หน้าแรก อาชญากรรม อายัด 100ล้าน แก๊งยักยอกสจล. รวม ลัมโบกินี บอยปกรณ์ พร้อมเรียกแจงปมซื้อรถราคาถูก

อายัด 100ล้าน แก๊งยักยอกสจล. รวม ลัมโบกินี บอยปกรณ์ พร้อมเรียกแจงปมซื้อรถราคาถูก

พ.ต.อ. สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการป.ป.ง. แถลงผลยึดและอายัดทรัพย์สินของแก๊งลักทรัพย์ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยเป็นการยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมจากที่ตำรวจยึดไว้ ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นรอบแรก ปปง.ยึดรวม 178 รายการ มูลค่าทรัพย์สินกว่า100 ล้านบาท เป็นบัญชีเงินฝากธนาคาร 130 รายการ สลากออมสิน 7 รายการ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 30 รายการ ห้องชุด 2 รายการ รถยนต์หรู 6 รายการ และรถจักรยานยนต์ 3 รายการ. ทั้งนี้ คำสั่งปปง. ให้ยึดทรัพย์ไว้ชั่วคราวรวมทรัพย์สิน 6 คำสั่ง 178 รายการนี้ มีเจ้าของรวม 24 ราย เป็นนิติบุคคล 3 ราย บุคคล 21 ราย ในจำนวนทรัพย์สินที่ยึดอายัดมีรถลัมโบกินีของนายปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ หรือบอย ดาราชื่อดัง รวมอยู่ด้วย ซึ่งปปง. จะมีหนังสือถึงนายปกรณ์ให้เร่งนำรถมาส่งมอบ ปปง.โดยเร็ว หากไม่นำส่ง ปปง.ก็จะต้องส่งเจ้าหน้าที่ตามไปยึดรถ หลังจากนี้ ปปง.จะเรียกเจ้าของทรัพย์ มาชี้แจงภายใน 90 วัน หากชี้แจงฟังได้ถึงที่มาที่ไปของทรัพย์สินได้ ปปง. จะเสนอคณะกรรมการธุรกรรมเพิกถอน แต่ถ้าชี้แจงไม่ได้ ก็ส่งศาลให้ยึดทรัพย์เป็นของแผ่นดินต่อไป

เลขาธิการปปง. กล่าวอีกว่า ทรัพย์สินที่ยึดครั้งนี้ เป็นเพียงบางส่วนที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้มีการยักย้าย เชื่อว่ายังมีทรัพย์สินที่มีการซุกซ่อนหรือโอนไปอยู่ในการครอบครองของบุคคลอื่นอีกจำนวนมาก ซึ่งปปง.อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบขยายผลยึดเพิ่มเติม โดยทรัพย์สินที่ยึดและอายัดครั้งนี้เป็นการตรวจสอบพบความผิดปกติของการทำธุรกรรมจากรายงานของธนาคาร เช่น รถยนต์ของนายปกรณ์ ที่เคยเข้าให้การแสดงความบริสุทธิ์ใจกับตำรวจ ซึ่งการสอบสวนนายปกรณ์จะถือว่ามีความผิดอาญาหรือไม่เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน แต่ปปง.ตรวจสอบเฉพาะเรื่องการได้รับทรัพย์สิน ซึ่งพบความผิดปกติ เนื่องจากรถคันดังกล่าวนายปกรณ์ซื้อต่อจากนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ที่นำเงินที่ได้รับตรงจากสจล.มาซื้อรถคันดังกล่าวในราคา 19.5 ล้านบาท รถดังกล่าวจึงถือเป็นทรัพย์ที่ได้จากการกระทำผิด ทำให้ปปง.ต้องยึดอายัดไว้ ที่สำคัญคือประเด็นที่มีการนำรถมาขายต่อให้นายปกรณ์เพียง 13.5 ล้านบาท ต่ำกว่าราคาที่ซื้อจริงมาก ซึ่งปกติคงไม่มีใครนำรถมาขายในราคานี้ โดยปปง.จะต้องเรียกบริษัท คาร์แท็ก พระราม 9 ที่เป็นโชว์รูมรถดังกล่าวมาชี้แจงด้วยว่ามีการรายงานธุรกรรมเงินสดจากการซื้อขายรถมายังปปง.ตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่รายงานต้องมีโทษปรับ

