หน้าแรก อาชญากรรม พลิกปูมคดียึดทรัพย์ 10 นักการเมือง- ขรก.ก่อนศาลฎีกาฯฟัน“ณฐกมล”68 ล้าน

พลิกปูมคดียึดทรัพย์ 10 นักการเมือง- ขรก.ก่อนศาลฎีกาฯฟัน“ณฐกมล”68 ล้าน

หากนับ น.ส.ณฐกมล (นฤมล) นนทะโชติ ลูกสาว พล.อ.สัมฤทธิ์ นนทะโชติ คนสนิท พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษายึดทรัพย์ จำนวน 68 ล้านบาทเมื่อ 4 ธ.ค.57

ในรอบ 13 ปี (2545-2557) มีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษายึดทรัพย์ 3 ราย

สำนักข่าวอิศรารวบรวมข้อมูลมาเสนอดังนี้

1. นายรักเกียรติ สุขธนะ (อดีต)รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ลงมติว่าปกปิดบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและร่ำรวยผิดปกติ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2545 ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายึดทรัพย์ 233,880,000 บาท ตกเป็นของแผ่นดินเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2546 และวันที่ 28 ตุลาคม 2546 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 15 ปี ในข้อหาทุจริตจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขโดยการเรียกรับเงิน 5 ล้านบาทจากเจ้าของบริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด

2. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษายึดทรัพย์ 46,373,687,454.70 บาท เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553

ทั้งนี้ กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นการยึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรีที่มีอิทธิพลทางการเงินและบารมีทางการเมือง เกิดขึ้นภายหลังรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยมีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาตรวจสอบทรัพย์สิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นการเฉพาะ กระบวนการไต่สวนดำเนินการตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินชี้ขาด

ขณะที่การยึดทรัพย์ข้าราชการ ภายหลังพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ พ.ศ. 2518 (ป.ป.ป.) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ที่ให้มี คณะกรรมการ ป.ป.ช. จนถึงปัจจุบัน มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าสู่กระบวนการร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินในข้อหาคอร์รัปชั่นหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติถูกพิพากษายึดทรัพย์ อย่างน้อย 8 ราย

1.พล.อ.ชำนาญ นิลวิเศษ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) ชี้มูลว่าร่ำรวยผิดปกติจำนวน 69.1 ล้านบาท เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2528 และศาลฎีกาตัดสินเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2539

2.นายเมธี บริสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ศาลฎีกาพิพากษายึดทรัพย์ 12 ล้านบาท เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541

3.นายธีระชัย ชัยสุนทรโยธิน เจ้าหน้าที่บริหารงานพัสดุ 6 สำนักงานชลประทานที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) ตรวจสอบพบว่าปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตสร้างความร่ำรวยจากตำแหน่งที่มีอำนาจหน้าที่ระหว่างปี 2518 – 2529 และถูกศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายึดทรัพย์ 2,065,000 บาท เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2543

4. นายสุวิทย์ ลอยใหม่ เจ้าหน้าที่ระดับ 3 องค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์ ถูกร้องเรียนว่า แสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายระหว่างปี 2521 ถึง 2525 ศาลอุทธรณ์พิพากษายึดทรัพย์ 1,773,555.55 บาท เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2543

5. นายสมภพ อุณหวัฒน์ นายช่างโยธาระดับ 9 กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) ชี้มูลว่าร่ำรวยผิดปกติ เมื่อ วันที่ 29 มิถุนายน 2537 ศาลพิพากษายึดทรัพย์ 73,525,436.09 บาท เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2547

6. นายสุนทร ตันถาวร ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. วินิจฉัยว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นในลักษณะร่ำรวยผิดปกติระหว่างปี 2539-2542 จำนวน 15,260,380.56 บาท ศาลแพ่งพิพากษายึดทรัพย์ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2547

7. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลว่าร่ำรวยผิดปกติ จำนวน 64.7 ล้านบาท เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2555 ส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลอาญายึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินต่อมา 31 ม.ค. 57 ศาลแพ่ง มีคำสั่งให้ทรัพย์สินของ นายสุพจน์ กับพวก ซึ่งเป็นเครือญาติ 7 คน อาทิ เงินสด เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ต่างๆ รวม 9 บัญชี เงินฝากในสหกรณ์ออมทรัพย์กรมทางหลวง โฉนดที่ดินย่านต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด บ้านพัก รถยนต์ ห้องชุด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 64,998,587 บาท พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดิน

และ 8. พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ถูก คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลเมื่อ วันที่ 6 ก.พ.2557 ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ จำนวน 296,323,911 บาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน

จากนี้ใครคิวต่อไป? ต้องติดตาม

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!