หน้าแรก อาชญากรรม อายัด77ล้าน ตัดวงจร ยานรก

อายัด77ล้าน ตัดวงจร ยานรก

ป.ป.ส.ผนึกกำลังจู่โจมค้นรวด17จว.3เครือข่ายคุกดัง

ป.ป.ส.ร่วมหลายหน่วยงานเปิดยุทธการขยายผลตัดวงจรการเงินเครือข่ายยานรกรายสำคัญ กระจายกำลังลงพื้นที่เป้าหมาย 3 เครือข่ายนักโทษเรือนจำ ลุยพื้นที่ 17 จังหวัด ยึดอายัดทรัพย์สิน 77 ล้านบาท ล้วนเป็นขบวนการเชื่อมโยงมาจากในคุก

ที่สำนักงาน ป.ป.ส. เที่ยงวันที่ 6 พ.ค. นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต เลขาธิการ ป.ป.ส. พ.ต.ท. สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ร.อ.สมพงษ์ สุขสงวน ผู้แทนกองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมแถลงเปิดยุทธการขยายผลตัดวงจรการเงินเครือข่ายยาเสพติด ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 6-9 พ.ค. มุ่งตัดวงจรการเงินเพื่อทำลายเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ 8 เครือข่าย เป้าหมายบุคคลรวม 42 ราย ตรวจค้น 44 พื้นที่ ใน 17 จังหวัด เพื่อยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายนักค้ายาเสพติด รวมมูลค่าประมาณ 77 ล้านบาท

นายเพิ่มพงษ์เผยรายละเอียดว่า ได้กระจายกำลังลงพื้นที่เป้าหมาย 3 เครือข่าย เป้าหมายบุคคลรวม 10 เป้าหมาย พื้นที่ 19 พื้นที่ ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กทม. 8 จุด อ่างทอง นครปฐม ราชบุรี หนองบัวลำภู จังหวัดละ 2 จุด และกาญจนบุรี 3 จุด จับผู้ต้องหาได้ 4 คน ยึดทรัพย์มูลค่าประมาณ 61.4 ล้านบาท ได้แก่ เครือข่ายแรกของ น.ช.ศักดา หรือตี๋ เลิศรัศมีทัศน์ ที่ สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ จับกุมนายยุทธนา หรือแบงค์ ทัพชู พร้อมยาบ้า 3,600 เม็ด สั่งซื้อจาก น.ส.เบญจพร หรือเจ๊มด ศรีสุทัศน์ ภรรยาของ น.ช.ศักดา หรือตี๋ เลิศรัศมีทัศน์ ผู้ต้องขังคดียาเสพติดในเรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี จึงออกหมายจับในข้อหาสมคบ และสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แก่ น.ช.ศักดา และ น.ส.เบญจพร พร้อมเข้าทลายเครือข่าย 6 เป้าหมายบุคคลใน 8 จุด

เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 40 ซอยนาคนิวาส 12 ถนนนาคนิวาส แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. จับกุม น.ส.เบญจพร หรือ “เจ๊มด” ศรีสุทัศน์ ยึดเงินสดเกือบ 10 ล้านบาท ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดอื่นได้เข้าตรวจค้นบุคคลในเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอีก 5 จุดในพื้นที่ กทม. และ จ.หนองบัวลำภู รวมทุกจุดสามารถยึดและอายัดบ้าน ที่ดิน ยานพาหนะ ทองรูปพรรณ บัญชีธนาคาร เงินสด 9.97 ล้านบาท รวมยึดอายัดทรัพย์สินของเครือข่าย น.ช.ศักดา หรือตี๋ เลิศรัศมีทัศน์ ได้กว่า 43.05 ล้านบาท

