หน้าแรก อาชญากรรม ‘หลวงปู่สุข’ พ่อพระหมอ อโหสิ มือปืนหลังขอขมา

‘หลวงปู่สุข’ พ่อพระหมอ อโหสิ มือปืนหลังขอขมา

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 มีนาคม 2558 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พร้อมกับ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผช.ผบ.ตร. เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีฆ่า “พระหมอบัณฑิต” โดยมี พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผช.ผบ.ตร.,พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ธิติราช หนองหานพิทักษ์ รักษาการ ผบช.สอบสวนกลาง พล.ต.ธนากร จงอุตส่าห์ ผบ.มทบ.24 นำทีมคลีคลายคดีลำดับขั้นตอน ตั้งแต่เช้าวันเกิดเหตุ 1 มีนาคมที่ผ่านมา จนสามารถติดตามจับกุม “มือปืน” คือ นายปัญจ๋า หรือโบ้ ชารีแสน อายุ 49 ปี นักการภารโรงและสารพัดช่าง ได้ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์

โดยนายปัญจ๋า หรือโบ้ ผู้ต้องหาที่เป็นมือปืนรายนี้ ไม่มีประวัติอาชญากรรม มีพฤติกรรมชอบตีสนิทกับข้าราชการตำรวจ มีฝีมือทางช่างหลายประเภท โดยเฉพาะช่างเหล็ก การเข้าตรวจค้นยังพบ “อุปกรณ์การตกแต่งปืน” ได้รับการว่าจ้างจาก ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ อายุ 49 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม ภ.จว.อุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวนป้องกันปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.อุดรธานี ให้มายิงเหยื่อ แต่ไม่รู้เป็นใคร ในราคา 50,000 บาท โดยใช้ปืนลูกซองยาว ดัดแปลงใช้กระสุนปืน M.16 โดยเงินที่ได้นำไปซ่อมรถไถ 25,000 บาท ที่เหลือไปเที่ยวกิน

พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัว นายปัญจ๋า หรือโบ้ ชารีแสน ไปที่วัดป่าตอสีเสียด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อทำพิธีขอขมา ต่อพระสุข สุจิโต พระพ่อพระหมอบัณฑิต ตามความต้องการของผู้ต้องหา โดยชั้นแรก จะทำพิธีที่กุฏิ แต่มีกองทัพนักข่าวจากส่วนกลาง ติดตามมาทำข่าวจำนวนมาก จึงต้องขยับขยายมาพิธีที่ “ศาลาวัด” ซึ่งพิธีทำไปอย่างเรียบง่าย

โดย นายปัญจ๋า ได้ถือดอกไม้ธูปเทียน กราบขอขมาหลวงปู่สุข พร้อมกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “ผมผิดไปแล้วครับ” จากนั้นได้ถวายดอกไม้ธูปเทียนให้กับมือหลวงปู่สุข แล้วกราบ 3 ครั้ง โดยทางหลวงปู่สุขได้แตะมือนายปัญจ๋า พร้อมกับกล่าวเทศนาว่า

“ก็รู้สึกว่าเป็นผู้ที่รู้บุญรู้บาป รู้จักสำนึกบุญบาป สิ่งใดที่ทำไปแล้ว แม้จะได้ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หลวงพ่อก็ขออโหสิกรรมให้ โดยไม่มีความติดใจหรืออาฆาตมาตร้ายแต่อย่างใด ทุกคนสัตว์โลก ไม่ว่าสัตว์หรือมนุษย์ หลวงพ่อก็มีแต่เมตตา มีแต่ให้อภัย ไม่ถือโทษโกรธเคือง สิ่งใดทำไปแล้ว ก็ขอให้เป็นสิ่งที่จบไป ขอกุศลผลบุญอันนี้ ก็จงส่งให้ผู้ที่สำนึกผิดนี้ จงได้รับผลบุญอานิสงค์ ที่ได้สำนึกว่า ได้พลั้งเผลอกระทำไป แม้จะได้ตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตาม ขอให้ท่านจงประสบความสุขความเจริญในอนาคตข้างหน้า โดยทั่วทุกทั่วหน้ากาลนานเทอญ”

