หน้าแรก อาชญากรรม “ชูวิทย์” ชี้ “คีรีมายา” เหมือนซุกขยะไว้ใต้พรม

“ชูวิทย์” ชี้ “คีรีมายา” เหมือนซุกขยะไว้ใต้พรม

วันที่ 22 เม.ย. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ I′m No.5 เมื่อวันที่ 13 เมษายน ถึงประเด็นการถือครองเอกสารสิทธิ์ที่ดินของบุคคลบางกลุ่ม ที่อาจเข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยมีเนื้อหาระบุว่า

มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะ “ซุกขยะไว้ใต้พรม” อีกต่อไป เรื่องราวไม่ชอบมาพากลของประเทศไทยยังมีอีกมากที่จะให้ผมเปิดเผย

แต่นี่แหละครับ “ประเทศไทย” หากไม่ถึงคราวซวยก็ร่ำรวยกันไป เมื่อออกตัวว่าเป็น “คนดี” แล้วไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ก็ต้องแน่ใจว่าบริสุทธิ์จริง เพราะสปอทไลท์มันแรง แต่หากไม่แน่จริง ผมแนะนำว่ากลับไปทำมาหากินเงียบๆเสียเถอะ

เรื่องราวของที่ดิน “เขาใหญ่” หรือ สารพัดเขาไหนๆทั่วประเทศไทย รวมถึงชายทะเลในบริเวณที่มีความต้องการซื้อขายสูง ไม่ว่าเชียงใหม่ เชียงราย เพชรบูรณ์ เลย ภูเก็ต สมุย กำลังตกอยู่ในมือนายทุน ชาวบ้านตาสีตาสาอย่าริมาอาดเอื้อม เพราะต้องเป็นระดับมหาเศรษธีเท่านั้นที่บุกรุกกว้านซื้อด้วยวิธีพิสดารได้ ทั้งๆที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนเรื่องคุณสมบัติและวัตถุประสงค์ของที่ดิน

แต่เพราะ “ความโลภ” ไม่เคยปรานีใคร บรรดานายทุนจึงไปกว้านซื้อทำรีสอร์ทบ้าง สนามกอล์ฟบ้าง โรงแรมหรูบ้าง แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าที่ดินมีที่มาไม่ถูกต้อง

นิสัยนายทุนมันก็เหมือนกันหมด หน้าด้านหน้าทน ส่วนคนจนนั้นดันหน้าบาง

จากข้อมูลของผม มีการร้องเรียนเกิดขึ้นทั่วประเทศ ที่หนักสุดคือ เขาใหญ่ เขาค้อ เกาะสมุย ภูเก็ต เป็นสี่จุดใหญ่ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องรีบปูพรมตรวจสอบ อย่าอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ เพราะเรื่องนี้ตรวจเมื่อไหร่ก็เจอเมื่อนั้น

ที่ดินของ “คีรีมายา” ในอดีตมีส่วนเกี่ยวข้องกับ “ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ” (BBC) ซึ่งล้มละลายหายสาปสูญไปแล้ว

กรรมการของธนาคารสองคน คือ นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ ที่เสียชีวิตไปแล้วในขณะดำเนินคดี และ นายราเกซ สักเสนา ที่หนีไปอยู่แคนาดาเกือบสิบปี กว่าจะตามตัวส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาได้ ปัจจุบันอยู่ในคุกบางขวาง ทั้งสองร่วมกันเอาที่ดินที่ไม่มีคุณภาพ ที่ดินตาบอด ที่ดินในเขตป่าสงวน มาจำนองและรู้กันกับกรรมการแบงค์ แอบอนุมัติให้วงเงินสูงๆ ที่ดินบางแปลงมูลค่าไม่ถึงไร่ละสองหมื่น แต่ไปจำนองได้ไร่ละสองล้าน

คีรีมายาอ้างว่าได้ที่ดินมาจากกรมบังคับคดี ซึ่งยึดมาจาก BBC มาไล่ขายทอดตลาด แต่ปัญหาก็คือ ที่ดินมีความเป็นมาไม่ถูกต้อง

แถมที่ดินดังกล่าว ยังมีการรุกล้ำลำรางสาธารณะ ปิดกั้นฝายน้ำ เพราะเมื่อเป็นสนามกอล์ฟก็ต้องลงทุนตกแต่งทำเนิน ขุดบ่อทรายตามที่ออกแบบไว้ ท้ายสุดก็รุกล้ำปิดกั้นลำรางจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม อีกทั้งอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติเสียขนาดนั้น วัตถุประสงค์ของกฎหมายย่อมไม่เปิดช่องให้เอาไปทำสนามกอล์ฟ แต่เขาเปิดช่องให้เกษตรกรเอาไปทำมาหากิน

ถึงจะอ้างว่าจ่ายเงินซื้อมาอย่างถูกต้อง แต่เมื่อที่มามันผิดมาตั้งแต่อดีต คุณก็ต้องรับผิดชอบ

ทุ่มเงินซื้อที่ดินเป็นพันไร่ จะบอกว่าไม่ได้ตรวจสอบที่มาอย่างงั้นหรือ? แถมยังยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่าตัวเองถูกต้องนักหนา หาว่าผมเป็นคู่กรณี ทั้ง ๆ ที่ผมพูดเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ปกป้องป่าสงวนให้ลูกหลาน

ก็ไม่ใช่ไอ้ “โมฆะบุรุษ” อย่างผมเหรอครับ ที่ออกมาพูดปาวๆ อยู่คนเดียว ส่วน “วีรบุรุษ” คนดีอย่างแก๊งนกหวีดล่ะครับ ทำบ้านเมืองฉิบหายไปเท่าไหร่ นกหวีดหายไปไหนหมดแล้ว?

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!