หน้าแรก อาชญากรรม แกะปม สังหาร “พระบัณฑิต สุบัณฑิโต”

แกะปม สังหาร “พระบัณฑิต สุบัณฑิโต”

แกะปม!!! สังหาร “พระบัณฑิต สุบัณฑิโต”

คดีที่คนร้าย ลอบสังหาร พระบัณฑิต สุบัณฑิโต เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด ขณะกลับจากบิณฑบาต ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ที่ประชาชนให้ความสนใจ

โดยเฉพาะกับชาวบ้านในพื้นที่ และลูกศิษย์ลูกหาที่มีความเลื่อมใสต่อตัวพระบัณฑิต ซึ่งถือเป็นพระสายวัดป่าอีกรูปหนึ่งที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ พิสูจน์ได้ชัดเจนเป็นอย่างดี จากภาพงานฌาปนกิจในวันนี้ ซึ่งมีญาติโยมเดินทางมาร่วมพิธีอย่างไม่ขาดสายนับพันคน

ที่บริเวณด้านหน้าวัดป่าตอสีเสียด ถูกปรับพื้นที่เป็น “ฌาปนสถานชั่วคราว” เพื่อวางเต้นท์ประกอบพิธีสงฆ์ เต้นท์ฆราวาส และเต้นท์โรงทาน รวมทั้งพื้นที่ลานจอดรถราว 20 ไร่ ที่พระสงฆ์ และฆราวาส ลูกศิษย์สายพระวัดป่า จากวัดต่างๆ ระดมกำลังปรับพื้นที่ เพื่อก่อสร้างจิตกาธานตั้งแต่เมื่อวานนี้

ขณะที่เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ผ่านมา พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสัสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย ศิษย์หลวงตาพระมหาบัว ได้ขึ้นแสดงพระธรรมเทศนา ท่ามกลางญาติโยมที่เดินทางมาร่วมงานกว่า 3,000 คน
จากนั้นพระราชวราลังการ เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ได้เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์สายวัดป่าจาก จ.อุดรธานี และใกล้เคียง ประกอบพิธีทางศาสนา โดยมี นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รอง ผวจ.อุดรธานี และ พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผบช.ภ.4 ร่วมทอดผ้ามหาบังสุกุล

จากนั้นพระสงฆ์ที่มาร่วมงาน วางท่อนไม้จิก ก่อนจะมีการเผาจริงในเวลา 16.00 น. ซึ่งพิธีเก็บเถ้ากระดูกจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ เวลา 06.00 น.

แม้ว่าการมรณภาพของพระบัณฑิต จะสร้างความอาลัยให้กับลูกศิษย์ลูกหาเป็นอย่างมาก แต่ทุกคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า จะยังคงรักษา และยึดแนวทางปฏิบัติ ตามคำสอนที่พระหมอได้สั่งสอนเอาไว้มาใช้เช่นที่ผ่านมา

ส่วนประเด็นที่สำนักข่าวทีนิวส์ให้ความสำคัญ และยังคงติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไป นั่นก็คือ ความคืบหน้าทางคดี ที่จะนำไปสู่มูลเหตุในการลงมือสังหารของคนร้ายในลำดับต่อไป

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.สรรธาน อินทร์จักร รักษาการ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ได้ร่วมประชุมทางไกลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.สมเกียรติ ศรีวรขาน รอง.ผบ.ตร.เป็นประธาน เพื่อรายงานข้อเท็จจริงคดี

พล.ต.ต.ชัยญัติ ให้สัมภาษณ์ว่า จากการตรวจค้นกุฏิของพระบัณฑิตเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่พบเป็นเอกสาร เช่น บัญชีธนาคาร สมุดบันทึกข้อความ และภาพถ่ายต่างๆ และเนื่องจากเอกสารมีจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับปมสังหารอย่างไรบ้าง

สำหรับหัวกระสุนที่พบในร่างของพระบัณฑิต พบว่า กระสุนแตกเป็น 3 ชิ้น ไม่เป็นลักษณะหัวกระสุนกลมๆ ทางพิสูจน์หลักฐานจึงส่งต่อไปให้ผู้ชำนาญการ ตรวจว่าเป็นกระสุนชนิดใด มาจากปืนประเภทใด ซึ่งน่าจะได้คำตอบเร็วๆ นี้ ส่วนมือปืนอาจเป็นมือปืนอาชีพ ที่มีความชำนาญ และมาดูลาดเลาไว้ล่วงหน้า เพราะเส้นทางค่อนข้างเปลี่ยว เป็นทางลัดเพื่อไปวัดกับหมู่บ้านซึ่งคนทั่วไปจะไม่ทราบ