หลวงปู่สุข กล่าว

จากนั้น นายปัญจ๋า ได้เข้ากราบที่ใกล้ตักของหลวงปู่สุข ซึ่งหลวงปู่สุขได้จับมือพร้อมแตะที่ศีรษะนายปัญจ๋า และบอกว่า เจริญ เจริญนะ เมื่อขอโทษก็ขอให้เหมือนกราบพระพุทธเจ้า ซึ่งท่านก็ไม่มีอะไร ท่านก็ถวายกรรไกร ท่านก็ตกใจว่า เป็นพระประสงค์ของพระพุทธเจ้า ในอนาคตข้างหน้า อันนี้ก็เหมือนกัน เมื่อสำนึกแล้ว ก็ถือว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย จากเบื้องบนลงมาจนถึงเบื้องล่าง ทุกหน่วยทุกหมู่เหล่า ที่ทำงานด้วยกำลังความสามารถ ถือว่า ผลงานครั้งนี้ หลวงพ่อก็จะจารึกไว้ตลอดไป ขอให้ท่านเจ้านายชั้นสูง และทุกหน่วยงานที่ช่วยเหลือกันครั้งนี้ ขอให้จงประสบความสุขความเจริญ ด้วยอานิสงค์ของคุณ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ขอจงโปรดประทานพร คิดถึงสิ่งใด ปรารถนาสิ่งใด ไม่ว่าสาภยศสรรเสริญสุข ขอให้ท่านได้รับดังความปรารถนาทุกประการเทอญ

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า หลังจากควบคุมตัวนายปัญจ๋า ได้มีการซักทอดไปถึง ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ พร้อมรับสารภาพทั้งหมดว่า เป็นผู้ลงมือยิง แต่ยังไม่มีการพูดถึงตัวผู้จ้างวาน โดยตำรวจขอเวลาอีกสักระยะ และจากการพูดคุยกับคณะที่ลงพื้นที่ทำงานทุกส่วน ทราบว่า นายปัญจ๋า รับเงินมา จำนวน 50,000 บาท เพื่อเป็นค่าจ้าง โดยแบ่งรับ 2 ครั้ง จำนวน 30,000 บาท และ 20,000 บาท ซึ่งการที่นายปัญจ๋า รับงานมา ตนเชื่อว่า เขาต้องรู้ว่า เหยื่อเป็นพระ ถึงแม้จะไม่รู้ เมื่อเห็นห่มผ้าเหลืองก็ต้องกลับ หากเขาไม่มีความตั้งใจที่จะยิง เป็นสามัญชนธรรมดา

“เมื่อเห็นว่า เป็นพระ ก่อนยิงเขาคงจะคิดหนัก แต่นี่เขาตั้งใจจะมาลงมือยิงเลย โดยมาดูลาดเลา 2-3 ครั้ง ซึ่งผมเชื่อว่า เขารู้ว่าเป้าหมายเป็นใคร ส่วนสาเหตุที่เขารับมายิง ผมมั่นใจว่า เขาต้องรู้ ก่อนการจะทำอะไรสักอย่าง ส่วนแนวทางการสืบสวนจนสามารถจับกุมมือปืนได้ โดยการทำงานของตำรวจ เราจะตั้งประเด็นไว้หลาย ๆ เรื่อง จากนั้นจึงค่อยลงมือตัดประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องออก จนเหลือประเด็นสุดท้าย เรื่องชู้สาว ที่เกิดความเข้าใจผิดขึ้นมา ”พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวผู้ต้องสงสัยอีกคน ที่เป็นตำรวจกำลังหลบหนี ตนเชื่อว่า อีกไม่นานเขาต้องติดต่อมอบตัว เพราะเราได้กดดันในทุกวิธีแล้ว ซึ่งตนเชื่อทีมงานที่เป็นตำรวจทุกคนที่ลงมาทำงาน ส่วนจะโยงไปถึงตัวผู้จ้างวานหรือไม่ ทางตำรวจเราทำงานเต็มที่ พยานหลักฐานอยู่ที่ได้ เราต้องนำมาให้หมด ซึ่งตนได้สั่งการไปยัง พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผช.ผบ.ตร.ไปแล้ว ว่า หากพยานหลักฐานถึงใคร อย่างไร ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินคดีให้หมด และเรื่องจะสอบสวนนายตำรวจ ที่เป็นผู้บังคับบัญชาของดาบตำรวจ คงต้องพูดคุยกันอีก

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!