หน้าแรก อาชญากรรม แดนสนธยา 2 : วสิษฐ เดชกุญชร

แดนสนธยา 2 : วสิษฐ เดชกุญชร

วสิษฐ เดชกุญชร

ผมนึกว่าจะพ้นเรื่องแดนสนธยา (คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ออกมาได้ อย่างน้อยก็สักระยะหนึ่ง แต่ก็เปล่า มีเรื่องให้ต้องเขียนอีกจนได้

เรื่องนี้เกี่ยวกับโจรที่เรียกตนเองว่า “เบนซ์ ท่าทราย”

ชื่อจริงของเขาคือ อดิศักดิ์ ศรีสะอาด ตามข่าวเขาเกิดที่บ้านท่าทราย ตำบลวังน้ำซับ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี อายุของเขาเพียง 26 ปี แต่ชื่อเสียงของเขาในปัจจุบันดังกระฉ่อนไม่แพ้คนที่อยู่มาแล้วกว่า 50 ปี

นายอดิศักดิ์ดังเพราะยาเสพติด เขาตกเป็นจำเลยครั้งแรกเมื่อปี 2550 เมื่อเขามีอายุเพียง 19 ปี ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่น การฆ่าครั้งนั้นเกี่ยวกับเรื่องการค้ายาเสพติด ในคดีนั้นพนักงานอัยการเห็นควรยกฟ้อง แต่เมื่อพ้นคดีไปแล้วเขาก็ไม่เลิก และไปถูกจับในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดอีก คราวนี้เขาถูกตัดสินจำคุก อยู่ในคุกได้ปีเดียวก็พ้นโทษ หลังจากนั้นเขาย้ายไปอยู่ที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี และไม่เคยหยุดค้ายาเสพติด ที่มาของยาเสพติดอยู่ในเขตประเทศพม่า ติดชายแดนไทยทางด้านกาญจนบุรี ธุรกิจของเขาเติบโตจนเขาสามารถสร้างเครือข่ายครอบคลุมหลายจังหวัด มีผู้ร่วมมืออย่างน้อยถึง 13 คน

ในที่สุดเขาจึงเป็นที่รู้จักในวงการยาเสพติดในชื่อ “เบนซ์ ท่าทราย”

ที่ทำให้ชื่อเสียงของเขาดังกระฉ่อนขึ้นมาก็เพราะว่า เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ เขาลงข้อความในหน้าเฟซบุ๊กของเขาโดยใช้ชื่อว่า “เบนซ์ ท่าทราย (กายสัก สรีสะอาด)” ท้าทายตำรวจ โดยเฉพาะตำรวจสถานีตำรวจศรีประจันต์ ซึ่งคงจะพยายามไปจับกุมเขาและพวก ที่น่าสังเกตและน่าสนใจก็คือ ข้อความที่ลงนั้นนอกจากจะท้าทายด้วยถ้อยคำหยาบคายและขู่จะฆ่าตำรวจแล้ว ต่อมาในวันที่ 20 พฤศจิกายน ขณะที่ตำรวจกำลังขะมักเขม้นพยายามจะสืบจับตัวเขาให้ได้ “เบนซ์ ท่าทราย” ยังลงข้อความในเฟซบุ๊กอีก

คราวนี้เขาอ้างว่านายตำรวจระดับ “รอง” รับเงินจากเขา โดยระบุชื่อ (เว้นนามสกุล) “รอง” ผู้นั้น เลขทะเบียนรถยนต์ที่นายตำรวจผู้นั้นใช้ และวัน เวลา สถานที่ที่พบปะกัน “เบนซ์ ท่าทราย” อ้างด้วยว่า เขาได้บันทึกเสียงการพบปะและถ่ายภาพเลขของธนบัตรที่มอบให้ “รอง” ผู้นั้นไว้ด้วย

อนึ่ง ในหน้าของ “เบนซ์ ท่าทราย” ในเฟซบุ๊กนั้น ยังมีภาพของเขาถืออาวุธสงครามในท่าต่างๆ ลงเอาไว้ด้วยหลายภาพ

ขณะที่เขียนเรื่องนี้ มีข่าวที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่านายอดิศักดิ์ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปอาศัยอยู่กับทหารกะเหรี่ยง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังพยายามเจรจาให้ทหารกะเหรี่ยงส่งตัวนายอดิศักดิ์ให้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะประสบความสำเร็จและสามารถจับกุมนายอดิศักดิ์หรือไม่เมื่อใดก็ตาม ความเสียหายก็ได้เกิดแก่ชื่อเสียงของตำรวจแล้ว แม้ว่านายอดิศักดิ์จะเป็นโจรอย่างเปิดเผย และไม่ควรที่ผู้ใดจะเชื่อถือถ้อยคำของเขา แต่ข้อความที่นายอดิศักดิ์ลงไว้ในเฟซบุ๊กนั้นก็มีลักษณะชวนให้สงสัยว่า หากไม่เป็นความจริง เหตุใดนายอดิศักดิ์จึงกล้าระบุทั้งชื่อและพฤติการณ์ของนายตำรวจผู้นั้น พร้อมทั้งวันเวลาที่มีการพบปะกัน เลขทะเบียนยานพาหนะที่นายตำรวจผู้นั้นใช้ และอ้างด้วยว่าได้บันทึกเสียงการพบปะและถ่ายภาพเลขหมายธนบัตรที่มอบให้นายตำรวจผู้นั้นไว้ด้วย

หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถได้ตัวนายอดิศักดิ์มา จะด้วยการจับกุมหรือใครจับตัวส่งมาให้ก็ตาม นอกจากการสอบสวนทวนพยานเพื่อเอาผิดทางอาญาแก่นายอดิศักดิ์แล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรจะต้องสอบสวนให้ปรากฏผลชัดด้วยว่า ที่นายอดิศักดิ์ปรักปรำว่านายตำรวจผู้หนึ่งรับเงินจากเขานั้น เป็นความจริงหรือเป็นเท็จ

เพื่อชื่อเสียงของนายตำรวจผู้นั้นและของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอง

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!