เครือข่ายที่สองของ น.ช. สมชาย หลาบเจริญ สืบเนื่องจากตำรวจ ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา จับกุมนายสามารถ แจ่มกระจ่าง และขยายผลจับกุมนางสมพิศ แตงอ่อน ยาบ้า 38,000 เม็ด และยาไอซ์ 850 กรัม ผู้ต้องหาให้การว่า ทำหน้าที่เก็บพักและจำหน่ายยาเสพติดให้แก่ น.ช.สมชาย ผู้ต้องขังเรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกจับกุมพร้อมยาบ้า 8,000 เม็ด ที่ อ.เมืองอ่างทอง มีนางสาหร่าย ดีพลา มารดา น.ช.สมชาย และนางวันเพ็ญ ดีพลา เป็นผู้ร่วมขบวนการเรื่องการเงินภายนอกเรือนจำ ได้แจ้งข้อหาสมคบ และสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แก่ น.ช.สมชาย นางสาหร่าย และนางวันเพ็ญ

จากนั้น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.เข้าค้นเครือข่าย น.ช.สมชาย รวม 4 เป้าหมายบุคคล ใน 6 พื้นที่ปฏิบัติการ เช่นที่ กทม. อ่างทอง นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี และนครราชสีมา ตรวจค้นบ้านเลขที่ 53 ม.4 ต.คลองวัว อ.เมืองอ่างทอง จับกุมนางสาหร่าย ตรวจค้นบ้านเลขที่ 3/2 ม.4 ต.คลองวัว อ.เมืองอ่างทอง จับกุมนางวันเพ็ญ และจับกุม น.ส.ดุจดาว พิสูตร หรือพิชญาฎา เอกวัฒนาพิพัฒน์ ขณะเดินทางไปเยี่ยมสามีที่เรือนจำกลางคลองไผ่ ทั้ง 3 เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 ใน 4 ราย และยังเข้าตรวจค้นเป้าหมายอีก 1 ราย ในพื้นที่ 6 จุด อายัดที่ดิน 25 ไร่ รถ จยย. 1 คัน บัญชีธนาคาร 11 บัญชี เงินสด 70,000 บาท ทองรูปพรรณ 2 รายการ วัวพันธุ์ 6 ตัว รวมยึดอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายนักโทษรายนี้กว่า 17.85 ล้านบาท

เครือข่ายสุดท้ายของ น.ช.โสรส พงษ์ศักดิ์ขจร หลังเรือนจำกลางเขาบิน ร่วมกับตำรวจ ภ.จ.ราชบุรี จับกุม น.ส.หนึ่งฤทัย นวมอารีย์ ภรรยา น.ช.โสรส พร้อมยาไอซ์ 650 กรัม ขณะลักลอบนำเข้าไปในเรือนจำกลางเขาบิน โดย น.ช.โสรสเป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติดในเรือนจำกลางเขาบิน อยู่ในเรือนจำยังมีพฤติการณ์สั่งยาเสพติดให้ญาติและผู้ใกล้ชิดลักลอบนำเข้ามาให้จนถูกจับกุมได้ในที่สุด ในครั้งนั้นได้อายัดทรัพย์สินไปแล้วหลายรายการ ล่าสุดเข้าตรวจยึดอีก 1 จุด อายัดที่ดินของ น.ส.หนึ่งฤทัย 2 แปลง ในพื้นที่ จ.ราชบุรี และ จ.กาญจนบุรี มูลค่าประมาณ 500,000 บาท

เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวสรุปว่า ร่วมกับ 7 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการกองทัพไทย กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมการปกครอง และสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออก เป้าหมายจะยึดตามหลักฐานที่มีหรือสาวไปถึงโดยจะยึดทรัพย์ จับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำลายเครือข่าย ใช้ พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 (มาตรการสมคบ และอายัดทรัพย์สิน) รวมไปถึงมาตรการกฎหมายฟอกเงินกับนายทุน ผู้สั่งการหรือผู้อยู่เบื้องหลังที่รับผลประโยชน์ไม่ว่าจะโดยการครอบครองทรัพย์สินต่างๆ ทั้งในชื่อตนเองหรือของบุคคลอื่น รวมไปถึงกระทำการฟอกเงินในลักษณะใดๆ โดยใช้มาตรการริบทรัพย์เป็นสำคัญ

ที่มา http://www.thairath.co.th/content/497259

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!