัท สลากมหาลาภ จำกัด แจ้งจดทะเบียนจัดตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2537 มีทุนเริ่มต้น 15 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่ 812/35 ซอยจรัลสนิทวงศ์ 3 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

แจ้งประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล สลากกาชาด สลากรางวัลต่างๆ ที่ออกโดยรัฐบาล

ปรากฎชื่อ “นายพิชัย บุญดี” เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ รายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 23 พ.ย.2537 มีจำนวน 7 ราย น.ส.สะเรียง อัศววุฒิพงษ์ ถือหุ้นใหญ่สุด 149,400 หุ้น มูลค่า 14,940,000 บาท (ดูเอกสารประกอบ)

ต่อมาวันที่ 7 ก.พ.38 บริษัทฯ แจ้งชื่อน.ส.สะเรียง อัศววุฒิพงษ์ เข้ามาเป็นกรรมการเพิ่มอีกหนึ่ง คน และแจ้งเพิ่มชื่อ นายสมเกียรติ อัศววุฒิพงษ์ เข้ามาเป็นกรรมการเพิ่มเติมอีก เมื่อวันที่ 22 มี.ค.38

จากนั้นวันที่ 9 มี.ค.38 บริษัทฯ แจ้งกรรมการลาออกจากตำแหน่ง 2 ราย คือ นายพิชัย บุญดี และ นายสมเกียรติ อัศววุฒิพงษ์

เหลือ น.ส.สะเรียง อัศววุฒิพงษ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจเพียงคนเดียว

3 ก.พ. 40 บริษัทฯ แจ้งเปลี่ยนที่ตั้งใหม่ เป็นเลขที่ 153 ถนนตะนาว แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (ที่อยู่ของน.ส.สะเรียง ที่แจ้งไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า )

4 มิ.ย.40 บริษัทฯ แจ้งลดทุนจำนวนลงเหลือ 4 ล้านบาท (น.ส.สะเรียง ถือหุ้นใหญ่สุด)

14 มี.ค.46 บริษัทฯ แจ้งเพิ่มวัตถุประสงค์ รับจ้างดำเนินการ และให้บริการระบบเครือข่าย เครื่องจำหน่ายสลาก

วันที่ 23 ม.ค.49 บริษัทฯ แจ้งย้ายที่ตั้งใหม่ เป็น 77 ซอยอาคารพิบูลวัฒนา ถนนพระราม 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ

รายชื่อผู้ถือหุ้น ล่าสุด ณ วันที่ 2 มิ.ย.57 มีจำนวน 7 ราย น.ส.สะเรียง อัศววุฒิพงษ์ ถือหุ้นใหญ่สุด 39,994 หุ้น มูลค่า 3,999,400 บาท (ดูเอกสารประกอบ)

@ผลประกอบการธุรกิจ

ปรากฎข้อมูลนับตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปี 2556 (งบการเงินปีล่าสุดที่บริษัทฯ นำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือปี 2556 เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.57 ปัจจุบันยังไม่ได้นำส่งงบการเงินปี 2557) มีรายละเอียดดังนี้

ปี 2540 แจ้งว่ามีรายได้จากการขาย 880,374,530 บาท รวมรายได้ 880,374,530 บาท มีต้นทุนสินค้า 879,010,533.34 รวมรายจ่ายอีก 456,692.45 บาท กำไรสุทธิ 907,304.21 บาท

ปี 2541 แจ้งว่า มีรายได้จากการขาย 880,223,525 บาท รวมรายได้อื่น 880,223,525 บาท มีต้นทุนสินค้า 879,280,666.65 รวมรายจ่ายอีก 402,708.16 บาท กำไรสุทธิ 540,150.19 บาท

ปี 2542 แจ้งว่า มีรายได้จากการขาย 965,444,600 บาท รวมรายได้อื่น 965,444,600 บาท มีต้นทุนสินค้า 965,096,716.90 บาท รวมรายจ่ายอีก 418,800.59 บาท ขาดทุนสุทธิ 70,917.49 บาท

