หน้าแรก อาชญากรรม เชือดคอ ชิงเบนซ์ ที่แท้คนร้ายเป็นลูกน้องเก่า

เชือดคอ ชิงเบนซ์ ที่แท้คนร้ายเป็นลูกน้องเก่า

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 3 พ.ย. ร.ต.ท.สิริศักดิ์ อินทร์สิทธิ์ พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดปาดคอผู้หญิงก่อนชิงรถยนต์ของเหยื่อหลบหนี ที่อาคารโมเดิร์นทาวน์ ซอยเอกมัย 3 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.อ.บรรจง อมฤทธิ์ ผกก.สส.น.5 พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รองผกก.สส.สน.ทองหล่อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ทหาร ม.พัน 1 รอ. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

14150081271415008587l

14150081271415008168l

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสำนักงานสูง18 ชั้น บริเวณลานจอดรถ ชั้น พี 4 พบนางรัตนา เมธีพุทธิ อายุ 54 ปี ผู้เสียหาย เจ้าของบริษัท อะคูเท็คท์ จำกัด ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้า อยู่บ้านเลขที่ 12/115 หมู่ที่ 10 แขวงและเขตบางบอน กทม. มีบาดแผลฉกรรจ์ถูกของมีคมบาดบริเวณลำคอ นอนหายใจรวยริน ส่งเสียงขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่งร.พ.กรุงเทพ ใกล้กันพบกองเลือดขนาดใหญ่ตกอยู่ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการตรวจสอบทราบว่า ผู้บาดเจ็บถูกคนร้ายเป็นชายทำร้ายร่างกาย โดยใช้อาวุธมีดคัตเตอร์กรีดลำคอ จากนั้นชิงรถยนต์เบนซ์ เอส 300 สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 1 กน 8855 กทม. หลบหนีไปเส้นทางถนนเอกมัยมุ่งหน้าถนนพระราม 9 จึงประสานศูนย์วิทยุผ่านฟ้า เพื่อสกัดจับรถต้องสงสัยอย่างเร่งด่วน

สอบสวนนายวิราช บุญหล่อปั้น อายุ 46 ปี พนักงานบริษัท เบล เซอร์เวย์ จำกัด ผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่บริเวณ ชั้นพี 4 ในอาคารดังกล่าว ได้ยินเสียงคล้ายคนกำลังทะเลาะกัน จึงเดินไปดูพบคนร้ายเป็นชายรูปร่างท้วม สันทัด สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว นุ่งกางเกงสแล็คขายาวสีดำ ใส่ผ้าปิดจมูกอำพรางใบหน้า กำลังใช้ผ้าปิดปากผู้เสียหาย จากนั้นใช้มีดคัตเตอร์กรีดที่ลำคอ ตนจึงร้องตะโกนเพื่อข่มขู่คนร้าย ทำให้คนร้ายรีบวิ่งขึ้นรถเบนซ์ขับหลบหนีไป ตนรีบพาผู้บาดเจ็บไปให้รปภ.ของอาคารช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมาตำรวจฝ่ายสืบสวนกระจายกำลังสอบสวนหาข่าวจากพยานแวดล้อม ทราบว่าคนร้ายคือนายธีรพัฒน์แก้วไชอินทร์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80/131 หมู่ที่ 2 ต.หนองกี่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ อดีตพนักงานขับรถบริษัทของผู้เสียหาย โดยนายธีรพัฒน์ทำงานมาหลายปี ก่อนขอลาออกไปเมื่อปีก่อน แต่ยังไม่ได้เงินเดือนเดือนสุดท้าย จึงกลับมาก่อเหตุเพื่อหวังแก้แค้น นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายธีรพัฒน์เคยก่อเหตุยิงนักศึกษาหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี 2556 รวมทั้งมีคดียักยอกทรัพย์อีกด้วย ขณะที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.ทองหล่อ ตำรวจกก.สส.บก.น.5 แบ่งงานกระจายกำลังเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุ ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พร้อมกับเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อขอนุมัติหมายจับนายธีรพัฒน์ต่อศาลต่อไป

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา16.30 น. วันที่ 3 พ.ย. ที่ สน.ทองหล่อ รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในชั้นที่เกิดเหตุแล้ว พบว่ากล้องจับภาพผู้เสียหายเดินผ่านหน้ารถเบนซ์ออกมา โดยมือกุมไว้ที่บริเวณลำคอ ก่อนจะวิ่งลงบันไดไป ซึ่งต่อมาคนร้ายก็ขับรถของผู้เสียหายหนีไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณชั้นล่าง ยังสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ โดยคนร้ายสวมเสื้อยื้อคอปกสีขาว ใส่กางเกงขายาว สวมผ้าปิดปากปิดบังใบหน้า และสะพายกระเป๋าเป้ เดินวนเวียนอยู่

ส่วนอาการบาดเจ็บของนางรัตนา ผู้เสียหายนั้น ขณะนี้ยังนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เพื่อดูอาการ เบื้องต้นพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังไม่สามารถให้การกับเจ้าหน้าที่ได้ หลังจากนี้จะเรียกพยานแวดล้อมรวมถึงพนักงานรักษาความปลอดภัยในตึกดังกล่าวมาให้ปากคำเพิ่มเติม และจะเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพลานจอดรถที่เกิดเหตุว่า ลานจอดรถดังกล่าวมีช่องไว้ให้บริการจอดรถกว่า15 คัน เป็นอย่าน้อย โดยมีลิฟต์และทางเข้าตึก อยู่ไม่ห่างจากจุดจอดรถมากนัก แต่เนื่องด้วยช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นเวลาเช้า ไม่ค่อยจะมีรถมาจอด จึงเป็นช่องทางให้คนร้ายซึ่งได้มาดูลาดเลาไว้ก่อนแล้ว ลงมือก่อเหตุได้อย่างสะดวก

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!