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ชัยญัติ เปิดเผยถึงปมสังหารพระบัณฑิตว่า ตำรวจยังตรวจสอบทุกประเด็น ซึ่งแต่ละประเด็นเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ส่วนประเด็นชู้สาวอาจไม่ใช่หรือไม่มี โดยมองว่าอาจเป็นการเข้าใจผิด เพราะตัวพระเองมีญาติโยมเลื่อมใสศรัทธา เข้ามาปฏิบัติธรรมเป็นประจำ ขณะที่ปมการซื้อขายที่ดินจำนวน 10 ไร่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพบข้อมูลบางส่วนแล้วแต่ขอสงวนรายละเอียด เพื่อไม่ให้กระทบกับบุคคลอื่น

อย่างไรก็ดี จากการเปิดเผยล่าสุด ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็พอจะทำให้แนวทางการสืบสวนคดีดังกล่าวแคบลง

จากเดิมที่เมื่อวานนี้ สำนักข่าวทีนิวส์ได้นำเสนอถึงแนวทางการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีดังกล่าว ทั้งสิ้น 3 ประเด็น แต่ล่าสุดน่าจะตัดออกเหลือเพียง 2 ประเด็นเท่านั้น ประกอบด้วย

1.เรื่องปัญหาบุกรุกที่ดินกับชาวบ้านใกล้เคียงและผู้มีอิทธิพล

2.เรื่องการบริจาคเงินสร้างอาคารโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี จำนวน 22 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี จากแนวทางการสืบสวนที่ได้กล่าวมานั้น ที่ดูจะมีน้ำหนักมากที่สุดในขณะนี้ มีการสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากประเด็นที่ 2 นั่นก็คือ ความขัดแย้งเรื่องที่ดินวัด

โดยมีข้อมูล เปิดเผยว่า ที่ดินวัดป่าตอสีเสียด มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 50 ไร่ โดยแบ่งเป็นที่ดินที่โยมแม่พระบัณฑิต ยกโฉนดให้สร้างวัด จำนวน 10 ไร่ ที่ดินที่ชาวบ้านรอบๆ วัด ถวายให้อีก 20 ไร่ และที่ดินซื้อเพิ่มอีก 20 ไร่

ต่อมามีคนนำที่ดินที่ติดกับวัด ซึ่งครอบครองโดย ภ.บ.ท.5 หรือ แบบแสดงรายการภาษีบำรุงท้องที่ มาเสนอขายจำนวน 10 ไร่ ในราคา 1 ล้านบาท พระอาจารย์บัณฑิต จึงได้ตกลงซื้อไว้และจ่ายเงินมัดจำไปจำนวน 5 แสนบาท แต่ต่อมาภายหลังพระบัณฑิต ทราบว่า เอกสาร ภ.บ.ท. 5 ที่ได้มานั้น เป็นของปลอม จึงไม่จ่ายเงินที่เหลือให้ จึงถูกติดตามทวงเงินที่เหลือ โดยมีชายฉกรรจ์เข้ามาข่มขู่ จนพระบัณฑิตต้องขอกำลังอป.พร. จากเทศบาลตำบลบ้านตาด มาดูแลรักษาความปลอดภัยที่วัดเป็นเวลา 1 เดือน ก่อนจะถอนกำลังออกไป กระทั่งเกิดเหตุการณ์ขึ้น

ขณะเดียวกันทางด้านของ นายสมัย น้อยรามสูร นายกเทศมนตรีตําบลบ้านตาด เปิดเผยว่า เริ่มแรกที่พระหมอบัณฑิตมาสร้างวัด ไม่ค่อยเป็นที่รับรู้มากนัก เพราะท่านชอบสงบอยู่เฉพาะภายในวัด ส่วนกรณีข้อพิพาทที่ดินกับชาวบ้านนั้น ตนไม่เคยได้ยิน เพราะถ้ามีผู้ใหญ่บ้านก็คงจะไปบอกตนแล้ว

ส่วนเรื่องมีคนมาข่มขู่คุกคาม ถึงขั้นโรยตะปูเรือใบ ก็ได้ยินแต่ที่ชาวบ้านพูดต่อๆ กันมา ไม่เคยได้ยินจากปากท่านเอง โดยในช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา ท่านขอให้ อพปร.ของ ทต.บ้านตาด มาดูแลความปลอดภัยให้กับญาติโยมที่มาปฏิบัติธรรม เพราะทางเข้าออกวัดเป็นพื้นที่เปลี่ยว เกรงจะเป็นอันตราย แต่ก็ไม่มีเรื่องอะไร

สรุป… เงื่อนงำการสังหาร พระบัณฑิต ยังเป็นปริศนา ซึ่งทีมข่าวซุปเปอร์ รีพอร์ต จะได้เกาะติดเพื่อสืบค้นข้อเท็จจริงกันต่อไปว่า แท้จริงแล้ว ใครคือฆาตกร หรืออยู่เบื้องลึกเบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้

ที่มา ทีนิวส์

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!