ปี 2543 แจ้งว่ามีรายได้จากการขาย 982,867,620 บาท รวมรายได้อื่น 982,867,620 บาท ต้นทุนสินค้าที่ขาย983,216,648.74 บาท รวมรายจ่ายอีก 376,765.24 บาท ขาดทุนสุทธิ 725,793.98 บาท

ปี 2544 แจ้งว่า มีรายได้จากการขาย 960,174,000 บาท รวมรายได้อื่น 961,180,509.38 บาท ต้นทุนสินค้าที่ขาย952,980,000 บาท รวมรายจ่ายอีก 8,730,422.63 บาท ขาดทุนสุทธิ 529,913.25 บาท

ปี 2545 แจ้งว่า มีรายได้จากการขาย 960,072,000 บาท รวมรายได้อื่น 961,085,513.28 บาท รวมรายจ่าย 960,791,204.59 บาท กำไรสุทธิ 294,308.69 บาท

ปี 2546 แจ้งว่า มีรายได้จากการขยายสลากฯ 959,507,160 บาท รวมรายได้อื่น 960,521,026 บาท รวมรายจ่าย 959,850,884.40 บาท กำไรสุทธิ 357,700.11 บาท

ปี 2547 แจ้งว่า มีรายได้จากการขายสลากฯ 959,636,000 บาท รวมรายได้อื่น 960,647,621.38 บาท รวมรายจ่าย 960,041,921.25 บาท กำไรสุทธิ 276,547.28 บาท

ปี 2548 แจ้งว่า มีรายได้จากการขายสลากฯ 946,719,500 บาท รวมรายได้อื่น 947,727,359.55 บาท รวมรายจ่าย 951,826,606.35 ขาดทุนสุทธิ 4,099,325.40 บาท

ปี 2549 แจ้งว่า มีรายได้จากการขายสลากฯ 274,680,000 บาท รวมรายได้อื่น 274,681,409.01บาท รวมรายจ่าย 276,787,573.72 บาท ขาดทุนสุทธิ 2,106,178.80 บาท

ปี 2550 มีแค่รายได้อื่น 62.23 มีรวมรายจ่าย 23,206.38 บาท ขาดทุนสุทธิ 23,144.77 บาท

ปี 2551 มีแค่รายได้อื่น 62.72 บาท มีรายจ่ายรวม 20,965.10 บาท ขาดทุนสุทธิ 20,903 บาท

ปี 2552 แจ้งว่า มีรายได้จากการขาย 168,750.00 บาท รวมรายได้อื่น 168,786.83 บาท ขาดทุนสุทธิ 14,185.63 บาท

ปี 2553 แจ้งว่า มีรายได้จากการขาย 658,847,925 บาท รวมรายได้อื่น 658,854,455.49 บาท กำไรสุทธิ 424,287.78 บาท

ปี 2554 แจ้งว่า มีรายได้จากการขาย 1,634,080,000 บาท รวมรายได้อื่น 1,634,089,444.02 บาท กำไรสุทธิ 917,056.04 บาท

ปี 2555 แจ้งว่ามีรายได้จากการขาย 1,750,800,000 บาท รวมรายได้อื่น 1,750,812,566.86 บาท กำไรสุทธิ 1,182,878.29 บาท

ปี 2556 แจ้งว่า มีรายได้จากการขาย 1,575,720,000 บาท รวมรายได้อื่น 1,575,850,989.87 บาท กำไรสุทธิ 1,405,882.98 บาท

ทั้งนี้ หากคิดรวมเฉพาะรายได้ นับตั้งแต่ ปี 2540 -2556 รวมระยะเวลา 17 ปี จะพบตัวเลขรายได้อยู่ที่ 14,389,315,734.95 บาท

ส่วนการทำธุรกิจที่ผ่านมา ยุคที่รุ่งเรืองที่สุด คือ ยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ น.ส.สะเรียง หรือ เจ๊สะเรียง ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งใน “5เสือ กองสลาก”

http://www.isranews.org/investigative/invest-slide/item/38377-inves_38377.html

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!