หน้าแรก อาชญากรรม เปิดแฟ้มคดีฆ่ายกครัว “ปทุมวาสนา” 5 ศพ

เปิดแฟ้มคดีฆ่ายกครัว “ปทุมวาสนา” 5 ศพ

ชื่อของตระกูล “ปทุมวาสนา” กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังจากมีข่าว น.ส.ชนิตา กินนิส อายุ 38 ปี ถูกคนร้ายจี้อุ้มขึ้นรถ รุมทำร้าย จับมัดมือ หักคอ และเมื่อคิดว่าเสียชีวิตก็นำตัวขึ้นรถแท็กซี่ นำร่างไปโยนทิ้งที่บริเวณบ่อปลา หลังสนามกอล์ฟสุภาพฤกษ์ ใกล้กับ ม.เอแบค อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

น.ส.ชนิตา คือพยานสำคัญ ที่มีความเกี่ยวข้องกับคดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่ถูกดำเนินคดีหมิ่นเบื้องสูง และรับสินบน ก่อนเกิดเหตุอยู่ระหว่างออกจากบ้าน เพื่อเดินทางไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังระบุว่า คือทายาทมรดกหลายร้อยล้านบาทของตระกูลปทุมวาสนา ที่ถูกฆ่าล้างครอบครัวที่บ้านพักย่านลาดพร้าว เมื่อราวเดือนเมษายนปี 2552 โดยตนเป็นบุตรสาวของภรรยาคนที่ 2 ของนายธนยศ ปทุมวาสนา อายุ 52 ปี เจ้าของธุรกิจโรงงานเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ ซึ่งหลังจากผู้เป็นพ่อ พร้อมเมียคนที่ 3 และลูกๆ ถูกฆ่ายกครัว 5 ศพ ตนก็ถูกขู่ฆ่ามาโดยตลอด

คดีฆ่ายกครัว “ปทุมวาสนา” เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 เมษายน ปี 2553 ตำรวจนครบาลลาดพร้าว รับแจ้งมีผู้เสียชีวิต 5 คน ภายในบ้านพักหรู ในเนื้อที่ 1 ไร่ ย่านบึงกุ่ม ในสภาพที่เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 – 6 วัน

ผู้เสียชีวิตคือ นายธนายศ ปทุมวาสนา อายุ 52 ปี เจ้าของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ และธุรกิจซื้อขายที่ดิน, นางกนกกาญจน์ โพธิ์ทอง อายุ 48 ปี ภรรยา, น.ส.ศศิมา หรือ เกรท ปทุมวาสนา อายุ 17 ปี, นายธนวัฒน์ หรือ กอล์ฟ ปทุมวาสนา อายุ 15 ปี ลูกสาวกับลูกชาย และ นางสำรอง บัวแก้ว อายุ 47 ปี สาวใช้

แต่ละศพมีทั้งบาดแผลถูกยิง และถูกใช้ผ้าปิดจมูก ทำให้เสียชีวิต ขณะที่ทรัพย์สินในบ้านถูกรื้อค้น ตู้เซฟ และซีพียูคอมพิวเตอร์ รวมถึงรถยนต์หรูหายไป

ไม่นานตำรวจสามารถติดตามจับตัวผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ นายวันชัย อ้นปันส์ และนายปริทรรศ นุ่มน้อย จำเลยที่ 2 ทั้งสองมีอาชีพขับรถแท็กซี่ โดยนายวันชัยเคยต้องคดีปล้นทรัพย์มาแล้ว ส่วนนายปริทรรศเคยต้องคดีฆ่าคนตาย และเพิ่งพ้นโทษออกมา การสอบปากคำในเบื้องต้น ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ แต่ชุดจับกุมยังไม่เชื่อในคำให้การ

ต่อมา ตำรวจกองปราบปราม จับนายธรายุทธ แสนสุข, นายอำนาจ ภราดรพิทักษ์ จำเลยที่ 3 และ 4 ซึ่งทั้ง 2 คนให้การสอดคล้องกันเกือบทั้งหมด ว่าคดีนี้มีผู้บงการคือนายวันชัย เป็นตัวการหลักที่เชื่อมต่อไปยังบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง หรือเป็นผู้รับงานมาอีกทอด

การสืบสวนยังพบประเด็นที่เชื่อว่าจะเป็นปมการสังหารคือ ประเด็นการทำธุรกิจแชมพูสมุนไพรที่ ภรรยานายธนายศ ที่เสียชีวิต ทำธุรกิจร่วมกับนายธนกร สมบูรณ์ชัย รวมทั้งการรับฝากจำนองที่ดิน ในจังหวัดปทุมธานี

จากเอกสารข้อมูลตำรวจเชื่อว่านายธนกร เป็นผู้จ้างวาน และนายพงษ์พันธุ์ ศุภรัศมี ในฐานะผู้ใช้จ้างวาน แม้ทั้ง 2 คนจะปฏิเสธ แต่จากพยานหลักฐานที่พบทำให้ตำรวจใช้เวลาเพียง 2 เดือน จนสามารถปิดคดีได้ในที่สุด

ไม่ว่าเหตุที่เกิดขึ้นกับ น.ส.ชนิตา จะมาจากคดีมรดกมหาศาลจากผู้เป็นพ่อ ที่ถูกฆ่าตายเมื่อปี 2552 หรือเกี่ยวพันกับการเข้าไปเป็นพยานสำคัญในคดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ก็ตาม ถือว่าคนร้ายอุกอาจและเป็นอย่างมาก เพราะก่อเหตุในช่วงกลางวันแสกๆ และทำการจี้เหยื่อจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรามอินทรา

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!