หน้าแรก อาชญากรรม สลด แม่-ลูกถูกฆ่า แล้วเผาสยอง ที่แท้คนร้ายเป็นพ่อ

สลด แม่-ลูกถูกฆ่า แล้วเผาสยอง ที่แท้คนร้ายเป็นพ่อ

แม่-ลูกถูกฆ่า เป็นศพถูกเผาคารถกระบะ ริมถนนพระราม 2 ทราบตัวคนร้ายเป็นสามีเจ้าของรถ คาดเกิดอาการทางประสาทคว้ามีดแทงภรรยา-ลูก แม่พยายามปกป้องลูก แต่ก็ไม่รอด ก่อนเผาทั้งศพและรถ

วานนี้ (26 กันยายน 2257) เกิดเหตุเพลิงไหม้รถกระบะในซอยร้าง ริมถนนพระราม 2 ในพื้นที่ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามฉีดน้ำนาน 20 นาทีเพลิงจึงสงบ พบร่างผู้เสียชีวิต 2 รายถูกไฟไหม้อยู่บนพื้นดินข้างรถ สภาพศพทั้ง 2 รายถูกเผาจนไหม้ดำเกรียม ศพหนึ่งเห็นเพียงศีรษะที่ถูกไฟไหม้จนถึงกะโหลก ส่วนอีกศพถูกไหม้หมดทั้งตัว เหลือเพียงขาข้างขวาที่ยังเหลือสภาพให้เห็นชัดเจน

โดยจากการชันสูตรศพเบื้องต้น แพทย์พบว่าเป็นศพผู้หญิง 2 ศพ โดยเป็นหญิงร่างท้วมใหญ่ 1 ศพ และร่างเล็กอีก 1 ศพ ที่ศพมีร่องรอยคล้ายถูกแทงด้วยของมีคมหลายแห่ง เจ้าหน้าที่จึงศพส่งไปพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิต และเพื่อดูว่าเสียชีวิตก่อนหรือหลังถูกเผา

ส่วนรถคันที่ถูกเผานั้น เป็นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน ฒฆ 8661 กทม. โดยมี นางอรวรรณ รัตนะ อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดชุมพร เป็นผู้ครอบครอง แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถระบุได้ว่านางอรวรรณเป็น 1 ใน 2 ศพที่ถูกเผานี้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดต่อไปยังญาติของเจ้าของรถเพื่อสืบหาข้อมูลเพิ่มเติม

โดยล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. วันนี้ (27 กันยายน) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบหลักฐานเพิ่มเติม เป็นกางเกงยีนส์ผู้ชายเปื้อนเลือดถูกถอดทิ้งไว้ในพงหญ้า ห่างจากรถไปประมาณ 10 เมตร ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นของฆาตกร จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน และยังพบมีดเก่าปลายแหลมจมอยู่ในดิน มีด้ามโผล่ขึ้นมาอีก 1 อัน ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะใช่อาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุ แต่ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานก็ได้เก็บไปตรวจสอบด้วย

ขณะที่ความคืบหน้าในคดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบแล้วว่าหญิงที่ถูกฆ่าตายทั้ง 2 คน คือ นางอรวรรณ รัตนะ อายุ 37 ปี เจ้าของรถ กับ เด็กหญิงทิพย์อักษร รัตนะ อายุ 11 ปี ลูกสาวของนางอรวรรณ ส่วนผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆ่าทั้ง 2 คน คือ นายราเมศ รัตนะ อายุ 37 ปี สามีของนางอรวรรณ และเป็นพ่อของเด็กหญิงทิพย์อักษร ซึ่งมักจะมีอาการประสาทหลอนอยู่บ่อยครั้ง เพราะติดยาเสพติด และมักจะคิดระแวงว่ามีคนตามฆ่าหรือภรรยาจะไปมีคนรักใหม่ จนถึงขั้นเคยขู่ฆ่านางอรวรรณอยู่หลายครั้ง