ส่วนกรณีน.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือพิ้งกี้ ดาราสาวที่มีชื่อเป็นหุ้นส่วนบริษัท เคพีพี โปรดักชั่น จำกัด ของนายกิตติศักดิ์ จะถือว่ามีความผิดหรือไม่ เลขาธิการปปง. กล่าวว่า กรณีที่มีการลงนามรับรองเป็นหุ้นส่วนปปง.ถือว่ามีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ แต่หากเกี่ยวข้องสัมพันธ์โดยที่ยังไม่มีการได้รับผลประโยชน์หรือทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิด ปปง. จะยังไม่ยึดและอายัดทรัพย์ แต่หากพบว่ามีส่วนได้รับผลประโยช์ปปง.ก็จำเป็นต้องยึดอายัดทรัพย์ไว้ตรวจสอบด้วย

“รูปแบบธุรกรรมที่ยึดอายัดทรัพย์ไว้ล็อตแรกเป็นการทำธุรกรรมที่มีรูปแบบไม่สลับซับซ้อน ส่วนใหญ่เป็นการรับตรงจากสจล. แต่ปปง.ยังตรวจสอบบุคคลอีกจำนวนมากที่เชื่อมโยงกับเงินก้อนใหญ่ที่หายไป โดยการยึดอายัดของปปง. เป็นการยึดอายัดทรัพย์คนละก้อนกับตำรวจ”พ.ต.อ.สีหนาทกล่าว

สำหรับชื่อเจ้าของทรัพย์ทั้ง 178 รายการ ประกอบด้วย
1. นายทรงกลด ศรีประสงค์
2. น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์
3. นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด
4. นายปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์
5. นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์
6. นายจิรัฏฐ์ ศิริภัครวรกุล และ
7. นางระดม มัทธุจัด
8. น.ส. จุฑารัตน์ ปัดภัย
9. นายสมศักดิ์ ยอดย้อย
10. นายจิตร แผนดี
11. น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์
12. นางสมบัติ โสประดิษฐ์
13. นายอเนก ยั่งเจริญ
14. น.ส.โสมจำรัส แจ่มจำรัส
15. น.ส.วันเพ็ญ นิ่มเรือง
16. นายสุกฤษ เขียนนันใจ
17. นายปฐมพงษ์ ศรีโรจน์
18. นายสมพงษ์ สหพรอุดมการณ์
19.นายสุรพล ตรงต่อกิจ
20.นางนกคล้า ตรงต่อกิจ
21.นายสนั่น มัทธุจัด
22.บริษัทมัทธุจัด จำกัด
23.บริษัทแกรนด์ บัคเก็ต ยูนิเวอร์แซล เซอร์วิส จำกัด
24. บริษัทแอคติ้งวัน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบธุรกรรมพบรูปแบบความเชื่อมโยงของกลุ่มดังกล่าว โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นการโอนเงินตรงจากสจล. โดยข้อมูลที่พบเช่น น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ พบการทำธุรกรรมล็อตใหญ่ 12 ครั้ง เป็นเงินกว่า 53 ล้านบาท โดยรับโอนตรงจากสจล. และโอนต่อให้นายกิตติศักดิ์ ซึ่งนำไปทำธุรกรรมต่อเป็นเงินกว่า 246 ล้านบาท โดยเป็นการโอนเพื่อซื้อขายที่ดิน ซื้อสลากออมสิน และรถยนต์หรู โดยมีนายปกรณ์เป็นผู้ซื้อรถต่อจากนายกิตติศักดิ์ ในราคาผิดปกติ นอกจากนี้ยังพบการทำธุรกรรมต้องสงสัยของนายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ จำนวน 3 ครั้ง เป็นเงิน 94 ล้านบาท และพบการโอนต่อจากนายพูนศักดิ์ไปให้นายกิตติศักดิ์ ขณะเดียวกันยังพบความเชื่อมโยงในการทำธุรกรรมของนายทรงกลด ศรีประสงค์ ในการทำธุรกรรม 1 ครั้งมูลค่า 2 ล้านบาท ไปซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและมีการโอนต่อไปมากับนายจิรัฏฐ์ ศิริภัครวรกุล ซึ่งนายจิรัฏฐ์ มีการโอนต่อไปอีกหลายบัญชี รวมมูลค่ากว่า 115 ล้านบาท

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com/

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!