หน้าแรก อาชญากรรม ศาลตัดสินประหารชีวิต ‘บอล-เบิ้ม’ อุ้มฆ่า เอกยุทธ ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

ศาลตัดสินประหารชีวิต ‘บอล-เบิ้ม’ อุ้มฆ่า เอกยุทธ ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

จากกรณี นายเอกยุทธ อัญชันบุตร อายุ 59 ปี นักธุรกิจชื่อดัง ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2556 โดยตำรวจแกะรอยตู้โฟล์ก สีดำ ทะเบียน ฮพ 9304 กทม. ของ นายเอกยุทธ พบเบาะแสขับลงเส้นทางภาคใต้ไปสิ้นสุดที่ จ.พัทลุง จากนั้นจึงตามควบคุมตัว นายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือ บอล คนขับรถได้ที่ จ.สมุทรสงคราม รับสารภาพว่าก่อเหตุลักพาตัวและฆ่านายเอกยุทธ แล้วนำศพไปฝังไว้ จ.พัทลุง เพื่ออำพราง พร้อมกับซัดทอดเพื่อนอีก 2 คนร่วมก่อเหตุ และฝังร่าง เพื่อหวังทรัพย์สินเงินสด 5 ล้านบาท และเครื่องประดับราคาแพงของผู้ตาย

นอกเหนือจากสะสมความโกรธแค้นที่ผู้ตายดุด่า นายบอลพาเจ้าหน้าที่ไปขุดศพในป่าภูเขาจิงโจ้ จ.พัทลุง พบศพสภาพเปลือยกาย ส่งพิสูจน์ดีเอ็นเอยืนยันเป็นศพนายเอกยุทธ ตำรวจตามดำเนินคดีบิดามารดานายบอลฐานร่วมปิดบังอำพรางหลักฐาน

คดีนี้อัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสันติภาพ หรือบอล เพ็งด้วง นายสุทธิพงศ์ หรือ เบิ้ม พิมพิสาร นายชวลิต หรือเชาว์ วุ่นชุม นายทิวากร หรือ ทิว เกื้อทอง จ่าสิบเอกอิทธิพล เพ็งด้วง และนาง จิตอำไพ เพ็งด้วง บิดา มารดานายสันติภาพ ทั้งหมดเป็นชาว จังหวัดพัทลุง ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ฯ, ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, รับของโจร และข้อหาอื่นๆรวม 8 ข้อหา

จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 6 – 9 มิถุนายน 2556 นายสันติภาพ อดีตคนขับรถของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร อายุ 59 ปี อดีตนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ได้ร่วมกับนายสุทธิพงศ์ ใช้ปืนและมีด ปล้นเอาทรัพย์สินของนายเอกยุทธ รวม 9 รายการ มูลค่า 6 ล้าน 6 แสนบาท โดยบังคับให้นายเอกยุทธ ออกเช็คเบิกถอนเงิน และใช้เชือกรัดคอจนนายเอกยุทธ ถึงแก่ความตาย ก่อนนำศพไปไว้ในรถตู้ และนำศพไปฝังไว้ในไร่นาสวนผสมทิ้งร้าง ที่ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เพื่อปกปิดความผิด

โดยมีนายชวลิต และ นายทิวากร ช่วยขุดหลุมฝังศพ ส่วน จ่าสิบเอกอิทธิพล นางจิตอำไพ ซึ่งเป็นบิดามารดาของนายสันติภาพ เป็นรับฝากเงินสดของนายเอกยุทธ ที่นายสันติภาพนำมาฝากไว้กว่า 4 ล้านบาท

ศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า โจทก์มีพยานบุคคลและพยานแวดล้อม เบิกความสอดคล้องกันว่าเห็นนายสันติภาพ จำเลยที่ 1 อยู่กับนายเอกยุทธ ตามสถานที่ต่างๆ ตรงกับภาพที่ปรากฎในกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆด้วย โดยร่วมกับนายสุทธิพงศ์ จำเลยที่ 2 ชิงทรัพย์นายเอกยุทธก่อนฆาตกรรม

ส่วนนายชวลิต นายทิวากร จำเลยที่ 3และ4 ถึงแม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานหรือพยานแวดล้อมเบิกความยืนยันว่าทั้งสองร่วมกันชิงทรัพย์และฆาตกรรมนายเอกยุทธ แต่ด้วยพฤติการณ์ของจำเลยที่ 3และ 4 ที่มีพยานเห็นว่ารถยนต์ของนายชวลิต ได้ขับนำรถยนต์ 2คัน เข้าไปที่เขาจิงโจ้ อำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง และไปขุดหลุมกันในเวลากลางคืน ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ พยานหลักฐานมีน้ำหนักน้อยไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้

ขณะที่จ่าสิบเอกอิทธิพล นางจิตอำไพ จำเลยที่ 5 และ 6 ซึ่งเป็นบิดามารดาของนายสันติภาพ ศาลเห็นว่าเมื่อทั้งสองรับเงินมาจากนายสันติภาพ กลับนำเงินไปฝากไว้ที่บ้านญาติโดยไม่เอาเงินฝากธนาคาร ถือว่าผิดปกติ มีพิรุธ มีน้ำหนักน้อย ถือว่าร่วมกันซ่อนเร้นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด มีความผิดฐานรับของโจร

พิพากษาให้ประหารชีวิตนายสันติภาพ และนายสุทธิพงศ์ แต่ทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

ส่วนนายชวลิต พิพากษาจำคุก 13 เดือน และให้บวกโทษในคดีค้างเก่าที่ศาลจังหวัดพัทลุงรวมเป็น 19 เดือน ส่วนนายทิวากร พิพากษาให้จำคุก 8 เดือน ขณะที่จ่าสิบเอกอิทธิพล และนางจิตอำไพ พิพากษาให้จำคุก 1 ปี 4 เดือน

พร้อมกันนี้ให้นายสันติภาพ และนายสุทธิพงศ์ ร่วมกันชดใช้ทรัพย์ทรัพย์สินคืนให้แก่ทายาทของนายเอกยุทธ จำนวน 1 ล้าน 9 แสนบาท

ภายหลังนายสันติภาพ ระบุว่าเบื้องต้นจะปรึกษาทนายความเพื่อยื่นอุทธรณ์

ด้านบุตรชายของนายเอกยุทธ ระบุว่าพอใจกับคำตัดสิน โดยจากนี้จะหารือร่วมกับทนายว่าจะอุทธรณ์คดีหรือไม่

ที่มามติชนออนไลน์

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!