จากการสอบถามญาติของนางอรวรรณ ที่จังหวัดชุมพร ได้ทราบว่า เมื่อช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ (26 กันยายน) นายราเมศได้พานางอรวรรณและลูกสาวอีก 2 คน ออกมาจากบ้านที่อำเภอพะโต๊ะ เพื่อมาส่งลูกสาวคนโตที่อำเภอหลังสวน จากนั้นเมื่อส่งลูกสาวคนโตเสร็จ นายราเมศก็พานางอรวรรณและลูกสาวคนเล็กขับรถไปเรื่อย ๆ จนในช่วงบ่ายญาติ ๆ เห็นยังไม่กลับมาบ้าน จึงได้โทรศัพท์หานางอรวรรณอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้แล้ว

จนกระทั่งช่วงเช้าวันนี้ (27 กันยายน) นางสุรีรัตน์ โรยธนะศรี อายุ 43 ปี พี่สาวของนางอรวรรณ ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เดินทางมาดูศพพร้อมยืนยันว่าผู้ตายคือน้องสาวกับหลานอย่างแน่นอน เพราะจำสร้อยคอและเหรียญพระที่ห้อยคอเด็กหญิงทิพย์อักษรได้

ส่วนนายราเมศนั้นได้หายตัวไปหลังก่อเหตุ โดยมีเพียงพี่สาวของนายราเมศ ซึ่งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ ได้โทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า เมื่อเช้านี้นายราเมศได้เข้ามาขโมยรถจักรยานยนต์ที่บ้านของตนแล้วขับหายไป ทางญาติพยายามติดต่อ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก

ด้าน พ.ต.อ. จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จากหลักฐานที่เก็บพิสูจน์ได้ คาดว่าผู้ต้องสงสัยฆ่าผู้หญิงทั้ง 2 คน น่าจะเป็นนายราเมศ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนฯ ทุกฝ่าย ได้กระจายกำลังกันติดตามเส้นทางการหลบหนีของผู้ต้องสงสัย และคาดว่าน่าจะได้ตัวมาในเร็ว ๆ นี้ ส่วนพฤติการณ์นั้น ก็น่าจะเป็นไปได้ว่าหลังจากที่นายราเมศ ขับรถยนต์กระบะพานางอรวรรณและเด็กหญิงทิพย์อักษร ออกมาจากอำเภอหลังสวนแล้ว ก็จะพากันขับมาเที่ยวบ้านพี่สาวของนายราเมศที่จังหวัดสมุทรปราการ แต่เมื่อถึงพื้นที่เกิดเหตุ นายราเมศมีอาการประสาทหลอนขึ้นมา เพราะพิษของยาเสพติด จึงได้เลี้ยวรถเข้าไปในพงหญ้าแล้วลงมือใช้มีดจ้วงแทงฆ่าแม่กับลูก ซึ่งลักษณะศพนั้น จะเห็นได้ว่าทั้งสองคนพยายามหนีและแม่พยายามเอาตัวบังลูกไว้ แต่ก็ไม่รอด จากนั้นพอผู้ก่อเหตุรู้สึกตัว ก็รีบถอดกางเกงยีนส์เปื้อนเลือดออก โดยน่าจะมีกางเกงขาสั้นสวมอยู่ข้างในอีกชั้น อันเป็นลักษณะที่วัยรุ่นสมัยนี้นิยมนุ่งกัน เสร็จแล้วก็ไปซื้อน้ำมันจากปั๊มใกล้เคียง นำมาราดทั้งคนและรถแล้วจุดไฟเผา

ทั้งนี้คาดว่าผู้ต้องหาน่าจะไปหลบซ่อนที่ใดที่หนึ่ง พอรุ่งเช้าจึงได้แอบเข้าไปขโมยรถจักรยานยนต์ที่บ้านพี่สาวในจังหวัดสมุทรปราการแล้วขับหลบหนีไป ซึ่งก็คาดว่าน่าจะหนีกลับไปที่จังหวัดชุมพร เพราะนายราเมศเคยมีพฤติกรรมในลักษณะเช่นนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง คือพานางอรวรรณกับลูกมาบ้านพี่สาว พออาการทางประสาทกำเริบ ก็ขับรถจักรยานยนต์ของพี่สาวไปที่สถานีรถไฟแล้วก็นั่งรถกลับบ้านที่จังหวัดชุมพร โดยทิ้งเมียและลูกไว้ที่จังหวัดสมุทรปราการ

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!